วันพุธ ที่ 11 มีนาคม 2569

Login
Login

"นายกฯ" ปลื้ม ต่างชาติ นิยม" ถ่ายหนังใน ไทย สร้างรายได้ 4.24 พันล้าน เข้าประเทศ

"นายกฯ" ปลื้ม ต่างชาติ นิยม" ถ่ายหนังใน ไทย สร้างรายได้ 4.24 พันล้าน เข้าประเทศ

โฆษกรัฐบาลเผย นายกฯ ปลื้ม กระแสต่างชาติ นิยมใช้ "ไทย" เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ โทรทัศน์ โฆษณา ตั้งแต่ 1ก.ค.64-16 มี.ค.65 มีหนัง 196 เรื่อง สร้างรายได้ 4.24 พันล้านบาท

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยินดีต่อกระแสความนิยมของประเทศไทยที่ยังคงเป็นประเทศตัวเลือกอันดับต้น ๆ ในการถ่ายทำของหมู่ผู้สร้างภาพยนตร์ต่างชาติ โดย ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ (Film) ถือเป็น 1 ใน 5 F อุตสาหกรรมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ที่มีศักยภาพที่รัฐบาลมุ่งขับเคลื่อน และผลักดัน “Soft Power”ความเป็นไทย เพื่อเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจ สร้างรายได้และภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่ประเทศ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬารายงานว่า หลังจากที่รัฐบาลมีมาตรการผ่อนปรนให้กองถ่ายภาพยนตร์ โทรทัศน์ โฆษณาสามารถถ่ายทำต่อไปได้ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) โดยคณะถ่ายทำภาพยนตร์จากต่างประเทศสามารถเดินทางเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไทยได้นั้น ตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 จนถึง 16 มีนาคม 2565 ภาพยนตร์ต่างประเทศ 196 เรื่อง เดินทางเข้ามาถ่ายทำในประเทศไทย โดย 86 เรื่องมีทีมผลิตเป็นของตัวเอง และผู้สร้างภาพยนตร์ 86 คนนี้มาจาก 33 ประเทศ สร้างรายได้ถึง 4.24 พันล้านบาทให้กับประเทศ

นายธนกร กล่าวว่า โดย 5 ประเทศ ที่เดินทางมาใช้ประเทศไทยเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ในช่วงเวลาดังกล่าวมากที่สุด ได้แก่ อินเดีย ฝรั่งเศส สิงคโปร์ สวิตเซอร์แลนด์ และสหราชอาณาจักร ซึ่ง 3 ประเทศที่ใช้จ่ายในการสร้างภาพยนตร์มากที่สุดในประเทศไทยในช่วงเวลานั้น ได้แก่ สหรัฐอเมริกา 1.95 พันล้านบาท ออสเตรเลีย 702 ล้านบาท และฮ่องกง 616 ล้านบาทตามลำดับ

นายกรัฐมนตรีกำหนดนโยบายสนับสนุน Soft power ให้ประเทศ โดยอาศัยต้นทุนทางวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์ที่มีอยู่มาต่อยอดให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจ สอดคล้องกับโมเดลเศรษฐกิจ BCG ของรัฐบาล และเร่งเดินหน้าส่งเสริมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทยใน15 สาขา อาทิ งานฝีมือและหัตถกรรม ดนตรี ศิลปะการแสดง และภาพยนตร์ เป็นต้น ขณะเดียวกันก็ผลักดันวัฒนธรรมที่มีศักยภาพ 5 F ได้แก่ อาหาร (Food) ภาพยนตร์และวีดิทัศน์(Film) ผ้าไทยและการออกแบบแฟชั่น (Fashion) มวยไทย (Fighting) แลการอนุรักษ์และขับเคลื่อน เทศกาล ประเพณีสู่ระดับโลก (Festival) โดยเชื่อมั่นว่ายังจะเป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมส่งออกสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจหลังยุคโควิด -19 ที่สำคัญของไทย

 “นโยบายส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นแหล่งถ่ายทำภาพยนตร์ระดับโลก ถือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างความสำเร็จ ของการบูรณาการการทำงานอย่างแข็งขันของทุกฝ่ายที่มุ่งผลักดันนโยบายดังกล่าวอย่างเต็มที่ เพราะนอกจากจะก่อให้เกิดรายได้แก่เศรษฐกิจไทย ทั้งภาพรวม และระดับท่องถิ่นแล้ว ยังเป็นโอกาสเผยแพร่ความงดงามของศิลปวัฒนธรรมไทย และธรรมชาติอันหลากหลายและอุดมสมบูรณ์ที่เผยแพร่ไปสู่สายตาของชาวโลกด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้เอง จะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทยให้กลับมาได้หลังสถานการณ์โรคโควิด-19 คลี่คลาย และเป็นหนึ่งในนโยบายที่นายกรัฐมนตรีผลักดัน soft power เพื่อแก้ปัญหามิติเศรษฐกิจของชาติ” นายธนกรกล่าว