พฤติกรรมการใช้ชีวิต หรือไลฟ์สไตล์ของคนเมือง เป็นสาเหตุให้คุณขยับร่างกายน้อยลง และอาจส่งผลเสียต่างๆ ต่อสุขภาพ
ปัจจุบัน วิกฤติด้านพฤติกรรมการใช้ชีวิต หรือไลฟ์สไตล์ของคนเมือง เช่นนอนดูทีวีครึ่งค่อนวันในวันพักผ่อน เสาร์-อาทิตย์ หรือนั่งเล่นแก็ดเจ็ต แชทกับเพื่อนผ่านหน้าจอโทรศัพท์นานๆ บนโซฟาตัวโปรด นั่งอยู่ในรถที่ติดเป็นเวลาหลายชั่วโมงแทบทุกวัน นั่งเรียนหนังสือหลายชั่วโมง หรือนั่งทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ทั้งวันโดยแทบไม่ได้ลุกไปไหน หากใครกำลังมีไลฟ์สไตล์เหล่านี้อยู่ล่ะก็...นั่นหมายความว่าคุณกำลังเผชิญกับ “พฤติกรรมเนือยนิ่ง” (Sedentary Lifestyle) ซึ่งเป็นสาเหตุให้คุณขยับร่างกายน้อยลง และอาจส่งผลเสียต่างๆ ต่อสุขภาพได้ในอนาคต
โครงการ Exercise is Medicine in Thailandโดยวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษกมหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับสมาคมวิทยาศาสตร์การกีฬาแห่งประเทศไทย ภายใต้การสนับสนุนจากกลุ่มธุรกิจโคคา-โคลา ในประเทศไทย ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับ “พฤติกรรมเนือยนิ่ง” รวมทั้งคำแนะนำต่างๆ สำหรับผู้ที่กำลังมีพฤติกรรมนี้
ประเทศไทยมีจำนวนประชากรที่มีภาวะอ้วนหรือน้ำหนักเกินเป็นอันดับที่ 2 ในกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน รองจากมาเลเซีย เหตุเพราะทุกวันนี้คนไทยมีพฤติกรรมติดจอ ใช้เวลาอยู่หน้าจอโทรทัศน์หรือคอมพิวเตอร์นานกว่า 6 ชม.ต่อวัน หรืออาจจะนั่งเรียนนาน เล่นเกมคอมพิวเตอร์ และเล่นโทรศัพท์มือถือรวม 3.5 ชั่วโมงต่อวัน หรือมีกิจกรรมขยับร่างกายในระดับเบาโดยรวมไม่ถึง 6 ชั่วโมงต่อวัน หรือแม้แต่การนั่งในรถที่ติดนานๆ ถือเป็นความสุ่มเสี่ยงด้านสุขภาพที่ชัดเจน
การที่เราอยู่นิ่งๆ นั่งนานๆ ไม่มีการขยับตัวเป็นเวลานานๆ ทำให้มีการใช้พลังงาน (ขาออก) ลดลง เกิดความไม่สมดุลกับพลังงาน (ขาเข้า) ที่ได้รับจากอาหารที่บริโภคไปในแต่ละวัน ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพในระยะสั้น ได้แก่ เหนื่อย หอบง่าย และส่งผลในระยะยาว ได้แก่ โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวาน ชนิดที่ 2 โรคอ้วน และมะเร็งบางชนิด ดังนั้น การมีกิจกรรมขยับร่างกายที่เพียงพอและบริโภคให้สมดุลในแต่ละวันจึงเป็นการแก้ไขปัญหาวิกฤติด้านพฤติกรรมการใช้ชีวิตได้อย่างถูกต้อง
การสร้างอุปนิสัยในการออกกำลังกาย การเล่นกีฬา การปรับเพิ่มกิจกรรมทางกาย ได้ถูกนำมาใช้ในการชะลอปัญหากลุ่มอาการเสื่อมทางกายอย่างได้ผล ภายใต้หลักการ “การออกกำลังกายเป็นยาวิเศษ”(Exercise is medicine)
โดยกระตุ้นให้คนสนใจเรื่องการออกกำลังกายมากขึ้น หรือเพิ่มไลฟ์สไตล์แอ็คทีฟเข้าไปในกิจวัตรประจำวัน เช่น เดินขึ้นบันไดแทนการใช้ลิฟท์หรือบันไดเลื่อน การลุกขึ้นยืดเหยียด 5 นาทีในทุกชั่วโมง การเดินหรือปั่นจักรยานไปหน้าปากซอยแทนการนั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้าง เพิ่มการทำกายบริหาร หรือทำงานบ้าน ทำครัว ทำสวน กิจกรรมเหล่านี้หากทำอย่างต่อเนื่องก็เป็นการใช้ชีวิตแอ็คทีฟไลฟ์สไตล์หรือการออกกำลังกายอย่างหนึ่ง









