วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

“ปลอดประสพ”ฟันธงโพย260เสียงอาวุธลับ“อนุทิน”หวังดี-ข่มขู่“ประยุทธ์”

“ปลอดประสพ”ฟันธงโพย260เสียงอาวุธลับ“อนุทิน”หวังดี พร้อมกับข่มขู่ “ประยุทธ์” เสี้ยม “อนุทิน” เป็นนายกฯเองได้ ชี้วลีฟ้าเปิดส่อนัยทางตันการเมือง

นายปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตรองนายกรัฐมนตรี เขียนข้อความทางเฟซบุ๊ก แสดงความเห็นเรื่อง 260 เอื้ออาทรหรือข่มขู่ โดย ระบุว่า หนูช่วยหน่อย กับ หนู 260 นี่มันต่างกันนะครับ ทำเอาพวกผมหัวหงอกต้องเปิดประชุมสภากาแฟตีความกันเลย แถมวันนี้มาใหม่อีกวลีฝนตกแล้วเดี๋ยวก็ฟ้าเปิด ทั้งที่กรมอุตุฯ เขาเพิ่งบอกว่าฝนตกต่อไปทั้งอาทิตย์ ให้ระมัดระวังพายุเอาไว้ กาแฟหมดไปหลายแก้ว สามารถสรุปความเห็นโดยสังเขป ได้บ้าง ดังนี้

1. การสนทนาแบบนี้เป็นเรื่องภายในและถือเป็นความลับระหว่างคนสองคน แต่ดันออกมาประกาศให้สังคมรู้ แปลว่าท่านนายกต้องการความช่วยเหลือจริงๆ และก็กลัวโดนหักหลังตะบัดสัตย์ จึงต้องย้ำว่า มาด้วยกันไปด้วยกันแถมถือเป็นการฟ้องประชาชนกลุ่มที่สนับสนุนท่านนายกอีกด้วย

2. ตัวเลขลึกลับ 260 คืออาวุธลับของคุณหนู ที่แสดงทั้งความหวังดีและข่มขู่ไปในตัว เป็นการเตือนให้ท่านนายกฯ ตระหนักว่า ขณะนี้ท่านอยู่บนเวทีของใคร เผลอๆอาจจะหมายถึงรัฐบาล 260 เป็นเวลาหนึ่งปี โดยเป็นนายกฯเสียเองก็ยังได้หากเกิดถอดใจขึ้นมา แต่ในทางตรงข้ามก็เป็นตัวเลขที่สร้างบาดแผลให้ฝ่ายค้านกลายเป็นฝ่ายแค้นได้เหมือนกัน เพราะถือว่า พูดแบบดูถูก
 

3. ท่านนายกมีประสงค์จะพูดเรื่องดินฟ้าอากาศ แต่แกล้งเริ่มต้นเฉไฉไปพูดเรื่องอื่นๆ เปะปะไปหมด เช่นพูดเรื่องการบูรณาการนโยบายภาคและจังหวัด เรื่องสุขภาพและโควิด (คนละเรื่อง) เรื่องวันวาเลนไทน์ (ยิ่งคนละเรื่อง) เรื่องรักชาติบ้านเมือง แถมเรื่องสถานการณ์ร้อนต่างประเทศอีก เรียกว่าผสมกันเละเป็นโจ๊กใส่เส้นเลย แต่สุดท้ายก็มาสรุปว่า “เดี๋ยวฟ้าก็เปิด ฝนตกแล้ว เดี๋ยวฟ้าก็ใส” แปลว่าตอนนี้ท่านนายกถึงทางตันแล้วจริงๆ

4. การประกาศไม่มีองค์รักษ์พิทักษ์นายกฯ แปลได้สองอย่างคือ นายกต้องการแสดงความเป็นผู้นำที่ไม่ต้องพึ่งพาใคร ไม่ก็ไม่มีใครยอมช่วยอีกแล้ว (รอดู)
 

5. วาทะความเห็นต่างกรณีรถไฟฟ้าสีเขียวว่าให้ไปเถียงและโหวตกันใน ครม. เป็นเรื่องโกหก เพราะ ครม. ไม่ว่ายุคใดสมัยใดไม่เคยมีการโหวต อย่างมากใครไม่เห็นด้วยก็ให้บันทึกเป็นหลักฐานไว้เท่านั้น แปลว่า เรื่องนี้หากยังตกลงกันไม่ได้ก็ยังจะไม่มีการนำเข้า ครม. ยิ่งตอนนี้ผู้ลงสมัครผู้ว่า กทม. ทุกคนต่างสามัคคีแสดงความไม่เห็นด้วยกับ กทม.และกระทรวงมหาดไทย แถมยังแสดงความสงสัยเรื่องกล้วยเข้าไปอีกด้วย ฝ่ายค้านคงไม่ยอมให้ท่านนายกฯ ลอยตัวไปได้อีกต่อไปแล้วในเรื่องนี้

6. คำเปรยของนายกฯว่า ทางเลือกมีไม่มาก น่าจะมีผลกระทบกับพรรคร่วมรัฐบาลที่ยังมีความสุขอยู่กับการกอดเก้าอี้พอสมควร

“ผมชักเป็นห่วงบ้านเมืองเอามากๆ การเมืองก็ตีบตันชุลมุนวุ่นวายไม่เลิกรา ปัญหาโควิดก็แก้ยังไม่ตก คนป่วยยังเพิ่มขึ้น เรื่องเศรษฐกิจตกต่ำก็รุมเร้ามองไปทางไหนเจอแต่คนจน นักท่องเที่ยวต่างชาติผลักดันอย่างไรก็ไม่เพิ่ม น้ำมันก็แพงขึ้นทุกๆอาทิตย์จนยังไม่รู้จะไปหยุดตรงไหน นายกฯ เองทำได้ก็เพียงพึ่งพากรมอุตุฯเท่านั้น”