เอทิฮัดเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการสู่สหรัฐอเมริกา

เอทิฮัดเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการสู่สหรัฐอเมริกา

ด้วยบริการเที่ยวบินเครื่องบินโบอิง787 ไปยังกรุงวอชิงตัน

 

สายการบินเอทิฮัด สายการบินแห่งชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ส่งเครื่องบินโบอิ้ง 787-9 ดรีมไลเนอร์ อันล้ำสมัย ให้บริการเที่ยวบินรายวันไปยังกรุงวอชิงตัน ดีซี โดยนับเป็นการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ล่าสุดบนเที่ยวบินโดยสารชั้นเฟิร์สคลาส ชั้นบิสิเนสคลาสและชั้นอีโคโนมีคลาสบนเส้นทางบินประเทศสหรัฐอเมริกา

ภายในห้องโดยสารบนเครื่องบินโบอิ้ง 787-9 ของสายการบินประกอบด้วยชั้นโดยสารแบบเฟิร์ส สวีท 8 ที่นั่ง บิสิเนส สตูดิโอ 28 ที่นั่ง และอีโคโนมี สมาร์ท ซีท 199 ที่นั่ง ที่มอบความสะดวกสบาย ความบันเทิงและการเชื่อมต่อระหว่างการเดินทางอันยอดเยี่ยม การตกแต่งภายในและระบบแสงสว่างบนเครื่องบินได้รับแรงบันดาลใจจากการออกแบบแนวอาหรับร่วมสมัยซึ่งกลมกลืนอย่างลงตัวกับ‘Facets of Abu Dhabi’ รูปโฉมภายนอกที่ออกแบบใหม่ของสายการบินเอทิฮัด

มร.เจมส์ โฮแกน ประธานและประธานกรรมการบริหารสายการบินเอทิฮัด กล่าว “โบอิ้ง 787 ซึ่งถือว่าเป็นเครื่องบินที่ทันสมัยที่สุดในบรรดาเครื่องบินระดับเดียวกัน ช่วยลดต้นทุนในการดำเนินงาน และการปล่อยก๊าซคาร์บอน บนเส้นทางบินไปยังกรุงวอร์ชิงตัน ดีซี และเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือมากที่สุด ที่สำคัญเราได้ออกแบบให้เครื่องบินลำดังกล่าวให้เป็นห้องโดยสารชั้นเฟิร์สคลาส ชั้นบิสิเนสคลาส และชั้นอีโคโนมีคลาสที่มีความทันสมัยและมีนวัตกรรมยอดเยี่ยมเป็นอันดับหนึ่งของโลก เพื่อมอบความสะดวกสบายอีกระดับให้กับผู้โดยสาร รวมทั้งใส่ใจต่อรายละเอียดที่พัฒนาให้ดีขึ้นสำหรับนักเดินทางทางอากาศยุคใหม่”

สายการบินเอทิฮัดเริ่มให้บริการเที่ยวบินตรงรายวันระหว่างอาบู ดาบี และวอชิงตัน ดีซี เมื่อเดือนมีนาคม 2556 ซึ่งถือเป็นการเชื่อมต่อตรงครั้งแรกระหว่างเมืองหลวงทั้งสอง บริการเที่ยวบินดังกล่าวได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจากนักเดินทางทั้งภาครัฐและภาคธุรกิจ รวมทั้งเป็นการส่งเสริมการเดินทางเพื่อผ่อนคลายที่กำลังเติบโตระหว่างเมืองทั้งสองและต่อไปยังจุดหมายปลายทางอื่นๆอีกด้วย

ผู้โดยสารที่เดินทางไปยังกรุงวอชิงตัน ดีซี จะได้รับประสบการณ์ด้านสิทธิประโยชน์ที่ไม่เหมือนใคร โดยจะผ่านพิธีการต่างๆ โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายกิจการศุลกากรและป้องกันชายแดนสหรัฐฯ (US Customs and Border Protection)ล่วงหน้า ณ ท่าอากาศยาน อาบู ดาบี ก่อนออกเดินทางบนเที่ยวบินมายังสหรัฐอเมริกา โดยไม่จำเป็นต้องเข้าแถวอีกครั้งเมื่อเดินทางถึง

สิทธิประโยชน์อื่นๆ ที่สำคัญในการผ่านพิธีการต่างๆ โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายกิจการศุลกากรและป้องกันชายแดนสหรัฐฯ ล่วงหน้าคือ การตรวจสอบสัมภาระที่เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยจากหน่วยตรวจสอบความปลอดภัยด้านการขนส่งของสหรัฐอเมริกา เพื่อให้นักเดินทางทางอากาศที่มีความประสงค์จะเชื่อมต่อเที่ยวบินภายในประเทศสหรัฐอเมริกา ได้รับการตรวจสอบสัมภาระให้เรียบร้อยจากอาบู ดาบี เพื่อไปยังจุดหมายปลายทางสุดท้าย

ผู้โดยสารที่เดินทางจากวอชิงตัน ดีซี จะได้รับความสะดวกสบายในช่วงเวลาที่ดีเยี่ยมสำหรับการเดินทางขาออกในช่วงเย็น เพื่อให้ผู้โดยสารสามารถท่องเที่ยวหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจระหว่างวัน

ผู้โดยสารพรีเมี่ยมของสายการบินเอทิฮัด ยังสามารถใช้บริการเลานจ์ของสายการบินได้ที่สนามบินดัลเลส ที่มอบความสะดวกสบายอีกขั้นสำหรับพื้นที่ผ่อนคลาย ห้องรับประทานอาหารอันโอ่อ่า อุปกรณ์อำนวยความสะดวกในการทำธุรกิจที่ล้ำสมัย ห้องรับรองความบันเทิงสำหรับครอบครัว และห้องอาบน้ำหรูหราที่ประกอบด้วยฝักบัวอันชุ่มฉ่ำ ทั้งหมดอยู่ในทำเลที่ดีเยี่ยมอยู่ถัดจากฝั่งขาออกของสายการบินเอทิฮัด ที่ประตูทางออกเอ นอกจากนี้สายการบินยังจัดเตรียมทางเดินไปยังเครื่องบินที่แสนสะดวกสบาย โดยไม่จำเป็นต้องเดินออกทางประตูขาออกทั่วไป

วอชิงตัน ดีซี คือหนึ่งในหก จุดหมายปลายทาง ที่ให้บริการโดยสายการบินเอทิฮัด ในเส้นทางบินสหรัฐอเมริกา รวมทั้ง ซานฟรานซิสโก ลอสแอนเจลิส ดาลลัส ฟอร์ทเวิร์ธ ชิคาโก้ และนิวยอร์ค

มร.โฮแกน กล่าวว่า “สายการบินเอทิฮัดให้บริการ 45 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ทั้งขาเข้าและขาออกสหรัฐอเมริกา และเชื่อมต่อไปยังประเทศต่างๆ ในเครือข่ายทั่วโลกของเรา รวมทั้งจุดหมายปลายทาง ทั้ง 34 แห่งในตะวันออกกลางและอนุทวีปอินเดีย เรายังคงได้รับการตอบรับอันดีสำหรับการเดินทางระหว่างสหรัฐอเมริกาและอินเดีย ที่ซึ่งเราได้ให้บริการใน 11 เมือง และอีก 15 เมืองในความร่วมมือกับสายการบินเจ็ท แอร์เวย์ส เพื่อให้เข้าถึงประเทศได้อย่างเหนือระดับ นอกจากนี้ ผู้โดยสารจะได้รับประโยชน์จากช่วงเวลาการเดินทางที่เร็วที่สุดในอุตสาหกรรมการบิน จากกรุงวอชิงตัน ดีซี ไปยังจุดหมายปลายทางยอดนิยม ได้แก่ อาห์เมดาบัด มุมไบ เดลี ไฮเดอราบาด และเชนไน”

การสั่งซื้อเครื่องบิน บี787 (-9 และ –10) ของสายการบินเอทิฮัด นับเป็นหนึ่งในประเภทเครื่องบินลำใหญ่ที่สุด ซึ่งเป็นจำนวนถึง 71 ลำ วัสดุน้ำหนักเบาที่ใช้ในเครื่องบินทำให้ บี787 ใช้เชื้อเพลิงน้อยลง คิดเป็นร้อยละ 30 ในบรรดาเครื่องบินประเภทเดียวกันและยังลดการเกิดก๊าซคาร์บอนอีกด้วย เทคโนโลยีใหม่ยังได้นำมาใช้เพื่อให้แน่ใจว่ามีเสียงเบาลงอีกร้อยละ 60 ซึ่งเบากว่าเครื่องบินขนาดเดียวกัน