วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤษภาคม 2569

Login
Login

ทีมมดงาน-ส.ก.เพื่อไทย อาวุธลับ-ทัพหลัง “ชัชชาติ”

ทีมมดงาน-ส.ก.เพื่อไทย   อาวุธลับ-ทัพหลัง “ชัชชาติ”

น่าสนใจว่าทีมแบ็คอัพ ทั้งกลุ่มการเมือง ทั้งพรรคการเมือง พร้อมโดดเข้ามาร่วมวง ทั้งที่ รู้กติกาของ “ชัชชาติ” ว่า ไม่รับใบสั่งใคร พร้อมทำงานกับรัฐบาลไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นรัฐบาลเพื่อไทยในอนาคต

“รัฐมนตรีที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี” ไม่เคยหลุดจากโพลสำรวจความนิยมทางการเมือง หลังตัดสินใจเข้ามาเล่นในสนามผู้ว่าฯ เมืองหลวง นิด้าโพลล่าสุด “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” นำห่างคู่แข่งคนดัง 

ชัชชาติ ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ในนาม “กลุ่มเพื่อนชัชชาติ” ยังถูกวางให้เป็นเต็ง 1 ที่จะคว้าตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม.คนใหม่ และที่น่าสนใจ การเข้ามาของ "พิจิตต รัตตกุล" พร้อม “กลุ่มมดงาน” ก็ทำให้ “ชัชชาติ” โดดเด่นขึ้นมาทันที

ดร.โจ หรือพิจิตต รัตตกุล มิได้เข้ามาแค่เป็นที่ปรึกษาชัชชาติ แต่วันนี้ อดีตแกนนำกลุ่มมดงานได้เข้ามาประจำการในวอร์รูมแถวร้านอาหารย่านเหม่งจ๋าย ถือได้ว่า ทีม “มดงาน” โดยอดีตคน ปชป. เป็นอาวุธลับของ “ชัชชาติ”

เมื่อวันที่ 28 ก.พ.2565 ที่มิวเซียมสยาม เขตพระนคร ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ จัดงาน เปิดตัว 200 นโยบายด้วยแนวคิด "กรุงเทพฯ 9 ดี" ในงานชัชชาติ อาสา ผู้ว่าฯ กรุงเทพฯ หลังใช้เวลากว่า 2 ปี ลงพื้นที่สำรวจปัญหา รับฟังความต้องการชาวกรุงเทพฯ

นี่คือจังหวะก้าวที่เป็นรูปธรรมของชัชชาติ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. อิสระ และก้าวต่อไปคือการเปิดตัว “กลุ่มเพื่อนชัชชาติ” เพื่อเสนอด้านนโยบายเพื่อคนเมืองหลวง

หลายคนเข้าใจว่าทีมงาน “ชัชชาติ” อาจเป็นคนเพื่อไทย หรือทีมยุทธศาสตร์คนแดนไกล แต่เมื่อส่องลึกเข้าไปที่หลังบ้าน ก็พบว่า มีอดีตแกนนำกลุ่มมดงานของพิจิตต รัตตกุล เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดทัพสู้ศึกเลือกตั้งมากขึ้น

กลุ่ม “มดงาน” คืนรัง หนุนชัชชาติ นอกจากจะฉายภาพผู้สมัครอิสระโดดเด่นแล้ว ดร.โจ อดีตผู้ว่าฯ กทม.ยังมีประสบการณ์ในสนาม กทม. ทั้งเคยแพ้ทั้งชนะ ย่อมอ่านเกมคู่แข่งได้ทะลุ

ถ้ายังจำได้ เมื่อสิบกว่าปีแล้ว พิจิตต มีกองบัญชาการกลุ่มมดงานอยู่ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งแถวสี่แยกเหม่งจ๋าย ซึ่งในวันนี้ บ้านเก่าของมดงานกลับมาคึกคักอีกครั้ง

เมื่อครั้งการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2 มิ.ย.2539 พิจิตต ในนามกลุ่มอิสระ ได้รับชัยชนะ ด้วยคะแนน 764,994 คะแนน ทิ้งห่าง พล.ต.จำลอง ศรีเมือง พรรคพลังธรรม 3 แสนคะแนน

ที่น่าสนใจ การเลือกตั้งปีนั้น พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ส่งผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. แต่ส่งผู้สมัคร ส.ก. เหมือนพรรคเพื่อไทยในสมัยนี้ เวลานั้น พรรคคู่แข่ง ก็พยายามโจมตีว่า ดร.โจ คือตัวแทนพรรค ปชป. ไม่ต่างจากที่ชัชชาติ กำลังโดนอีกฝ่ายหนึ่งมองว่าเป็นตัวแทนของคนแดนไกล

อย่างไรก็ตาม ดร.โจ หวนลงสนามผู้ว่าฯ กทม.ในปี 2547 แต่หนนี้ อภิรักษ์ โกษะโยธิน พรรค ปชป.ได้รับชัยชนะ ด้วยคะแนน 911,441 คะแนน ส่วน ดร.โจ อันดับ 6 ได้ 101,220 คะแนน

พิจิตต รัตตกุล พยายามอธิบายความสำเร็จในอดีตว่า กลุ่มมดงานเคยสร้างผลงานให้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาคนกรุงเทพฯ มาแล้ว ด้วยความเป็นอิสระ โดยสามารถทำงานร่วมกับ 3 รัฐบาลคือรัฐบาลบรรหาร ศิลปอาชา พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ และชวน หลีกภัย

ด้านพรรคเพื่อไทย แม้จะไม่ส่งผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.ในนามพรรค แต่รับรู้นโยบายภายในว่าสนับสนุนชัชชาติ เนื่องจากประเมินแล้วว่าหากชัชชาติ ลงในนามอิสระ จะเป็นผลบวกต่อคะแนนนิยม มากกว่าลงสมัครในนามพรรคเพื่อไทย

การวางเกมในสนามนี้ เพื่อไทยหวังเก็บทุกแต้ม เพราะตัวของชัชชาติ มีแฟนคลับบางส่วน ที่ไม่นิยมชมชอบในตัวของพรรคเพื่อไทยรวมอยู่ด้วย ฉะนั้นการแยกกันเดิน โดยมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน จึงมีแต่ได้ ไม่มีเสีย

ขณะที่พรรคเพื่อไทยส่งผู้สมัคร ส.ก.ครบ 50 เขต เหมือนไม่เกี่ยวข้องกัน แต่ก็เกื้อหนุนกัน ซึ่งทีมผู้สมัคร ส.ก.เพื่อไทยจะเข้าไปแบ่งเบาภาระเอง โดยมอบหมายให้ “พวงเพ็ชร ชุนละเอียด” สายตรง “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” เป็นตัวหลักในการคุมทัพผู้สมัคร ส.ก.

โดยล่าสุดทีมว่าที่ผู้สมัคร ส.ก. ของพรรคเพื่อไทย ทั้ง 50 เขต วางธีมลงพื้นที่ด้วยการสวมเสื้อ “ทำงาน ทำงาน ทำงาน”ของชัชชาติ ลงพื้นที่หาเสียงล่วงหน้าแล้ว

สำหรับนโยบายหาเสียงของว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.ของพรรคเพื่อไทย จะเสนอ “7 นโยบาย” เพื่อคนกรุง ดังนี้ 1. “กทม. เมืองแห่งโอกาส” โดยเฉพาะโอกาสทางเศรษฐกิจ 2. “กทม. มหานครดิจิทัล” โดยจะพัฒนากทม. เป็นต้นแบบ เป็นนโยบายเมืองมหานคร 3. “กทม. ระบบขนส่งของ คน กทม.” พรรคเพื่อไทยเสนอให้เจรจาปรับเปลี่ยนการเชื่อมโยงระบบขนส่งมวลชน 4. “กทม.คอนเน็ก” กทม.จะต้องให้บริการอินเทอร์เน็ตในบริเวณเมือง และต้องใช้ฟรี

5. “กทม. เมืองฟ้าใส ไร้ฝุ่น” เริ่มจากตัวเมืองชั้นใน ต้องจำกัดเป็นรถยนต์ไฟฟ้าเท่านั้นโดยกำหนดไว้ต้องภายใน 10 ปี 6. “กทม. เมืองของประชาชน” มุ่งความโปร่งใสอันดับหนึ่ง สร้างการมีส่วนร่วมในการตรวจสอบงบประมาณในพื้นที่ 7. “กทม. ดุ จับ ปรับ สะอาด” โครงการแบบตาวิเศษ ต้องนำกลับมาใหม่ ผ่านระบบดิจิทัล จับ ปรับ คนกระทำผิด

น่าสนใจว่าทีมแบ็คอัพ ทั้งกลุ่มการเมือง ทั้งพรรคการเมือง พร้อมโดดเข้ามาร่วมวง ทั้งที่ รู้กติกาของ “ชัชชาติ” ว่า ไม่รับใบสั่งใคร พร้อมทำงานกับรัฐบาลไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นรัฐบาลเพื่อไทยในอนาคต