SACICT เผย3 อันดับสินค้าหัตถกรรม

SACICT เผย3 อันดับสินค้าหัตถกรรม

3 อันดับสินค้าหัตถกรรม ผ้าคลุมไหล่ อัญมณีสังเคราะห์ ผ้าผืน โตต่อเนื่อง ชี้ทางให้ช่างฝีมือ พัฒนาให้ถูกเป้าหมาย

ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ SACICT เปิดเผยตัวเลขการส่งออกสินค้าหัตถกรรม ในกลุ่มที่มีการขยายตัวต่อเนื่อง 3 อันดับ ได้แก่ ผ้าคลุมไหล่ ผ้าพันคอ (ร้อยละ 33.15) อัญมณีสังเคราะห์ (ร้อยละ 22.88) และผ้าผืน จากวัตถุทออื่นๆ (ร้อยละ 10.16)

โดยสินค้าหัตถกรรมที่มีมูลค่าการส่งออกสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ เครื่องประดับทองแท้ เครื่องประดับเงินแท้ และเครื่องประดับอัญมณีเทียม ส่วนภาพรวมของตลาดต่างประเทศ ในกลุ่มศิลปหัตถอุตสาหกรรมทั้งหมดสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ฮ่องกง และ เยอรมนี ซึ่งทั้ง 3 ตลาดมีสัดส่วนการส่งออกรวมกันสูงถึง ร้อยละ 42.11 ในขณะที่ตลาดที่มีอัตราการขยายตัวสูงสุดอันดับแรก คือจีน ร้อยละ 23.29 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นในกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องเงิน-ทอง กลุ่มผลิตภัณฑ์ผ้าทอมือ กลุ่มผลิตภัณฑ์เซรามิก และกลุ่มผลิตภัณฑ์หัตถกรรมประดิษฐ์

ลำดับรองถัดมา ได้แก่ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ขยายตัวร้อยละ 14.30 ในกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องเงิน-ทอง และกลุ่มผลิตภัณฑ์เซรามิก และสวิตเซอร์แลนด์ขยายตัวร้อยละ 14.11 ในกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องเงิน-ทอง และกลุ่มผลิตภัณฑ์หัตถกรรม ส่วนตลาดอาเซียน ได้แก่ สิงคโปร์ เวียดนาม พม่า และมาเลเซีย มีสัดส่วนของมูลค่าการ ส่งออกรวมกัน ร้อยละ 6.44 ไม่มากนักแต่ก็เป็นตลาดสำคัญสำหรับผ้าทอมือ และผลิตภัณฑ์หัตถกรรมไทย

นางอัมพวัน พิชาลัย ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า จากข้อมูลของการขยายตัวของกลุ่มสิ่งทอมีทิศทางที่ดี สืบเนื่องให้ SACICT ผลักดันโครงการหัตถกรรมประเภทงานผ้าได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อต่อยอดผลิตภัณฑ์ในกลุ่มสิ่งทอ ได้ในหลายๆ กิจกรรม เช่น กิจกรรม 7 เส้นทางสายผ้าทอ      การสื่อสารเผยแพร่องค์ความรู้เกี่ยวกับการสวมใส่ผ้าไทยไปในสื่อต่างๆ เพื่อให้คนหันมาใช้ผ้าทอในชีวิตประจำวัน การจัดงานอัตลักษณ์แห่งสยาม ซึ่งจัดเป็นประจำทุกปี ที่สยามพารากอน เจาะตลาดนักสะสมงานดั้งเดิม แบบชิ้นงานหายากอีกด้วย ขณะที่ในกลุ่มงานเครื่องปั้นดินเผา SACICT มีกิจกรรมที่ผลักดันต่อเนื่องในชุมชนหัตถกรรมต่างๆทั่วประเทศ เช่น การพัฒนารูปแบบงานเซรามิค ชุมชนหัตถกรรมเกาะเกร็ด จ.นนทบุรี บ้านดินเผาเหมืองกุง จ.เชียงใหม่ และ บ้านบางกล่ำ จ. สงขลา และบ้านด่านเกวียน จ.นครราชสีมา ซึ่งแต่ละชุมชนมีรูปแบบ ที่โดดเด่นแตกต่างกันไป

                                                                                   

ด้านกลุ่มของอัญมณีเครื่องประดับ เป็นตลาดที่มีมูลค่ามากก็จริง แต่การขยายตัวอาจจะน้อยกว่า กลุ่มอื่นๆ SACICT ได้มีการพัฒนาช่างฝีมือในกลุ่มของทองสุโขทัยที่เริ่มจะหาผู้สืบสานยากขึ้น รวมทั้งพัฒนาทักษะผู้ที่เป็นช่างฝีมือในระดับครูศิลป์ฯ ครูช่างฯ และทายาทฯ ที่จะได้มีโอกาสเข้าไปแลกเปลี่ยนองค์ความรู้หัตถกรรมในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านอีกด้วย เป็นส่วนที่เน้นในเรื่องการพัฒนาคน                               

สำหรับแนวทางของการพัฒนาตลาดในต่างประเทศ นางอัมพวันฯ กล่าวต่อว่า งานหัตถศิลป์ไทยในตลาด อเมริกา ยุโรป และเกาหลี-ญี่ปุ่น ได้รับการตอบรับอย่างดี มีแนวทางที่จะต่อยอดได้ เห็นได้จากผลการเข้าร่วมงาน Maison & Objet ที่ฝรั่งเศสเมื่อกันยาที่ผ่านมา ซึ่ง SACICT นำผลิตภัณฑ์หัตถกรรมที่พัฒนาใหม่เข้าร่วมจัดแสดงในงาน มีผู้เข้าชม เจรจาและสั่งซื้อจำนวนมาก

ทั้งนี้จากผลสำรวจผู้บริโภคโดยรวมจากสำนักต่างๆนั้น ส่งผลให้เห็นชัดว่า “ตลาดจีน ที่เราคิดว่าจะเป็นตลาดใหม่ของงานหัตถกรรมไทยที่กำลังเติบโตอย่างมาก ซึ่ง SACICT ได้เริ่มเข้าไปศึกษาตลาด ทำการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในกลุ่มงานระดับครูศิลป์ฯ ครูช่างฯ และทายาทฯ เพื่อนำมาปรับใช้ในการพัฒนาต่อยอดชิ้นงานของตนเองตั้งแต่ต้นปี 2559 แล้วนั้น เราคงจะดำเนินการต่อในตลาดนี้ เพื่อรองรับการขยายตัวต่อไป ในปีงบประมาณ 2560 นี้ ผอ. ศ.ศ.ป. กล่าวทิ้งท้าย