"ศิธา" เปิดตัวลง "ผู้ว่าฯ กทม." ในนาม "พรรคไทยสร้างไทย" ชู นโยบาย 3P เชื่อ ไม่มีฮีโร่จากไหนทำได้ ปชช.ต้องร่วมมือ พร้อมสร้างมหานครแห่งความมั่งคั่ง ยืนยัน สู้ขาดใจ
ที่โกดังสเตเดียม เขตคลองเตย กทม. น.ต.ศิธา ทิวารี ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯกทม.) พรรคไทยสร้างไทย กล่าวภายหลังเปิดตัวอย่างเป็นทางการว่า ตนเข้ามาทำงานการเมืองตั้งแต่ปี 43 ที่คลองเตย สำนึกบุญคุณชาวคลองเตยที่เลือกตั้งให้ตนได้เป็น ส.ส. 2 สมัยในปี 44 และ48 จนตนถูกตัดสิทธิทางการเมือง5 ปี แม้เวลานั้นไม่ได้ออกสื่อ แต่ยังคงลงพื้นที่พบประชาชนคนคลองเตยอย่างต่อเนื่อง และการประกาศลงสมัครครั้งนี้ ตนเจอคำถามว่าจะชนะหรือ เขาลงพื้นที่มาตั้งนาน จึงตอบไปว่าตนเคยเป็นนักบินเครื่องบินรบมาก่อน อะไรเป็นภารกิจก็ต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด จะทำหน้าที่เหมือนตอนช่วยดับเพลิงในพื้นที่คลองเตยสมัยเป็นส.ส. และที่ผ่านมาตนลงพื้นที่พบประชาชนมาโดยตลอด ตนรู้งานรู้หน้าที่อยู่ในคลองเตยมาถึงทุกวันนี้ เนื้องานที่ตนทำมาเกี่ยวกับการทำงานในกทม.
น.ต.ศิธา กล่าวว่า ตนแยกนโยบายกทม. เป็น 3Pโดย P แรกคือ People สร้างเมืองแห่งโอกาสให้ชาวกรุงเทพฯ เพราะประชาชนคือผู้สร้างเมือง ไม่เชื่อว่าจะมีฮีโร่จากไหนมาสร้างกทม. แต่ประชาชนจะเป็นผู้สร้างเมือง เราจะลงทุนกับเรื่องการศึกษา และชีวิตประชาชนต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
Pที่2 คือ Profit สร้างมหานครแห่งความมั่งคั่ง แก้ปัญหาปากท้องชาวบ้าน เช่นหาบเร่แผงลอย ที่มีเทศกิจคอยทำหน้าที่ตรวจสอบชาวบ้าน มีอะไรอยู่ใต้โต๊ะ ตนจะนำเรื่องเหล่านี้ออกมาวางให้ประชาชนเห็น ให้คนที่ทำหน้าที่ตรวจสอบมาอำนวยความสะดวกให้ประชาชนและจะคืนอำนาจให้ประชาชนมีส่วนกับการแต่งตั้งโยกย้าย
และ Pที่ 3 สามคือ Planet โดยจะสร้างคุณภาพชีวิตคนกรุงเทพอย่างยั่งยืน มีคำกล่าวว่า กรุงโรมไม่ได้สร้างได้วันเดียว ตนก็บอกว่ามหานครของโลกก็ไม่สามารถสร้างได้ด้วยคนคนเดียวเช่นกัน ถ้ามองว่าการไปถ่ายรูปชี้ปัญหา ทำพีอาร์แล้วจะบอกว่านั้นคือการแก้ไข ตนยอมแพ้ ตนลงพื้นที่แบบนี้ถามพี่น้องในคลองเตยได้ว่าผมทำแบบนี้ไม่เคยประชาสัมพันธ์พี่น้องในเขตคลองเตย ผมดูแลได้ทั่วถึงคุยได้ทุกชุมชน ไม่ต้องออกสื่อเขาก็เห็น ให้ใจกันมา 22 ปี ก็ยังให้ใจกันอยู่ ตนจะทำตรงนี้ให้ประชาชน โดยจะเป็นหัวเรือในส่วนกทม. ประสานกับ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย ซึ่งเป็นหัวเรือในการนำพาพรรคไทยสร้างไทยเสนอนโยบายที่โดนใจประชาชนและทำให้กทม.เป็นเขตตัวอย่างให้คนทั้งประเทศได้รู้ ไม่ต้องมาห่วงว่าจะแพ้จะชนะ ตนสู้ขาดใจ





