เริ่มแล้ว "รัฐสภา" ถก 10ร่างพ.ร.ป. ที่ใช้เลือกตั้ง

เริ่มแล้ว "รัฐสภา" ถก 10ร่างพ.ร.ป. ที่ใช้เลือกตั้ง

รัฐสภา เร่ิมประชุม ถก 10 ร่างพ.ร.ป. 10 ฉบับ แก้ไขเนื้อหาให้สอดคล้องกับ รัฐธรรมนูญ ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม มี ส.ส. 500 คน

ความเคลื่อนไหวที่อาคารรัฐสภาวันนี้ 24 ก.พ.มีการประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ที่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเข้าชื่อเสนอ ทั้งสิ้น 10 ฉบับ 

การประชุมร่วมกันของรัฐสภาในวันนี้ จะวาระสำคัญคือ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ที่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเข้าชื่อเสนอ ทั้งสิ้น 10 ฉบับ แบ่งเป็นร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวน 4 ฉบับ เสนอโดย คณะรัฐมนตรี พรรคร่วมรัฐบาล พรรคร่วมฝ่ายค้าน และพรรคก้าวไกล อีกร่างหนึ่งคือพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง รวมอีก 6 ฉบับ ที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรี พรรคร่วมรัฐบาล พรรคร่วมฝ่ายค้าน พรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาชาติ และพรรคก้าวไกล โดยการประชุมดังกล่าวเป็นการพิจารณาวาระแรกขั้นรับหลักการ


                

ด้านสาระสำคัญร่างกฎหมายลูกเกี่ยวกับการเลือกตั้งดังกล่าว มี 2 ประเด็น คือ การกำหนดให้สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิก จำนวน 500 คน โดยแก้สัดส่วนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากเดิมกำหนดให้มีสมาชิกแบบแบ่งเขต 350 คน และสมาชิกแบบบัญชีรายชื่อ 150 คน ให้เปลี่ยนใหม่เป็น สมาชิกแบบแบ่งเขต 400 คน และสมาชิกแบบบัญชีรายชื่อ 100 คน 


อีกประเด็น คือ เปลี่ยนระบบเลือกตั้งจากเดิมใช้ระบบจัดสรรปันส่วนผสมบัตรเลือกตั้ง 1 ใบ เปลี่ยนไปใช้ระบบเลือกตั้งแบบผสมบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ใบหนึ่งเลือกสมาชิกแบบเขต อีกใบเลือกพรรคการเมือง จากนั้นนำคะแนนไปคำนวณที่นั่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อแต่ละพรรค ซึ่งในส่วนวิธีการคำนวณเป็นประเด็นที่ผู้เสนอร่างแต่ละฉบับยังเห็นต่างกันต้องไปหาข้อยุติอีกครั้งชั้นกรรมาธิการ.

            
                 

สำหรับร่างกฎหมายลูกพรรคการเมืองนั้น มีประเด็นเสนอ คือให้ยกเลิกหรือคงระบบไพรมารีโหวต หรือแม้แต่การเสนอให้บุคคลอื่นให้คำปรึกษาแก่พรรคการเมือง เพื่อประกอบการตัดสินใจกิจกรรมของพรรคการเมืองได้ การดำรงอยู่ของศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคการเมือง 


ทั้งนี้ในการประชุมร่วมรัฐสภา จะใช้เสียงทั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา เพื่อลงมติรับหลักการร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งในวาระแรก โดยจะใช้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของที่ประชุมร่วมรัฐสภา 362 เสียง จากจำนวนที่มีอยู่ขณะนี้รวมทั้งสิ้น 722 เสียง แบ่งเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 474 เสียง และสมาชิกวุฒิสภา 248 เสียง หากเสียงของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้านลงมติรับหลักการเกินกึ่งหนึ่งแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องพึ่งเสียงสมาชิกวุฒิสภา 


ส่วนกรอบเวลาในการอภิปรายเบื้องต้น กำหนดไว้ 2 วัน คือ 24-25 ก.พ. โดยแบ่งเวลาอภิปรายทั้งฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน และวุฒิสภา ฝ่ายละ 6 ชั่วโมง


ทั้งนี้สำหรับมาตรการป้องกันโควิด-19 ของรัฐสภา ยังคงเป็นไปอย่างเข้มงวด กำหนดให้ผู้เดินทางเข้าภายในรัฐสภาทุกคน จะต้องกรอกแบบคัดกรองโควิด-19 ตรวจวัดอุณหูมิร่างกาย รักษาระยะห่าง และสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา