วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงเปิดงาน “วันสตรีไทย ประจำปี ๒๕๕๙

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดงาน “วันสตรีไทย ประจำปี ๒๕๕๙” และพระราชทานโล่เชิดชูเกียรติสตรีไทยดีเด่น

ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็คเมืองทองธานี อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดงาน “วันสตรีไทย ประจำปี ๒๕๕๙” ภายใต้หัวข้อ “พลังสตรีไทยทั่วหล้า ใต้พระบารมี ร่วมใจภักดี พระบรมราชินีนาถ  ของแผ่นดิน””และพระราชทานโล่เชิดชูเกียรติสตรีไทยดีเด่น ประจำปี ๒๕๕๙ จำนวน ๑๗๓ รางวัลและรางวัลเยาวสตรีไทยดีเด่น ประจำปี ๒๕๕๘ จำนวน ๒๕ รางวัล โดยมี พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และนายไมตรี อินทุสุต ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  นายเลิศปัญญา บูรณบัณฑิต อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงฯ เฝ้าฯรับเสด็จ

พลตำรวจเอก อดุลย์ กล่าวว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า โปรดกระหม่อม พระราชทานให้วันที่ ๑ สิงหาคมของทุกปี เป็น “วันสตรีไทย” เพื่อเสริมสร้างค่านิยมให้สังคมมีเจตคติยอมรับบทบาทความสามารถและคุณค่าของสตรีไทย รวมทั้งบูรณาการหน่วยงานทุกภาคส่วนให้ร่วมกันส่งเสริมศักยภาพ ความรู้และความสามารถของสตรีไทย เพื่อร่วมเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ ทางหน่วยงานภาครัฐและองค์กรที่เกี่ยวข้อง จึงได้ร่วมกันจัดกิจกรรมเนื่องในโอกาสดังกล่าวมาโดยตลอด เพื่อให้สังคมได้ตระหนักถึงหน้าที่ของสตรีไทยที่พระองค์ทรงพระกรุณาพระราชทานไว้ในวันสตรีไทย เมื่อวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๔๖ อันมีหน้าที่หลัก ๔ ประการ คือ ประการที่ ๑ พึงทำหน้าที่ “แม่” ให้สมบูรณ์ ประการ ที่ ๒ พึงทำหน้าที่ของ “แม่บ้าน” ให้ดี ประการที่ ๓ พึง “รักษาเอกลักษณ์ของความเป็นสตรีไทย”มีความนุ่มนวล อ่อนโยน สุภาพ เมตตา และยิ้มแย้มแจ่มใส และประการที่ ๔ พึง “ฝึกฝนตนเอง” ให้มีความรู้ความสามารถ ขยัน อดทน ประหยัด ซื่อสัตย์ มีวินัย รักษาความสามัคคีในหมู่คณะให้มั่นคง รวมถึงการช่วยรักษา และเชิดชูเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชาติ และภูมิปัญญาท้องถิ่นให้สืบทอดไปยังอนุชนรุ่นต่อไป

พลตำรวจเอก อดุลย์ กล่าวต่อว่า กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ได้น้อมนำพระราชดำรัสดังกล่าวมาเป็นพันธกิจ ที่สำคัญในการดำเนินงานด้านสตรีของประเทศ มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพของสตรี การส่งเสริมความมั่นคงของชีวิตและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ รวมทั้งการสนับสนุนเครือข่ายของสตรีให้มีส่วนร่วมในวาระแห่งการพัฒนาทุกระดับ ทั้งนี้ ในปี ๒๕๕๙ ถือเป็นปีแห่งมหามงคลของพสกนิกรชาวไทยทั้งประเทศ เนื่องจากเป็นปีแห่งการเฉลิมฉลองมหามงคลวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จขึ้นครองสิริราชสมบัติ ครอบ ๗๐ ปี พร้อมทั้งเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในวันสตรีไทย ๑ สิงหาคม และวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๔ พรรษา วันที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๙ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมกับสภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ ตลอดจนภาคีเครือข่ายภาครัฐและภาคอกชน จึงได้ร่วมกันจัดกิจกรรมส่งเสริมศักยภาพสตรีไทย เนื่องในวันสตรีไทย ประจำปี ๒๕๕๙ ขึ้น

นายเลิศปัญญา กล่าวว่า กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ในนามของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ขอแสดงความยินดีกับสตรีไทยดีเด่นและเยาวสตรีไทยดีเด่นทุกท่าน องค์กรสมาชิกที่ได้รับพระราชทานรางวัล ในปีนี้ การจัดงานฯ จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “พลังสตรีไทยทั่วหล้า ใต้พระบารมี ร่วมใจภักดี พระบรมราชินีนาถ ของแผ่นดิน” โดยได้จัดงานในระหว่างวันอาทิตย์ที่ ๓๑ กรกฎาคม – วันจันทร์ที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๕๙ โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อเฉลิมพระเกียรติในปีมหามงคลของทั้งสองพระองค์ และธำรงเชิดชูให้วันสตรีไทยเป็นวันสำคัญวันหนึ่งของชาติเพื่อน้อมนำกระแสพระราชดำรัสมาเป็นแนวทางร่วมพัฒนาศักยภาพสตรี ในอันที่จะช่วยกันสร้างความสงบสุข ร่มเย็นให้เกิดแก่ครอบครัว สังคม และประเทศชาติได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนสืบไป โดยในวันจันทร์ที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๕๙ เวลา ๑๗.๐๐ น. สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จแทนพระองค์ฯ เป็นองค์ประธานในพิธีเปิดงานวันสตรีไทย และพระราชทานโล่เชิดชูเกียรติสตรีไทยดีเด่น ๑๗๓ คน และเยาวสตรีไทยดีเด่น ๒๕ คน ซึ่งในปีนี้ มีบุคคลผู้มีชื่อเสียงที่ได้รับพระราชทานรางวัล เช่น นางกรุณา บัวคำศรี นางระรินทิพย์ ศิโรรัตน์ นางศสิธร วัฒนกุล(ลอล่า) เป็นต้น

กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การแสดงนิทรรศการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ นิทรรศการครบรอบ ๖๐ ปี และการออกบูธและแสดงนิทรรศการจากศูนย์การเรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัว ๘ แห่ง ภาคีเครือข่ายด้านสตรี อาทิ มูลนิธิส่งเสริมศูนย์ศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มูลนิธิสายใจไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กรมการพัฒนาชุมชน กรมหม่อนไหม และเครือข่ายในต่างประเทศ (All CHaina) เป็นต้น มีผู้เข้าร่วมงานจากหน่วยงานภาคีเครือข่าย จำนวนประมาณ ๑,๕๐๐ คน