ชูวิสัยทัศน์ผู้นำองค์กรแห่งการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ครบวงจร
เดินหน้าสู่ผู้นำด้าน Creative & Innovative Learning House เต็มรูปแบบพร้อมชูภาพลักษณ์ 32 ปี องค์กรธุรกิจสื่อสร้างสรรค์เพื่อการเรียนรู้ของครอบครัวและสังคม ตอกย้ำความเป็นเบอร์หนึ่งในกลุ่มตลาด Parenting & Family พร้อมเตรียมปักธงขยายศักยภาพสู่กลุ่มตลาดผู้สูงอายุ หรือ Active Aging และต่อยอดการตลาดสู่ความเป็นผู้นำของ2กลุ่มธุรกิจหลักในสายSocial Learning และSocial Creativity
สุภาวดี หาญเมธี อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทรักลูก เปิดเผยถึงการดำเนินงานตลอดระยะเวลา 32 ปีที่ผ่านมาว่า กลุ่มบริษัทรักลูกเกิดขึ้นด้วยความเชื่อมั่นที่ว่าการเรียนรู้คือหัวใจหลักในการพัฒนาคุณภาพชีวิตตั้งแต่ระดับบุคคลองค์กร ชุมชน และสังคม และพัฒนาธุรกิจหลากหลายรูปแบบ จนกลุ่มบริษัทได้รับการยอมรับว่าเป็นองค์กร Social Enterprise และเป็นผู้นำแห่งการเรียนรู้แก่ครอบครัวและสังคมไทยอย่างแท้จริงและในวันนี้ ภายใต้พันธกิจ “Creative & Innovative Learning House” ในชื่อองค์กรใหม่ว่า กลุ่มบริษัทอาร์แอลจี(RLG) ซึ่งRLG “Rakluke Learning Group” ที่มีศักยภาพครอบคลุมทุกมิติทั้งด้านสื่อ นิตยสาร สื่อสิ่งพิมพ์ งานกิจกรรม สื่อดิจิตอลรายการทีวี กับหน่วยธุรกิจที่สร้างสรรค์พื้นที่การเรียนรู้ เช่น พิพิธภัณฑ์ ฯลฯ และหน่วยธุรกิจที่สร้างกระบวนการเรียนรู้ในชุมชนทั้งเมืองและชนบท ด้วยการทำงานแบบ “Total Creative Learning Solutions” เพื่อให้สอดรับกับโอกาสทางธุรกิจที่เติบโตขยายตัวและมีความหลากหลาย
“การปรับตัวครั้งนี้ กลุ่มบริษัท อาร์แอลจี (RLG) ได้แม่ทัพหญิงคนใหม่คือ คุณศิริพร ผลชีวิน ผู้บริหารที่เคยรับภารกิจเป็นกรรมการผู้จัดการ บริษัท รักลูก เอ็ดดูเท็กซ์ จำกัด ซึ่งเป็นธุรกิจออกแบบจัดสร้างพิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้ จนประสบความสำเร็จอย่างสูงและเป็นผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท รักลูก กรุ๊ป จำกัดที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จขององค์กรมากว่า 10 ปี และมีความโดดเด่นในเรื่องของการบริหารงานและนำความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมใหม่ๆ มาประสานใช้กับทุกๆ กลุ่มธุรกิจขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิผลทำให้เชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าภายใต้การบริหารงานของCEO ใหม่ในครั้งนี้จะสามารถนำพาองค์กรสู่เป้าหมายที่วางไว้อย่างแน่นอน”
ทางด้าน ศิริพร ผลชีวิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท อาร์แอลจี (RLG) คนใหม่ กล่าวถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัท อาร์แอลจี (RLG) ว่า ในปีนี้องค์กรมีการปรับโครงสร้างการบริหารงานให้สอดรับกับสภาพการแข่งขันทางธุรกิจและกลุ่มเป้าหมายที่มีศักยภาพในการเติบโตโดยมี 4 แนวคิดสำคัญ เพื่อให้ตอบสนองต่อการเป็น Creative & Innovative Learning House ประกอบด้วย ส่วนที่ 1 คือ การกำหนดยุทธศาสตร์Value Leverage ผ่านแนวคิด 4Cs ได้แก่ Consumer Insight รับผิดชอบโดย RLG Research Center Content Marketing รับผิดชอบโดย RLG Institute Creativity รับผิดชอบโดยหน่วยงาน CC&I (Corporate Creativity & Innovation Unit) และ Convergence รับผิดชอบโดยทุกหน่วยงานในกลุ่มบริษัท เพื่อสร้าง Total Solution
ส่วนที่ 2 คือการรุกกลุ่มเป้าหมายใหม่อย่าง กลุ่มตลาดผู้สูงอายุ หรือ Active Aging เป็นตลาดใหม่ที่อาร์แอลจี มุ่งขยายงานเพื่อตอบสนองภาวะก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุของสังคมไทย โดยจะมุ่งเน้นมิติการสร้างการเรียนรู้แก่ผู้สูงอายุ และ ผู้ก้าวเข้าสู่วัยสูงอายุ รวมทั้งลูกหลานที่จะต้องดูแลผู้สูงอายุ โดยสถาบันอาร์แอลจี (RLG Institute) ได้วางแผนงานการเปิดตัว “RLG-AAA หรือ RLG-Active Aging Academy” รองรับการขยายธุรกิจการเรียนรู้สู่กลุ่มผู้สูงอายุภายใต้หลักคิด U3A- University of the Third Age เร็วๆนี้
ส่วนที่ 3 คือการสื่อสารผ่านรูปแบบใหม่ๆ โดยอาร์แอลจีได้เตรียมการเข้าสู่ตลาดดิจิตอลมาอย่างต่อเนื่องซึ่งจากปีนี้เป็นต้นไป จะขยายให้ทุกหน่วยธุรกิจเชื่อมเข้าสู่ Digital Platform เพื่อให้ครบวงจร ทั้งการทำงานแบบ Offline Online และ On Ground โดยเน้นการทำงานร่วมกับพันธมิตรที่มีความชำนาญในด้านดิจิตอล และส่วนที่ 4 ก็คือ New Partners เพื่อตอบสนองวิสัยทัศน์ ที่จะเป็น Creative & Innovative Learning House ดังนั้นกลุ่มบริษัทฯ จึงมีแนวทางที่จะเปิดการทำงานกับพันธมิตรอย่างกว้างขวางในทุกสายธุรกิจเพื่อดึงความเชี่ยวชาญและทรัพยากรของพันธมิตรทุกฝ่ายมาร่วมกันตอบสนองความต้องการของลูกค้า
สำหรับแผนธุรกิจในปีนี้ ทางอาร์แอลจี เตรียมเปิดตัวอีก 2 โครงการใหญ่ เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการเรียนรู้ ประกอบด้วย โครงการวิจัยครอบครัวไทยในเขตเมือง Thai Urbanized Family 2014 (TUF2014) ที่ทำร่วมกับ สสส. เพื่อศึกษาการเปลี่ยนผ่านของครอบครัวไทยในเขตเมือง (Thai Urbanized Family) ในช่วงการเปลี่ยนแปลงของสังคมไทยในบริบทโลกอย่างรอบด้านและเพื่อให้เข้าใจในวิถีชีวิตทัศนคติและพฤติกรรมของครอบครัวไทยในเมือง เพื่อนำไปสู่การ ขับเคลื่อนนโยบายการพัฒนาสถาบันครอบครัวโดยเฉพาะครอบครัวไทยในเขตเมือง และ โครงการ EF: Brain & Life Success ซึ่งจะนำความรู้เรื่อง Executive Functions จากด้าน Neuroscience ที่ เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเด็กมาขับเคลื่อนในกลุ่มพ่อแม่ ครูอนุบาล และครูพี่เลี้ยงเด็กทั่วประเทศ เพื่อพัฒนาความรู้ ความเข้าใจของผู้ใหญ่ ที่จะช่วยให้เด็กมีความยับยั้งชั่งใจ คิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็น โดยในเดือนสิงหาคม จะมีนักวิชาการระดับโลก มานำการสัมมนาในหัวข้อ Development of EF in Early Childhood and Their Importance to Education”
นอกจากนี้ กลุ่มบริษัท อาร์แอลจียังคงเน้นพื้นที่ทางการตลาด 3 กลุ่มหลักคือ Parenting &Family ซึ่งเรายังคงความเป็นผู้นำในกลุ่มตลาดกลุ่มนี้อย่างชัดเจน พร้อมทั้งขยายศักยภาพการทำธุรกิจออกไปสู่กลุ่มตลาดเป้าหมายใหม่ในสาย Social Learningและ Social Creativity โดยผ่านยุทธศาสตร์ใน 3 สายธุรกิจหลักในปีนี้ ได้แก่
นอกเหนือจาก 3 สายธุรกิจหลักที่เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในปีนี้กลุ่มบริษัท อาร์แอลจี (RLG) ก็ยังมีสถาบันอาร์แอลจี (RLG Institute)เป็นหน่วยงานสนับสนุนในฐานะ Content Experts ผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้อหา ด้านวิชาการ วิจัยและการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ตลอดจนเทรนด์ความรู้ และกระบวนการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเด็ก สตรี ครอบครัว ผู้สูงวัย ชุมชนและสังคม ให้แก่หน่วยงานธุรกิจของ RLG และสังคมซึ่งภายใต้สถาบันอาร์แอลจีนั้นยังมี RRC ซึ่งเป็นหน่วยงานวิจัย (Research Professionals) ที่มีความชำนาญในการให้บริการออกแบบและบริหารโครงการวิจัย, บริการด้านข้อมูลความรู้เพื่อพัฒนาเด็ก ครอบครัว และสังคม, บริหารการจัดการอบรมสัมมนาอีกด้วย
ด้านแผนงานการเติบโตของกลุ่มบริษัทอาร์แอลจี (RLG) ในปีนี้บริษัทตั้งเป้ารายได้อยู่ที่ 560 ล้านบาท เติบโต15%จากปี 2557 โดยแบ่งเป็นสัดส่วนรายได้ในสายธุรกิจCommunications 55 % สายธุรกิจSocial Learning 20% และสายธุรกิจSocial Creativity 25%
ศิริพร ผลชีวิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท อาร์แอลจี (RLG) กล่าวทิ้งท้ายว่า “สำหรับแผนธุรกิจที่วางไว้สำหรับปีนี้บริษัทฯจะยังคงครองความเป็นอันดับหนึ่ง ในกลุ่มตลาดเป้าหมายพ่อ-แม่และครอบครัวจากสายธุรกิจCommunications พร้อมเดินหน้าขยายศักยภาพขององค์กรเพื่อสร้างการเรียนรู้ให้ครอบคลุมถึงระดับชุมชนและสังคม ผ่านสายงานธุรกิจ Social Learning และ Social Creativity และการขยายธุรกิจไปสู่ตลาดใหม่ Active Aging ซึ่งเราเชื่อว่า เราเป็นเจ้าแรกที่เข้าสู่ตลาดการเรียนรู้เพื่อผู้สูงอายุ และคาดหมายว่าจะเป็นธุรกิจดาวรุ่งอีกตัวของอาร์แอลจีค่ะ”








