"ส.ส."สรุปปิด ร่างพ.ร.ป.พรรคฯ ย้ำไม่ขัด รธน.-วอนให้รับไปปรับแก้

"ส.ส."สรุปปิด ร่างพ.ร.ป.พรรคฯ ย้ำไม่ขัด รธน.-วอนให้รับไปปรับแก้

"ชลน่าน-ทวี" ย้ำเนื้อหาแก้ไขปมครอบงำพรรค ไม่ขัดรธน. ขอให้ "ส.ว." รับเพื่อไปปรับแก้ไขในชั้นกรรมาธิการ "ชินวรณ์" ดักคอ "กกต." ต้องเตรียมเลือกตั้งให้ยุติธรรมหากมีปัญหาถือเป็นตราบาป

           ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 17.40 น. ที่ประชุมรัฐสภา ที่มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย รองประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ซึ่งพิจารณาร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง (ฉบับที่...) พ.ศ.... ที่มี ผู้เสนอให้พิจารณารวม 6 ฉบับ ได้เสร็จสิ้นการอภิปรายของสมาชิกรัฐสภาแล้ว และได้เข้าสู่การสรุปเนื้อหาของผู้ที่เสนอร่างกฎหมาย ก่อนลงมติ

 

 

           โดย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคประชาชาติ อภิปรายว่าปิดว่า มาตรา 28 มาตรา29 ที่ขอยกเลิกนั้น ตนมองว่าเป็นบทบัญญัติที่ครอบงำความเป็นอิสระของพรรคการเมือง และใช้ไม่ได้จริง เนื่องจากปัจจุบันพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ไม่เป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ แม้มีมาตราดังกล่าว แต่ทำอะไรไม่ได้ ดังนั้นการเขียนกฎหมายดังกล่าวคือการใช้อำนาจนิยม ไม่ใช่การคุ้มครองสิทธิของประชาชน ดังนั้นมาตรการป้องกันการครอบงำ และชี้นำ ในร่างพ.ร.ป.มีหลายมาตรา โดยเฉพาะมาตราการการเงิน ส.ส.พรรคประชาชาติวินิจฉัยแล้วว่าไม่ขัดกับรัฐธรรมนูญ เหมือนที่ส.ว. อภิปราย

 

           ขณะที่นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่านและหัวหน้าพรรคเพื่อไทย อภิปรายปิดว่าร่างพ.ร.ป.ของพรรคเพื่อไทย ที่ส.ว.บอกว่ารับไม่ได้เพราะขัดกับรัฐธรรมนูญนั้น หากรับไปแล้วสามารถแก้ไขได้ เนื่องจากเขียนหลักการไว้อย่างกว้าง ทั้งนี้ขอให้รับเพื่อประโยชน์ของบ้านเมือง

 

           ส่วนนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายปิดโดยย้ำถึงเนื้อหาที่เสนอแก้ไขร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง หากรับร่างแบบเฉพาะเจาะจง สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จตามกำหนดเวลาได้ อย่างไรก็ตามเมื่อ ร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง หากประกาศใช้ ได้เขียนบทเฉพาะกาลว่าผู้รักษาการตามกฎหมาย คือ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)  ดังนั้นกกต.ต้องรับไปดำเนินการ ตามความเห็นของสมาชิกรัฐสภา และหากการเลือกตั้งทั่วไปครั้งหน้าไม่บริสุทธิ์ ยุติธรรม ปัญหาการเมืองในปัจจุบันจะเพิ่มมากขึ้น และเป็นตราบาปของ กกต. แน่นนอน

 

           "การขับเคลื่อนประเทศให้เป็นประชาธิปไตย ต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วม  การเปลี่ยนแปลง การพัฒนาในประเทศต่างๆ เพื่อทำให้เป็นประชาธิปไตยไม่เคยสำเร็จจากผู้มีอำนาจ แต่สิ่งที่ทำสำเร็จได้คือประชาชน ฐานะนักการเมืองต้องทำกติกาที่สุจริต เที่ยงธรรม เพื่อนำไปใช้ด้วยความชอบธรรม” นายชินวรณ์ อภิปราย

 

           ขณะที่นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า ขณะนี้ถึงเวลาครบ 5 ปีที่สมควรทบทวนกฎหมายตามที่รัฐธรรมนูญระบุไว้ ดังนั้นการอภิปรายทักท้วงเหมือนกับการปกป้อง พ.ร.ป. อย่างไรก็ดีตนมองว่าพรรคการเมืองคือสถาบันทางการเมือง ดังนั้นต้องพัฒนาให้เข้มแข็ง ไม่ใช่ให้เกิดการยุบพรรคได้ง่าย โดยตั้งแต่ปี 2540 พบว่ามีพรรคที่ถูกยุบแล้วกว่า 100 พรรค ซึ่งการเลิกมาตราว่าด้วยศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรค คือการเคารพเจตนารมณ์ของประชาชน