ไตรมาสแรกปี 58 ยอดพุ่งกว่า 30% พบนักประดิษฐ์หน้าใหม่เห็นความสำคัญนำทรัพย์สินทางปัญญาช่วยเพิ่มศักยภาพสร้างธุรกิจ
นางมาลี โชคล้ำเลิศ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า จากการที่กรมมีภารกิจใน การจดทะเบียนคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาเป็นภารกิจหลักและมีความสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจ ซึ่งผลการยื่นคำขอจดทะเบียนขอรับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา ในช่วงไตรมาสแรกของปี ๒๕๕๘ (มกราคม-มีนาคม ๒๕๕๘) มีผู้ประกอบการและประชาชนยื่นคำขอจดทะเบียนอนุสิทธิบัตร เพื่อคุ้มครองสิ่งประดิษฐ์ที่คิดค้นขึ้นใหม่และไม่มีความซับซ้อน รวม ๔๔๐ คำขอ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ร้อยละ ๓๙.๒๔ โดยในช่วงเดียวกันของปี ๒๕๕๗ มีผู้มายื่นคำขอจดทะเบียนอนุสิทธิบัตรเพียง ๓๑๖ คำขอ ทั้งนี้ เป็นผลมาจากรัฐบาลได้ให้ความสำคัญต่อการวิจัย การพัฒนาต่อยอด และการสร้างนวัตกรรมเพื่อนำไปสู่การผลิตและบริการที่ทันสมัย อีกทั้งกรมยังได้ดำเนินการจัดกิจกรรมและโครงการที่สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงพาณิชย์ในการกระตุ้นให้ผู้ประกอบการมีความรู้ ความเข้าใจและเห็นความสำคัญของการนำทรัพย์สินทางปัญญาไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ รวมทั้งยกระดับสินค้าและบริการ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและความสามารถในการแข่งขันทั้งในประเทศและต่างประเทศ
อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวว่า สำหรับการยื่นคำขอจดทะเบียนอนุสิทธิบัตรในช่วง
ไตรมาสแรกของปี ๒๕๕๘ แบ่งเป็นการยื่นคำขอจดทะเบียนอนุสิทธิบัตรของคนไทย จำนวน ๔๐๐ คำขอ และชาวต่างประเทศ จำนวน ๔๐ คำขอ โดยแบ่งประเภทของสิ่งประดิษฐ์ตามอันดับที่มีผู้มายื่นคำขอจดทะเบียน ได้แก่ อันดับ ๑ การประดิษฐ์ประเภทเครื่องมือและเครื่องจักรกลทางเกษตร อันดับ ๒ การประดิษฐ์ประเภทอาหารและสมุนไพร อันดับ ๓ การประดิษฐ์ประเภทเครื่องมือทางการแพทย์และกายภาพบำบัด อันดับ ๔ การประดิษฐ์ประเภทเครื่องจักรและชิ้นส่วนของเครื่องจักรอุตสาหกรรม และ อันดับ ๕ การประดิษฐ์ประเภทไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจากสถิติแสดงให้เห็นว่าปัจจุบันประเทศไทยมีนักประดิษฐ์หน้าใหม่เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก รวมทั้งผู้ประกอบการยังเล็งเห็นความสำคัญของการนำทรัพย์สินทางปัญญามาช่วยเพิ่มศักยภาพ ในการสร้างธุรกิจ ซึ่งในอนาคตกรมตั้งเป้าที่จะใช้เวลาในการตรวจสอบและรับจดทะเบียนอนุสิทธิบัตร ในกรณีที่คำขอที่ถูกต้องชัดเจน ภายใน ๔ เดือน จากเดิมซึ่งใช้เวลาในการรับจดทะเบียน ๑๐ เดือนเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการต่อยอดผลงานการประดิษฐ์สร้างสรรค์ใหม่ๆ ของคนไทยในอนาคต
อย่างไรก็ตาม เมื่อสิ้นสุดปีงบประมาณ ๒๕๕๘ คาดว่าจะมีจำนวนผู้ยื่นคำขอจดทะเบียน อนุสิทธิบัตรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องมากกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากปัจจุบันทรัพย์สินทางปัญญามีความสำคัญใน การประกอบธุรกิจ อีกทั้งกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้มีการเร่งพัฒนาระบบการจดทะเบียนให้มีความทันสมัย พร้อมทั้งลดระยะเวลาในการจดทะเบียนให้รวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนให้ผู้ประกอบการขอรับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาเพิ่มขึ้น เพื่อการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยให้เติบโตต่อไป






