สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดงาน “วันสตรีไทย ประจำปี ๒๕๕๙” และพระราชทานโล่เชิดชูเกียรติสตรีไทยดีเด่น
ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็คเมืองทองธานี อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดงาน “วันสตรีไทย ประจำปี ๒๕๕๙” ภายใต้หัวข้อ “พลังสตรีไทยทั่วหล้า ใต้พระบารมี ร่วมใจภักดี พระบรมราชินีนาถ ของแผ่นดิน””และพระราชทานโล่เชิดชูเกียรติสตรีไทยดีเด่น ประจำปี ๒๕๕๙ จำนวน ๑๗๓ รางวัลและรางวัลเยาวสตรีไทยดีเด่น ประจำปี ๒๕๕๘ จำนวน ๒๕ รางวัล โดยมี พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และนายไมตรี อินทุสุต ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายเลิศปัญญา บูรณบัณฑิต อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงฯ เฝ้าฯรับเสด็จ
พลตำรวจเอก อดุลย์ กล่าวว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า โปรดกระหม่อม พระราชทานให้วันที่ ๑ สิงหาคมของทุกปี เป็น “วันสตรีไทย” เพื่อเสริมสร้างค่านิยมให้สังคมมีเจตคติยอมรับบทบาทความสามารถและคุณค่าของสตรีไทย รวมทั้งบูรณาการหน่วยงานทุกภาคส่วนให้ร่วมกันส่งเสริมศักยภาพ ความรู้และความสามารถของสตรีไทย เพื่อร่วมเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ ทางหน่วยงานภาครัฐและองค์กรที่เกี่ยวข้อง จึงได้ร่วมกันจัดกิจกรรมเนื่องในโอกาสดังกล่าวมาโดยตลอด เพื่อให้สังคมได้ตระหนักถึงหน้าที่ของสตรีไทยที่พระองค์ทรงพระกรุณาพระราชทานไว้ในวันสตรีไทย เมื่อวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๔๖ อันมีหน้าที่หลัก ๔ ประการ คือ ประการที่ ๑ พึงทำหน้าที่ “แม่” ให้สมบูรณ์ ประการ ที่ ๒ พึงทำหน้าที่ของ “แม่บ้าน” ให้ดี ประการที่ ๓ พึง “รักษาเอกลักษณ์ของความเป็นสตรีไทย”มีความนุ่มนวล อ่อนโยน สุภาพ เมตตา และยิ้มแย้มแจ่มใส และประการที่ ๔ พึง “ฝึกฝนตนเอง” ให้มีความรู้ความสามารถ ขยัน อดทน ประหยัด ซื่อสัตย์ มีวินัย รักษาความสามัคคีในหมู่คณะให้มั่นคง รวมถึงการช่วยรักษา และเชิดชูเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชาติ และภูมิปัญญาท้องถิ่นให้สืบทอดไปยังอนุชนรุ่นต่อไป
พลตำรวจเอก อดุลย์ กล่าวต่อว่า กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ได้น้อมนำพระราชดำรัสดังกล่าวมาเป็นพันธกิจ ที่สำคัญในการดำเนินงานด้านสตรีของประเทศ มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพของสตรี การส่งเสริมความมั่นคงของชีวิตและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ รวมทั้งการสนับสนุนเครือข่ายของสตรีให้มีส่วนร่วมในวาระแห่งการพัฒนาทุกระดับ ทั้งนี้ ในปี ๒๕๕๙ ถือเป็นปีแห่งมหามงคลของพสกนิกรชาวไทยทั้งประเทศ เนื่องจากเป็นปีแห่งการเฉลิมฉลองมหามงคลวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จขึ้นครองสิริราชสมบัติ ครอบ ๗๐ ปี พร้อมทั้งเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในวันสตรีไทย ๑ สิงหาคม และวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๔ พรรษา วันที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๙ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมกับสภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ ตลอดจนภาคีเครือข่ายภาครัฐและภาคอกชน จึงได้ร่วมกันจัดกิจกรรมส่งเสริมศักยภาพสตรีไทย เนื่องในวันสตรีไทย ประจำปี ๒๕๕๙ ขึ้น
นายเลิศปัญญา กล่าวว่า กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ในนามของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ขอแสดงความยินดีกับสตรีไทยดีเด่นและเยาวสตรีไทยดีเด่นทุกท่าน องค์กรสมาชิกที่ได้รับพระราชทานรางวัล ในปีนี้ การจัดงานฯ จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “พลังสตรีไทยทั่วหล้า ใต้พระบารมี ร่วมใจภักดี พระบรมราชินีนาถ ของแผ่นดิน” โดยได้จัดงานในระหว่างวันอาทิตย์ที่ ๓๑ กรกฎาคม – วันจันทร์ที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๕๙ โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อเฉลิมพระเกียรติในปีมหามงคลของทั้งสองพระองค์ และธำรงเชิดชูให้วันสตรีไทยเป็นวันสำคัญวันหนึ่งของชาติเพื่อน้อมนำกระแสพระราชดำรัสมาเป็นแนวทางร่วมพัฒนาศักยภาพสตรี ในอันที่จะช่วยกันสร้างความสงบสุข ร่มเย็นให้เกิดแก่ครอบครัว สังคม และประเทศชาติได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนสืบไป โดยในวันจันทร์ที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๕๙ เวลา ๑๗.๐๐ น. สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จแทนพระองค์ฯ เป็นองค์ประธานในพิธีเปิดงานวันสตรีไทย และพระราชทานโล่เชิดชูเกียรติสตรีไทยดีเด่น ๑๗๓ คน และเยาวสตรีไทยดีเด่น ๒๕ คน ซึ่งในปีนี้ มีบุคคลผู้มีชื่อเสียงที่ได้รับพระราชทานรางวัล เช่น นางกรุณา บัวคำศรี นางระรินทิพย์ ศิโรรัตน์ นางศสิธร วัฒนกุล(ลอล่า) เป็นต้น
กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การแสดงนิทรรศการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ นิทรรศการครบรอบ ๖๐ ปี และการออกบูธและแสดงนิทรรศการจากศูนย์การเรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัว ๘ แห่ง ภาคีเครือข่ายด้านสตรี อาทิ มูลนิธิส่งเสริมศูนย์ศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มูลนิธิสายใจไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กรมการพัฒนาชุมชน กรมหม่อนไหม และเครือข่ายในต่างประเทศ (All CHaina) เป็นต้น มีผู้เข้าร่วมงานจากหน่วยงานภาคีเครือข่าย จำนวนประมาณ ๑,๕๐๐ คน






