การเลือกซื้อครีมบำรุงผิวจึงต้องอาศัยวิจารณญาณของแต่ละบุคคล ไม่ต้องไปเสี่ยงกับสารเคมีอันตราย ที่อาจทำร้ายผิวสวยๆ
เคยสงสัยกันหรือไม่ ว่าทำไมในปัจจุบัน เมื่อเราเปิดเข้าเฟสบุค ก็เจอแต่คนดังขายครีมหน้าเด้ง เปิดเข้าไอจี ก็เจอแต่เซเลปขายครีมหน้าใส ใครต่อใครก็พากันขายครีมเยอะแยะไปหมด วัยรุ่นทั่วไปเห็นอะไรดังหรือกำลังเป็นกระแส เป็นอันต้องไปเสาะหามาใช้เพื่อไม่ตกเทรนด์ เซเลปคนโปรดในอินสตาแกรมโพสรูปว่าใช้เองเด้งใสในเจ็ดวัน บางคน็ลองซื้อมาใช้แบบไม่คิด ธุรกิจขายครีมในโลกโซเชียลจึงเติบโตอย่างรวดเร็ว จนเกิดคำถามขึ้นว่า ครีมเหล่านั้นเห็นผลและปลอดภัยจริงหรือ?
ทำไมคนดังเหล่านั้นจึงผลิตครีมออกมาขายกันง่ายดายเพียงนี้ กระบวนการผลิตครีมโดยทั่วไป เริ่มต้นโดยติดต่อโรงงานที่รับผลิตเครื่องสำอางและยาที่มีอยู่ทั่วไป ซึ่งทางโรงงานนั้นสามารถผลิตเครื่องสำอางให้เราได้เสร็จสรรพ โดยเริ่มตั้งแต่มีเมนูสูตรเครื่องสำอางค์ให้เลือกหลากหลายสูตร หากมีความรู้ขึ้นมาหน่อยก็สามารถปรับปรุงคิดค้นสูตรขึ้นมาใหม่และสั่งผลิตได้ เมื่อได้ตัวครีมมาแล้วนั้นก็มีบริการออกแบบบรรจุภัณท์ให้ตามต้องการ และพร้อมขอเลขทะเบียนอย.ให้อีกด้วย ดังนั้นในปัจจุบัน เพียงแค่คุณกำเงินแล้วเดินเข้าหาโรงงาน หลังจากนั้นรอหนึ่งถึงสองเดือน เพียงเท่านี้ เครื่องสำอางค์แบรนด์ตัวเองก็พร้อมที่จะเฉิดฉายในโลกโซเชียล รอวันให้เหล่าสาวกแฟนคลับ มาช่วยอุดหนุนกันต่อไป
ฟังดูเหมือนง่าย แต่อันที่จริงแล้ว ครีมทั่วไปที่จดแจ้งขึ้นทะเบียนกับอย.ว่าเป็น"เครื่องสำอาง"ได้นั้้น จะต้องใส่ส่วนผสม ซึ่งเป็นสารที่ไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของร่างกาย ส่วนสารใดก็ตามที่ทำให้ร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลง สารนั้นจะถูกเรียกว่า"ยา" แล้วยังไงละ? นั่นก็หมายความว่า เครื่องสำอางค์ที่ผ่านอย.ถูกต้องนั้น จะไม่มีความสามารถ เปลี่ยนแปลงผิวหนังของคุณได้รวดเร็วตามที่โฆษณาได้อย่างแน่นอน ส่วนบางคนที่ลองใช้แล้วเห็นผลจริง ทำให้ลักษณะทางกายภาพของผิวหนังเปลี่ยนแปลงไปได้อย่างรวดเร็ว เครื่องสำอางเหล่านี้อาจเข้าข่าย เครื่องสำอางอันตราย
ข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ที่ผ่านตาให้เห็นอยู่บ่อยๆ มักเกี่ยวกับเครื่องสำอางที่ใส่สารเคมีบางอย่างที่อาจเป็นอันตรายต่อผู้ใช้ในระยะยาว สารเคมีที่มักถูกลักลอบผสมลงไป บางตัวจัดอยู่ในกลุ่มของยารักษาโรคผิวหนัง โดยอาศัยผลข้างเคียงบางอย่างของยา เช่นยาสเตียรอยด์ที่มักใช้ในการรักษาผื่นผิวหนังอักเสบ ผลข้างเคียงของยาเมื่อใช้ในบริเวณผิวหนังปกติ จึงทำให้ออกฤทธ์แรงเกินไป ผลข้างเคียงที่เกิดคือผิวหนังบางลง ลดการสร้างเม็ดสี มีเส้นเลือดฝอยขึ้นผิดปกติ ผลคือทำให้ผิวดูขาวซีดเห็นเส้นเลือดในระยะแรก วัยรุ่นหลายคนที่หลงเชื่อ เมื่อลองใช้ครีมที่ผสมสารตัวนี้เข้าไป จึงชื่นชอบ เพราะคิดว่าผิวดูขาวขึ้น จึงใช้ต่อไปเรื่อยๆ ระยะยาวผิวหนังจะบางลงเรื่อยๆ คอลลาเจนในผิวหนังลดลง ทำให้ผิวมีรอยแตกลายแบบถาวร ผิวแพ้ง่าย เห็นเส้นเลือดฝอยขึ้นตามผิว หยุดใช้ไม่ได้ เพราะอาจมีสิวเห่อขึ้นมาได้ ซึ่งผลข้างเคียงแบบนี้ อันตราย และรักษาได้ยากมาก
แล้วสารเคมีเหล่านี้ เข้ามาอยู่ในเครื่องสำอางที่วางขายตามเฟสบุคหรืออินสตาแกรมได้อย่างไร สมมุติง่ายๆ ว่าเพื่อนของเราต้องการผลิตครีม "เด้งทันใจ" ขึ้นมาเพื่อขายในเฟสบุค เริ่มต้นจึงไปคุยกับโรงงาน เพื่อเลือกเอาครีม "A” มาจดทะเบียน ใช้ชื่อว่าครีม "เด้งทันใจ" เมื่อครีม "A” นั้น ซึ่งมีสูตรเป็นเครื่องสำอางถูกต้อง ปราศจากยาหรือสารต้องห้าม จึงสามารถผ่านอย. และได้เลขทะเบียนอย.มาติดบนฉลากข้างประปุกเป็นที่เรียบร้อย หลังจากนั้นจึงถึงคราวของวิชามารที่ครีมหลายชนิดใช้กันในท้องตลาด นั่นคือ เอาครีม "B” ซึ่งมีส่วนผสมของยาหรือสารต้องห้ามเช่นปรอท เข้ามาสวมแทนที่ครีม "A" และใส่ในบรรจุภัณท์ที่เพิ่งขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง วางจำหน่ายในชื่อของครีม "เด้งทันใจ" ได้ทันที
ปัจจุบัน โฆษณา ชวนเชื่อ เรื่องครีมหน้าเด้ง เห็นผลเร็วทันใจ มีอยู่มากมายในโซเชียลเนตเวิค การอาศัยเพียงแค่คำโฆษณาหรือพรีเซนเตอร์ อาจไม่ใช่เหตุผลที่หนักแน่นพอที่จะตัดสินใจซื้อครีมตัวใดตัวหนึ่งมาใช้ หากโชคดีอาจหน้าเด้งหน้าใสอย่างคำโฆษณา แต่ผิวหน้าและผิวกาย ที่เราเฝ้าถนุถนอมอย่างดีนั้น มีเพียงผิวเดียว คงไม่มีใครอยากเสี่ยง โดยมีเดิมพันเป็นผิวหนังของตนเอง ดังนั้นการเลือกซื้อครีมบำรุงผิวจึงต้องอาศัยวิจารณญาณของแต่ละบุคคล เลือกซื้อจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ เพียงเท่านี้ ผิวสวยๆของคุณ ก็ไม่ต้องไปเสี่ยงกับสารเคมีอันตราย ที่อาจทำร้ายผิวสวยๆของเราไป ตลอดกาล
นายแพทย์เจริญลักษณ์ คงดำเนิน (หมอโจ) แพทย์ผู้บริหาร Skenique Clinic







