วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

“ประยุทธ์” แก้เกม พรรคเล็ก ผวา “ธรรมนัส” ประเคนบ๊วย ศึกซักฟอก

ต้องลุ้นอย่างใจจดใจจ่อว่า คะแนนไว้วางใจของ "พล.อ.ประยุทธ์" จะมาที่โหล่หรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้ ก็เคยเกือบโหล่มาแล้ว และยิ่ง “ร.อ.ธรรมนัส” แยกตัวจาก “พลังประชารัฐ” ที่ “พล.อ.ประวิตร” เองก็ยอมรับว่าคอนโทรลไม่อยู่

พรรคเศรษฐกิจไทย เริ่มนับหนึ่งเป็นที่เรียบร้อย หลังจากประชุมใหญ่วิสามัญเพื่อเลือกกรรมการบริหารพรรค เมื่อวันศุกร์ 18 มี.ค.2565 และ 2 เก้าอี้หลัก ไม่มีพลิกโผ

“พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา” ขึ้นแท่นหัวหน้าพรรค “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” ส.ส.พะเยานั่งเลขาธิการพรรค พร้อมนำลูกพรรค 16 ส.ส. เดินหน้าทางการเมืองเต็มตัว ในระยะเวลาที่รัฐบาลเหลืออีกประมาณ 1 ปี

เส้นทางต่อไปของเศรษฐกิจไทย กำลังจะได้โชว์บทบาทการทำหน้าที่ในสภาฯ โดยเฉพาะศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ที่กำลังเวียนกลับมาเขย่าขวัญ “ครม.ประยุทธ์” อีกหน

สถานะของ “เศรษฐกิจไทย” ในขณะนี้ ยังไม่สามารถนิยามได้ชัดเจนว่า อยู่ขั้วไหน จะว่าเป็นรัฐบาลก็ไม่ใช่ จะเป็นฝ่ายค้านก็ไม่เชิง แต่ที่รู้ๆ ศัตรูเบอร์ 1 ของแม่บ้านพรรค คือนายกรัฐมนตรีชื่อ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ที่รอวันล้างแค้นให้สาสม

ถึงขนาด “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐยังออกปากยอมรับกับแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล ระหว่างดินเนอร์ ว่า ในเศรษฐกิจไทย คุม “ร.อ.ธรรมนัส” ไม่ได้เพียงคนเดียว ส่วน ส.ส.ที่เหลือ ยืนยันว่ายังสนับสนุนรัฐบาล

นั่นเป็นเพราะ พี่ใหญ่ 3 ป. บิ๊กป้อม คอยดูแลช่วยเหลือกันมาตลอด รวมไปถึงบรรดา “พรรคเล็ก” ที่ พล.อ.ประวิตร พูดชัดเจนว่า เป็นคนดูแลมาตั้งแต่ต้น จนเกิดคำถามตามมาว่า แล้วก่อนหน้านั้น ที่ “ร.อ.ธรรมนัส” มักอ้างว่า ตัวเองเป็นคนดูแล “พรรคเล็ก” นั้น เท็จจริงแล้วเป็นอย่างไรการดูแล ใช้กล้วยจากสวนของ “พล.อ.ประวิตร” หรือไม่ หรือท็อปอัพเพิ่มไปจากที่“พล.อ.ประวิตร” ดูแล

ถึงอย่างไรก็ตาม ปฏิเสธไม่ได้ว่า ความสัมพันธ์ของ “ร.อ.ธรรมนัส” กับ ส.ส.พรรคเล็กบางพรรคแนบแน่นกันเป็นอย่างดี เคยมีบทบาททำให้ “พล.อ.ประยุทธ์” ขายหน้ามาแล้วในการลงมติศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ เมื่อต้นปี 2564

เมื่อผลการลงมติปรากฎว่า “ร.อ.ธรรมนัส” ได้เสียงไว้วางใจ 274 ต่อ 199 งดออกเสียง 5 แต่ในส่วนของ “พล.อ.ประยุทธ์” ได้คะแนนไว้วางใจ 272 ต่อ 206 งดออกเสียง 3

เท่ากับว่า “ผู้นำรัฐบาล” มีคะแนนไว้วางใจน้อยว่ารัฐมนตรีช่วยเกษตรและสหกรณ์ ของ “ร.อ.ธรรมนัส” ในขณะนั้น เรื่องนี้ทำเอา “พล.อ.ประยุทธ์” หัวเสียอย่างมาก ถึงกับผรุสวาทใส่คู่กรณีแบบไม่ไว้หน้า

ถัดมาคือการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ครั้งที่ผ่านมา ช่วงเดือน ก.ย.2564 เที่ยวนี้ “พล.อ.ประยุทธ์” ได้คะแนนเสียงไว้วางใจ ในอันดับรองบ๊วย

โดยได้คะแนนไว้วางใจ 264 ต่อ 208 งดออกเสียง 3 ชนะอันดับบ๊วยคือ “สุชาติ ชมกลิ่น” รมว.แรงงาน ที่ได้คะแนนไว้วางใจ 263 ต่อ 196 งดออกเสียง 11

ปฏิบัติการฉีกหน้า “พล.อ.ประยุทธ์” กลางสภา ไม่ต้องบอกก็รู้ว่า ใครเป็นตัวตั้งตัวตี แน่นอนว่าส.ส.พรรคเล็กที่ซุกปีกขาใหญ่นั่นเอง ที่ตัดคะแนน “นายกฯ” จนภาพลักษณ์ออกมาไม่มีชิ้นดี

ศึกซักฟอกช่วงกลางปีนี้ “พล.อ.ประยุทธ์” ก็น่าจะยังต้องเจอปฏิบัติบั่นทอนเกียรติยศ และศักดิ์ศรีอีกเช่นเคย เพราะเมื่อลองนับเสียงฝ่ายค้านที่มีอยู่ประมาณ 220 กว่า เสียง เมื่อรวม 16 เสียงของพรรคเศรษฐกิจไทยแล้ว ก็ยังไม่เพียงพอจะคว่ำรัฐบาลได้ ดังนั้น เกมในสภาที่เศรษฐกิจไทย หรือ “ร.อ.ธรรมนัส” อาจหยิบมาเล่นคือ ผนึกกำลังกับพรรคเล็กบางส่วน เพื่อตัดคะแนน “พล.อ.ประยุทธ์” ให้มากที่สุด เท่าที่จะทำได้

จึงต้องลุ้นอย่างใจจดใจจ่อว่า คะแนนไว้วางใจของ "พล.อ.ประยุทธ์" จะมาที่โหล่หรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้ ก็เคยเกือบโหล่มาแล้ว และยิ่ง “ร.อ.ธรรมนัส” แยกตัวจาก “พลังประชารัฐ” ที่ “พล.อ.ประวิตร” ก็คอนโทรลไม่อยู่ เลยได้เห็นการดินเนอร์ของนายกฯ กับพรรคร่วมและพรรคเล็ก เพื่อการันตีไม่ให้ตัวเองมาอันดับสุดท้าย ในการอภิปรายฯ หรือไม่

บทบาทจากนี้ ของพรรคเศรษฐกิจไทย ทุกสายตาจะจับจ้องไปที่ “ร.อ.ธรรมนัส” ที่ถือเป็นผู้มีบารมีตัวจริงในพรรค โดยในยุทธจักรคู่ขนานกับการเมือง มีเสียงร่ำลือกันว่า ร.อ.ธรรมนัส เป็นผู้ที่คอยดูแลช่วยเหลือหัวหน้าพรรคในหลายๆ เรื่อง

จึงไม่แปลก ถ้าสถานะในทางพฤตินัยของเลขาฯ พรรคเศรษฐกิจไทย จะใหญ่กว่าหัวหน้าพรรคและยากที่คนทั้งใน และนอกพรรค จะกดรีโมทควบคุมสั่งการ “ผู้กอง” ได้ทุกเรื่อง