กฟผ.เดินหน้าสร้างสมดุลพลังงานสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนหวังงานSETA2016เป็นเวทีสร้างความมั่นใจในระดับนานาชาติ
นายสหรัฐบุญโพธิภักดีรองผู้ว่าการกิจการสังคมการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)ในฐานะโฆษกกฟผ.เปิดเผยว่ากฟผ.เตรียมนำเสนอแนวทางการพัฒนาการผลิตไฟฟ้าของไทยและการพัฒนาโรงไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนในเวทีการจัดประชุมและนิทรรศการพลังงานและเทคโนโลยีที่ยั่งยืนแห่งเอเชีย2559(SustainableEnergy&TechnologyAsia2016)หรือSETA2016ที่จะจัดขึ้นเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยณศูนย์การประชุมและนิทรรศการฯไบเทคระหว่างวันที่23-25มีนาคมนี้โดยมีผู้บริหารระดับสูงจากองค์กรที่เกี่ยวข้องด้านพลังงานทั้งภาครัฐและเอกชนรวมถึงผู้มีบทบาทในการกำหนดนโยบายด้านพลังงานกว่า300คนจาก15ประเทศเข้ามาร่วมแบ่งปันประสบการณ์และความรู้ด้านนโยบายพลังงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมพลังงานและการคมนาคมขนส่งโดยมีพลอากาศเอกประจินจั่นตองรองนายกรัฐมนตรีให้เกียรติเป็นประธานเปิดงานและพลเอก อนันตพรกาญจนรัตน์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของไทยและDr.MaximusJohnityOngkiliรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานน้ำและเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อมของมาเลเซียจะกล่าวปาฐกถาบนเวทีในงานนี้ด้วย
“กฟผ. คาดหวังว่างานSETA2016นี้จะเป็นเวทีที่ช่วยสร้างความเข้าใจให้กับนักลงทุนต่างชาติถึงแนวทางการพัฒนาไฟฟ้าของไทยที่มุ่งสร้างความสมดุลของเชื้อเพลิงทั้งในส่วนของก๊าซธรรมชาติถ่านหิน การอนุรักษ์พลังงาน และพลังงานหมุนเวียน เพื่อสร้างความยั่งยืนในอนาคตรวมถึงการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางองค์ความรู้ด้านพลังงานและเทคโนโลยีในระดับภูมิภาคเอเชีย” นายสหรัฐกล่าว
สำหรับแนวทางการวางแผนเพื่อสร้างความยั่งยืนทางพลังงานภายใต้แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทยปี2558-2579หรือPDP2015มุ่งเน้นการสร้างสมดุลพลังงานโดยพยายามกระจายความเสี่ยงเรื่องของเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าจากปัจจุบันที่ใช้ก๊าซธรรมชาติในการผลิตไฟฟ้าเป็นหลักถึงเกือบร้อยละ70ให้ลดลงเหลือร้อยละ30-40และเพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินจากร้อยละ18เป็นร้อยละ20-25ส่วนพลังงานหมุนเวียนจะเพิ่มจากร้อยละ8เป็นร้อยละ15-20ซึ่งถือเป็นแนวทางการพัฒนาพลังงานในทิศทางเดียวกับประเทศที่พัฒนาแล้วคือการสร้างสมดุลพลังงานด้วยการลดความเสี่ยงการพึ่งพาเชื้อเพลิงชนิดหนึ่งชนิดใดมากเกินไปโดยดูแลต้นทุนและสิ่งแวดล้อมควบคู่กันไป
นายสหรัฐกล่าวต่อไปว่าหากประเทศไทยยังคงพึ่งพาก๊าซธรรมชาติในสัดส่วนที่สูงเช่นในปัจจุบันจะทำให้เกิดความเสี่ยงทั้งด้านความมั่นคงระบบไฟฟ้าและราคาค่าไฟฟ้าเนื่องจากปริมาณสำรองก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยจะค่อยๆลดลงและหมดไปในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าซึ่งต้องมีการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว(LNG)ที่มีราคาแพงกว่าเข้ามาทดแทนและจะมีส่วนทำให้ค่าไฟฟ้าปรับเพิ่มสูงขึ้นจากเดิมจึงมีความจำเป็นที่จะต้องเพิ่มโรงไฟฟ้าถ่านหินซึ่งใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยสามารถจัดการผลกระทบเรื่องสิ่งแวดล้อมให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานและประเทศที่พัฒนาแล้วให้การยอมรับเข้ามาทดแทนมากขึ้นและในขณะเดียวกันกฟผ.ก็ให้ความสำคัญกับการพัฒนาโรงไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนควบคู่ไปด้วยอาทิการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำท้ายเขื่อนชลประทานขนาดเล็ก ของกรมชลประทาน โดยกฟผ.ได้เริ่มดำเนินการไปแล้ว7โครงการมีกำลังผลิตรวมประมาณ70 – 80เมกะวัตต์รวมถึงพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์
ทั้งนี้ ตามแผน PDP 2015 ไทยวางเป้าหมายที่จะใช้พลังงานไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานที่ยั่งยืนและพลังงานหมุนเวียน ในอัตราส่วนร้อยละ 20 ภายในปี 2579 ซึ่ง กฟผ. ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนเป้าหมายดังกล่าว โดยเฉพาะโครงการต้นแบบด้านวิจัยและพัฒนาเพื่อผลักดันเทคโนโลยีพลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ดี โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนยังมีข้อจำกัดที่ไม่สามารถจ่ายไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่องอาทิพลังงานจากชีวมวล ซึ่งขึ้นอยู่กับฤดูกาลและธรรมชาติ พลังงานแสงอาทิตย์ ที่ผลิตไฟฟ้าได้เฉพาะช่วงกลางวัน พลังงานลม ผลิตไฟฟ้าได้ในช่วงเช้ามืด/ช่วงมรสุม ขึ้นอยู่กับธรรมชาติซึ่งในปัจจุบันได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีที่ทำให้สามารถกักเก็บพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตจากพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมไว้ใช้ได้แล้ว แต่มีต้นทุนสูง ยังไม่คุ้มค่าในเชิงพาณิชย์ ดังนั้นในช่วงเวลาที่โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนจ่ายไฟฟ้าไม่ได้จึงจำเป็นต้องมีโรงไฟฟ้าหลักรองรับความต่อเนื่องในการจ่ายไฟฟ้าควบคู่กันไป เพื่อความมั่นคงด้านพลังงานความเป็นอยู่ที่ดีของคนในประเทศ และสามารถแข่งขันได้กับประเทศในกลุ่มประเทศอาเซียน
ทั้งนี้ในงานSETA2016นี้กฟผ.ได้เตรียมส่งพนักงานที่มีความรู้ความสามารถเข้าร่วมแลกเปลี่ยนความรู้กับหน่วยงานอื่นๆทั่วเอเชียอาทิASEANCenterforEnergy(ACE),EconomicResearchInstituteforASEANandEast Asia (ERIA)และInstituteofEnergyEconomics,Japan(IEEJ)เป็นต้นและร่วมจัดนิทรรศการแสดงศักยภาพการดำเนินงานของกฟผ.เพื่อให้ความรู้แก่ผู้เข้าชมงานด้วยนอกจากนั้นกฟผ.ยังร่วมจัดเสวนาในหัวข้อต่างๆอาทิการเชื่อมโยงระบบสายส่งไฟฟ้าในภูมิภาคอาเซียนซึ่งกฟผ.มีความร่วมมือด้านพลังงานระหว่างประเทศกลุ่มอาเซียนภายใต้โครงการเชื่อมโยงระบบส่งไฟฟ้า “อาเซียนพาวเวอร์กริด” (ASEANPOWERGRID:APG)รวมถึงเรื่องการบริหารจัดการด้านการใช้ไฟฟ้าและเทคโนโลยีLEDเป็นต้น
ธนเดช บุญฤทธิ์ 081-097-4370 บริษัท ซิน คัมปานี จำกัด






