เปิดตัวพ็อคเก็ตบุ๊คเมืองเก่าเล่าเรื่อง 12 เมืองต้องห้ามพลาด

เปิดตัวพ็อคเก็ตบุ๊คเมืองเก่าเล่าเรื่อง 12 เมืองต้องห้ามพลาด

ททท. ผนึกเคทีซี และพันธมิตรวงการท่องเที่ยว เปิดตัวพ็อคเก็ตบุ๊คจากผลงานเขียนและถ่ายภาพของ 4 นักเขียนจากวงการท่องเที่ยวไทย หนุนตลาดปี 2558

เปิดตัวพ็อคเก็ตบุ๊คเมืองเก่าเล่าเรื่อง 12 เมืองต้องห้ามพลาด หนุนรายได้ไทยเที่ยวไทยทะลุ 8 แสนล้านบาท คนเที่ยว 148 ล้านคน-ครั้ง ททท. ผนึก เคทีซี และพันธมิตรวงการท่องเที่ยว รวม 12 ราย   เปิดตัวพ็อคเก็ตบุ๊ค “เมืองเก่าเล่าเรื่อง 12 เมืองต้องห้ามพลาด” จากผลงานเขียนและถ่ายภาพของ 4 นักเขียนจากวงการท่องเที่ยวไทย หนุนเป้าหมายตลาดในประเทศในปี 2558 ที่คาดหวังรายได้จากการท่องเที่ยว 8 แสนล้าน และจำนวนนักท่องเที่ยวคนไทย 148 ล้านคนครั้ง นายศุกรีย์ สิทธิวนิช รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า “จากการที่ ททท. ได้จัดโครงการ “เมืองต้องห้าม...พลาด” ตามแนวคิดปีท่องเที่ยววิถีไทย 2558 โดยคัดเลือก 12 จังหวัดใน 5 ภูมิภาคทั่วประเทศ  

ตามแนวนโยบายเชิงกลยุทธ์ด้านการตลาด เพื่อขยายฐานการท่องเที่ยวจากจังหวัดหลักที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางไปเยือนเป็นจำนวนมากอยู่แล้ว เชื่อมโยงท่องเที่ยวไปยังจังหวัดทางเลือกทั้ง 12 จังหวัด ที่มีศักยภาพ มีจุดเด่น ทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ วิถีชีวิต และศิลปวัฒนธรรม และมีความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยว ภายใต้โครงการ เมืองต้องห้าม....พลาด นั้น” “ททท.ได้มอบหมายให้ บริษัท ณัฐสุรงค์ จำกัด จัดทำพ็อคเก็ตบุ๊ค เมืองเก่าเล่าเรื่อง 12 เมืองต้องห้ามพลาดขึ้น เพื่อสนับสนุนการเดินทางไปยัง 12 จังหวัดดังกล่าว ได้แก่

ลำปาง (เมืองที่ไม่หมุนตามกาลเวลา) เพชรบูรณ์ (ภูดอกไม้สายหมอก) น่าน (กระซิบรักเสมอดาว) บุรีรัมย์ (เมืองปราสาทสองยุค) เลย (เย็นสุด...สุขที่เลย) สมุทรสงคราม (เมืองสายน้ำสามเวลา) ราชบุรี (ชุมชนคนอาร์ต) ตราด (เมืองเกาะในฝัน)   จันทบุรี (สวนสวรรค์ร้อยพันธุ์ผลไม้) ตรัง (ยุทธจักรความอร่อย) ชุมพร (หาดทรายสวยสี่ร้อยลี้ ) และนครศรีธรรมราช (นครสองธรรม) โดยมีคณะนักเขียน 4 คน ได้แก่ นายวิโรจน์ สิตประเสริฐนันท์ นายกสมาคมมัคคุเทศก์อาชีพแห่งประเทศไทย นางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย นายวรนันทน์   ชัชวาลทิพากร ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ด้านภาพถ่าย และนางสาธิตา โสรัสสะ รองประธานชมรมสื่อมวลชนส่งเสริมการท่องเที่ยว คอลัมนิสต์คม ชัด ลึก และมติชน

ด้วยเนื้อหาและภาพที่สวยงาม หวังว่าหนังสือเล่มนี้จะเป็นการสร้างแรงบันดาลใจสู่ผู้อ่านให้เดินทางท่องเที่ยวตามรอยนักเขียน ไปยังสถานที่ที่คนไทยหลายคนยังไม่เคยทราบว่ามีอะไรที่น่าสนใจ มีศักยภาพ และมีเรื่องราวที่น่าสนใจมากเพียงใด ทั้งนี้ เพื่อสนับสนุนเป้าหมายตลาดในประเทศในปี 2558 คาดหวังรายได้จากการท่องเที่ยว 800,000 ล้านบาท (เพิ่มร้อยละ 14) และจำนวนนักท่องเที่ยวคนไทย 148 ล้านคน - ครั้ง (เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.5)” นายศุกรีย์ กล่าวเพิ่มเติม นางพิทยา วรปัญญาสกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร – ธุรกิจบัตรเครดิต “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า “เคทีซีได้ร่วมสนับสนุนหนังสือท่องเที่ยว 12 เมืองต้องห้าม....พลาด หนังสือที่เขียนขึ้นตามแนวคิดปีท่องเที่ยววิถีไทยของ ททท.

โดยเน้นทำการตลาดผ่านฐานสมาชิกของเคทีซีที่มีจำนวนกว่า 2.4 ล้านบัตร เพื่อประชาสัมพันธ์ให้สมาชิกบัตรได้วางแผนการท่องเที่ยวไปยัง 12 เมืองต้องห้าม....พลาด โดยตลอดปี 2558 เคทีซีได้จัดแคมเปญการตลาด mini CHIC TRIP "บิน ขับ พัก เที่ยว" ให้สมาชิกบัตรเครดิตเคทีซีได้เดินทางไปใน 12 เมือง ในราคาพิเศษกว่าใคร นอกจากนี้ เคทีซีได้ร่วมมือกับ 27 พันธมิตรธุรกิจท่องเที่ยวชั้นนำของไทย อาทิ สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส สายการบินนกแอร์ หนุ่มสาวทัวร์ รถเช่าไทยเร้นท์อะคาร์ รถเช่าเฮิรทซ์ รถเช่าบัดเจ็ท เดอะ  ซีนเนอรี่ วินเทจฟาร์ม สวนผึ้ง /ทรีท๊อป แอดเวนเจอร์ พาร์ค เกาะช้าง/ และโรงแรมบูติกชื่อดังจากโครงการ Thailand Boutique Awards 2014-2015

อาทิ 1) ภูนาคำ รีสอร์ท จังหวัดเลย 2) วิลล่าโมรีดา สวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี และ 3) ปานวิมาน เกาะช้าง จังหวัดตราด รวมถึง โรงแรมอื่นๆ อีก16 แห่งใน 12 จังหวัด เพื่อมอบสิทธิพิเศษและส่วนลดให้แก่สมาชิกบัตรเครดิตเคทีซี อาทิ รับส่วนลดห้องพักสูงสุดถึง 50% รับบริการแบ่งชำระสบายๆ กับ FLEXI 0% นานถึง 4 เดือน หรือใช้คะแนนสะสม forever rewards แลกรับห้องพักหรือบริการด้านการท่องเที่ยวในราคาพิเศษที่ KTC World Travel Service Center นอกจากนี้ เคทีซี ยังเน้นการประชาสัมพันธ์และการสร้างสรรค์คอนเทนต์รีวิวแหล่งท่องเที่ยว12 เมืองต้องห้าม....พลาด ทางออนไลน์ โดยได้ร่วมมือกับทริปแอดไวเซอร์ จัดแคมเปญ Reviews for Rewards ส่งเสริมให้สมาชิกเคทีซีร่วมรีวิวเรื่องการท่องเที่ยวเดินทางผ่านทริปแอดไวเซอร์ เวบไซต์และชุมชนท่องเที่ยวออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย” นางสาธิตา โสรัสสะ บรรณาธิการหนังสือ เมืองเก่าเล่าเรื่อง 12 เมืองต้องห้ามพลาด กล่าวว่า

“การจัดทำพ็อคเก็ตบุ๊คเล่มนี้ หวังจะสร้างกระแสการเดินทางไปสู่จังหวัดท่องเที่ยวทั้ง 12 จังหวัดให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย และสนับสนุนปีท่องเที่ยววิถีไทย ซึ่งนักเขียนทั้ง 4 คนใช้เวลาหลายเดือนเพื่อเดินทางไปเก็บข้อมูลและรูปยัง 12 เมืองต้องห้ามพลาดนี้เพื่อนำมาเสนอแก่ผู้อ่าน โดยมีสำนักงาน ททท.ในจังหวัดต่าง ๆ อดีตสมาชิกวุฒิสภา ร้านอาหาร และชุมชนในจังหวัดต่าง ๆ ร่วมให้ข้อมูล” สำหรับผู้สนับสนุนการจัดทำหนังสือ   ประกอบด้วย ททท. การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย องค์การสวนพฤกษศาสตร์องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน)บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือเคทีซี บางกอกแอร์เวย์ส นกแอร์ ทีวีอาลาคาร์ต เดอะเวเนเซียหัวหิน และหนุ่มสาวทัวร์ โดยมีบริษัทณัฐสุรงค์ จำกัดและค่ายเลิฟสไตล์แฮปปี้เป็นผู้จัดทำ โดยเป็นหนังสือท่องเที่ยวไทยเล่มที่ 26 ของค่าย

นอกจากนี้   ภายในงานยังมีศิลปินนักร้อง อาร์ท ถมยา เจ้าของบทเพลงมหัศจรรย์เมืองไทยของททท. และป้อม ออโต้บาห์น มาร่วมขับร้องเพลงมหัศจรรย์เมืองไทยและ Thailand Once in a Lifetimeการจัดเปิดตัวพ็อคเก็ตบุ๊คได้จัดให้มีขึ้นในวันศุกร์ที่ 24 เมษายน ที่ KTC POP โดยมีแขกผู้มีเกียรติในวงการท่องเที่ยวเข้าร่วมงานมากมาย ภายในงานตกแต่งด้วย Theme แบบวิถีไทย พร้อมนำเสนออาหารไทยกล่องทิพย์ตำรับชาววังโบราณด้วย

สอบถามเพิ่มเติม โทร. 081-817-2805

เมืองเก่าเล่าเรื่อง 12 เมืองต้องห้ามพลาด

1. ลำปาง ชีวิตเนิบช้ามีนัยยะ เมืองไม่หมุนตามกาลเวลา แม้โลกจะหมุนเวียนเปลี่ยนไปแค่ไหน แต่ลำปาง ยังคงความเนิบนาบเดินไปอย่างช้าๆ หากเป็นความช้าที่มีนัยยะ เพื่อให้ผู้คนที่เข้ามาเยือนได้สัมผัสเมืองมหาเสน่ห์แห่งนี้ ลำปางมีเสน่ห์อันหลากหลายทั้งวิถีธรรมชาติ ความเป็นเมืองอารยะอันเก่าแก่แต่โบราณ มาจนถึงยุคสมัยใหม่ ที่ซึ่งคุณไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง ณ วันนี้ ชาวลำปางมีวิถีชีวิตที่เรียบง่าย คงไว้ซึ่งขนบธรรมเนียมประเพณีที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ เพลิดเพลินไปกับ เหมืองแม่เมาะ หล่มภูเขียว วัดพระธาตุลำปางหลวง วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ รถม้าชมเมือง ถนนคนเดินกาดกองต้า   ฯลฯ

2. น่าน แดนสวรรค์บันดาล กระซิบรักเสมอดาว ใครๆก็บอกว่า ณ ที่นี้มีตำนานและเรื่องราว เมืองชายแดนแห่งล้านนาตะวันออกอันอุดมไปด้วยวัฒนธรรมที่หลอมรวมจากเทือกเขาสูงถึงพื้นราบ มีความเก่าแก่รุ่นเดียวกับกรุงสุโขทัย มีเจ้าผู้ครองนครสืบต่อกันมาถึง 64 พระองค์ มาจนถึงปัจจุบันที่นี่คือเมืองเก่าที่มีชีวิต   เมืองที่แสนน่ารักและบรรยากาศโรแมนติก   ไม่แพ้รูปที่โด่งดังของเมืองนี้ กระซิบรักบันลือโลก เพลิดเพลินไปกับ วัดภูมินทร์ วัดพระธาตุแช่แห้ง วัดพญาวัด นั่งรถรางชมเมืองน่าน ดอยเสมอดาว อุทยานแห่งชาติดอยภูคา ฯลฯ

3. เพชรบูรณ์ ชีวิตที่กลมเกลียวเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ เมืองภูดอกไม้สายหมอก ไม่ว่ากาลเวลาจะหมุนผ่านไปนานเพียงใด เพชรบูรณ์ก็ยังคงวิถีชีวิตที่อิงแอบใกล้ชิดธรรมชาติ ด้วยภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นทิวเขาสลับซับซ้อนมองไปสุดลูกหูลูกตา ธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ทำให้เพชรบูรณ์มีทัศนียภาพสวยงามไปทั่วทุกพื้นที่เชิญชวนให้ท่องเที่ยวร่วมเข้าสัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งธรรมชาติที่จับต้องได้ คงฟินดีไม่น้อยถ้าทะเล หมอกลอยมาเคาะหน้าต่างในยามเช้าให้เราได้สูดความสดชื่น คงเพลินดีไม่เบา ถ้าสองตาได้ดื่มด่ำกับดอกไม้บานกลางภูสูง ที่นี่ล่ะ...เพชรบูรณ์ เพลิดเพลินไปกับ ภูทับเบิก เขาค้อ ทุ่งแสลงหลวง วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ ฯลฯ

4. ราชบุรี เมืองแห่งงานศิลป์ ชุมชนคนอาร์ท ราชบุรี เหมาะที่สุดสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการสรรสร้างงานศิลปะในทุกรูปแบบ ทั้งศิลปะที่เกิดจากงานปั้น ศิลปะงานวาดรูปที่ถูกจารึกไว้ในอุโบสถหลังเก่าของวัดต่างๆ ศิลปะที่เกิดขึ้นจากการทำเครื่องหอมหลากหลายรูปแบบ ศิลปะของที่พักที่มีความโดดเด่นไม่ซ้ำใคร รวมไปถึงศิลปะบนผืนป่าซึ่งเป็นธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ จนบางทีเราเองก็ไม่รู้ตัวหรอกว่า การได้เดินทางมาเที่ยวที่นี่ ก็ช่วยให้เกิดจินตนาการใหม่ๆทุกครั้งที่มาเยือน จึงไม่แปลกที่ราชบุรีจะกลายเป็นแหล่งรวมหรือจุดนัดพบของผู้ที่มีศิลปะอยู่ในหัวใจ เพลิดเพลินไปกับ เซรามิกเถ้าฮงไถ่   หอนาฬิกาและรูปปั้นริมแม่น้ำแม่กลอง หนังใหญ่วัดขนอน และดินแดนน่ารักๆอย่างสวนผึ้ง ฯลฯ

5. สมุทรสงคราม เพลินตาเพลินใจ สัมผัสวิถีชีวิตย้อนยุค เมืองสายน้ำสามเวลา วิถีชีวิตแบบพื้นบ้านย้อนยุค บรรยากาศอันแสนเย็นสบาย ที่รายล้อมด้วยเลือกสวนไร่นา และสายน้ำ ชวนให้หลายคนเลือก สมุทรสงคราม หรือ แม่กลอง เมืองสายน้ำสามเวลา เป็นสถานที่พักผ่อนในทุกสุดสัปดาห์ ด้วยการเดินทางที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯมากนัก ด้วยธรรมชาติและสถานที่ที่ยังคงความเป็นกันเอง เสมือนได้ย้อนยุคไปใช้ชีวิตในสมัยอดีตกาล ที่นี่จึงเปรียบเสมือนแหล่งรวมความสุขของผู้ที่ชื่นชอบนิยามของความพอเพียงและอยากมีความสุขกับความเรียบง่าย เพลิดเพลินไปกับตลาดน้ำอัมพวา ตลาดน้ำท่าคา ตลาดน้ำบางน้อย ชุมชนบ้านบางพลับ ตลาดร่มหุบ ดอนหอยหลอด คลองโคน ฯลฯ 6 บุรีรัมย์ ดินแดนภูเขาไฟอารยธรรมพันปี เมืองปราสาทสองยุค บุรีรัมย์เมืองแห่งความรื่นรมย์ตามความหมายของชื่อเมือง ได้รับสมญานามว่าเป็นดินแดนแห่งภูเขาไฟ หยัดยืนบนรอยอดีต ซึ่งเต็มไปด้วยปราสาทหินแห่งอารยธรรมขอมโบราณน้อยใหญ่กว่า 60 แห่ง ที่บอกเล่าเรื่องราวความรุ่งเรืองของบุรีรัมย์มาตั้งแต่ครั้งอดีตกาล   ซึ่งกำลังพลิกโฉมไปสู่ความล้ำสมัยของปราสาทยุคใหม่ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าบุรีรัมย์กำลัง...‘อิน’ เพลิดเพลินไปกับอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้งปราสาทเมืองต่ำสนามไอโมบาย สเตเดียมสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิตเพ ลา เพลินวนอุทยานภูเขาไฟกระโดง ฯลฯ

7. เลย เมืองแห่งทะเลภูเขา เย็นสุด...สุขที่ ‘เลย’ นิยามใหม่ของภาคอีสาน ที่เล่าขานเรื่องราวเย็นสบายกลางทุ่งดอกไม้สีชมพูบนภูสูงจังหวัดเลย ที่คุณจะละ “เลย” ไม่ได้อีกแล้ว สมญานามเมืองแห่งทะเลภูเขาและดินแดนแห่งสายหมอก อากาศหนาวที่สุดของประเทศ เป็นแหล่งปลูกไม้ดอกไม้ประดับที่สำคัญแห่งหนึ่งของเมืองไทย ด้วยภูมิประเทศที่โอบล้อมไปด้วยขุนเขาสลับซับซ้อน สิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ทำให้เมืองเลยเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ของแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติที่เพียบพร้อมทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นภูสูง น้ำตกสวย ห้วยหินงาม รวมทั้งประเพณีวัฒนธรรมอันแตกต่างไปจากถิ่นอื่น ที่รอคอยนักเดินทางมาสัมผัสเมืองแห่งขุนเขา เพลิดเพลินไปกับ อุทยานแห่งชาติภูเรือ ภูลมโล   ภูกระดึง ภูป่าเปาะ พระธาตุศรีสองรัก วัดศรีโพธิ์ชัย เดินเล่นชิลล์ๆ ในเชียงคาน

8. จันทบุรี พรั่งพร้อมในสินทรัพย์แห่งธรรมชาติ เมืองสวนสวรรค์ร้อยพันธุ์ผลไม้ กลิ่นอายอันเป็นเสน่ห์ของจันทบุรี ที่ตั้งบนความสมบูรณ์พร้อมหลากหลาย เมืองแห่งประวัติศาสตร์อันน่าศึกษา เมืองแห่งศูนย์กลางธุรกิจอัญมณีล้ำค่าระดับโลก ดินแดนที่ต้อนรับผู้มาเยือนด้วยท้องทะเลสงบงาม กับวิถีประมงอันอบอุ่น โอบรับทุกคนไว้ด้วยอ้อมกอดของสวนแห่งความสุขหวานฉ่ำ ล้ำรสผลไม้อร่อย และยังมีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย ทั้งภูเขา ป่าไม้ น้ำตก เป็นมนต์เสน่ห์ที่ดึงดูดเชิญชวนทุกท่านร่วมสัมผัสวิถีชีวิตชาวเมืองจันทน์ ที่จะสร้างความประทับใจให้คุณมิรู้ลืม เพลิดเพลินไปกับ สวนผลไม้ต่างๆ ถนนเฉลิมบูรพาชลทิศและจุดชมวิวเนินนางพญา   อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ หาดเจ้าหลาว โอเอซีส ซี เวิลด์   ฯลฯ

9. ตราด ชีวิตอันเป็นหนึ่งเดียวกับเกลียวคลื่น เมืองเกาะในฝัน ตราด เมืองเกาะในฝัน วิมานของคนรักทะเล มนต์เสน่ห์แห่งฟ้าสีครามน้ำใส หาดทรายสวย ดินแดนที่เต็มไปด้วยหมู่เกาะน้อยใหญ่กว่า 52 เกาะ สมที่มาแห่งคำขวัญเมืองที่ว่า เมืองเกาะครึ่งร้อย สัมผัสความงามของชีวิตใต้ท้องทะเลที่เต็มไปด้วยสัตว์น้ำน้อยใหญ่แหวกว่ายประชันโฉม ท่ามกลางสีสันแห่งปะการัง นี่ล่ะสวรรค์... ที่สวยงาม ไปกันเถอะไปยลความงาม เมืองเพชรเม็ดงามแห่งบูรพา เพลิดเพลินไปกับ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง   เกาะกูด เกาะหมาก เกาะขาม   เกาะกระดาด วัดบุปผาราม บ้านน้ำเชี่ยว   ฯลฯ

10. นครศรีธรรมราช วิถีแห่งธรรมะและธรรมชาติ นครสองธรรม เมื่อสายธารแห่งศรัทธาในธรรมะ กับดินแดนแห่งธรรมชาติ ที่หลอมรวมกันอย่างลงตัวเป็นหนึ่งเดียวมาช้านาน ก่อเกิดกำเนิดเป็นมรดกทางศิลปะวัฒนธรรมอันรุ่งโรจน์สง่างาม จนกลายเป็นขนบธรรมเนียมประเพณี เป็นวิถีที่มีเอกลักษณ์ ของชาวนครศรีธรรมราช นอกจากเป็นดินแดนเมืองแม่แห่งพุทธธรรมแล้ว เมืองนี้ยังร่ำรวยด้วยทรัพยากรธรรมชาติ ที่แวดล้อมไปด้วยป่าเขา น้ำตก และชายทะเล เมืองมหาเสน่ห์ที่ต้องไปเยือน เพลิดเพลินไปกับ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร วัดธาตุน้อย บ้านหนังตะลุงสุชาติ ทรัพย์สิน โลมาหาดขนอม น้ำตกกรุงชิง หมู่บ้านคีรีวง ฯลฯ

11. ชุมพร ฟ้าใส ใจลอยไปในห้วงทะเลคราม หาดทรายสวยสี่ร้อยลี้ อยากจะเปรียบกับดินแดนที่ไม่เคยหลับใหล เสียงน้ำทะเลกระทบฝั่งครั้งใด ปลุกใจให้ตื่นทุกครา จนต้องย่ำเท้าก้าวเดินไปบนผืนทรายอ่อนนุ่ม ณ ดินแดน หาดทรายสวยสี่ร้อยลี้ ท่ามกลางสีฟ้าครามทั้งท้องทะเล และเมื่อแหงนหน้าขึ้นบนท้องฟ้า กับดินแดนอันมีหลากเรื่องราว ชุมพรเป็นสะพานเชื่อมระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน ซึ่งยากนักที่จะทุกอย่างพร้อมสรรพในจังหวัดเดียว ลองหยุดทำความรู้จักชุมพรสักนิด แล้วจะรู้ว่าที่นี่ไม่ธรรมดา เพลิดเพลินไปกับ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร ศาลกรมหลวงชุมพร หาดทรายรี   จุดชมวิวเขามัทรี หาดทุ่งวัวแล่น เกาะพิทักษ์ ฯลฯ

12. ตรัง เมืองคนช่าง”กิน” แดนดินถิ่นทะเลงาม ยุทธจักรความอร่อย เสน่ห์ของ “ตรัง” คือความไม่หลับใหล นั่นทำให้ความอร่อย 24 ชั่วโมงเป็นสิ่งที่อยู่คู่ตรังมายาวนาน พร้อมตำนาน “เมืองแห่งคนช่างกิน” กับวิถีวัฒนธรรมการกินที่เป็นเอกลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็น หมูย่างหนังกรอบ ติ่มซำคำโต ขนมเค้กมีรูเนื้อนุ่มลิ้น และเมนูพื้นบ้านอาหารพื้นเมือง เมื่อผนวกกับแหล่งท่องเที่ยวอันสวยงามแล้ว พลาดไม่ได้ที่จะเดินทางไปเยือน เพลิดเพลินไปกับสารพัดเมนูอาหาร ก่อนนั่งตุ๊กตุ๊กหัวกบทัวร์เมืองตรัง ตะลุยทัวร์อำเภอกันตัง ชมยางพาราต้นแรกของไทย เที่ยวเกาะไหง เกาะเชือก เกาะม้า เกาะแหวน เกาะกระดาน เกาะมุกและถ้ำมรกต ฯลฯ