วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม 2569

Login
Login

“หมอชลน่าน” เชื่อปมขับ 21 ส.ส. พปชร.ปมเสี่ยงรัฐบาล เตือนหยุดคิดรัฐประหาร

“หมอชลน่าน” เชื่อปมขับ 21 ส.ส. พปชร.ปมเสี่ยงรัฐบาล เตือนหยุดคิดรัฐประหาร

“หมอชลน่าน” เชื่อปมขับ 21 ส.ส. พปชร.ปมเสี่ยง ยันหน้าที่รัฐบาลรักษาองค์ประชุม เตือนรัฐประหารทำประเทศถอยหลัง

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์กรณีที่ 21 ส.ส. พรรคพลังประชารัฐ ถูกขับออกจากพรรคจะมีปัญหาต่อการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติหรือไม่ว่า เป็นข้อเท็จจริงเพราะระบบรัฐสภาของเราเป็นระบบเสียงข้างมาก การเปลี่ยนแปลงตรงนี้ทำให้สัดส่วนของเสียงข้างมากแปรปรวน ส.ส.ทั้ง21 คน กลายเป็นตัวแปร เพราะมีผลต่อองค์ประชุม 

ขณะนี้ส.ส.ในสภามีจำนวน 474 คน องค์ประชุมกึ่งหนึ่งคือ 238 คน ซึ่งส.ส.ทั้ง 21 คน สามารถแปรไปด้านใดด้านหนึ่งได้ และที่สำคัญเจตนารมณ์ของส.ส. 21 คน เมื่อแยกตัวออกมาแล้ว จะไม่ทำหน้าที่ให้กับฝ่ายเสียงข้างมาก จึงทำให้เสียงข้างมากที่มีอยู่ทำงานไม่ได้แน่ แล้วจะมาเอาฝ่ายค้านไปเป็นองค์ประชุม เราก็ไม่เห็นด้วย เพราะเห็นว่าถ้าจะทำหน้าที่ในสภาด้วยระบบเสียงข้างมากต้องเป็นเสียงข้างมากที่แท้จริง เราจะไม่สนับสนุนให้เสียงข้างน้อย มาเป็นผู้บริหารประเทศ เพราะขัดรัฐธรรมนูญและหลักประชาธิปไตย 

ทั้งนี้ยืนยันว่าฝ่ายค้านไม่ไปเป็นองค์ประชุมให้แน่นอน ดังนั้น ขึ้นอยู่กับรัฐบาลจะพิจารณาในการทำหน้าที่ว่าจะทำอย่างไรถ้าเขาเห็นแก่ประเทศชาติบ้านเมือง เห็นแก่กฎหมายสำคัญที่จะเข้าสู่การพิจารณาก็ควรพิจารณาให้ถี่ถ้วน ส่วนฝ่ายค้านเราพร้อมทำหน้าที่

เมื่อถามว่า หากกฎหมายสำคัญไม่ผ่านสภา จะเรียกร้องให้รัฐบาลรับผิดชอบหรือไม่ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ด้วยสามัญสำนึก ไม่ควรต้องมีการเรียกร้อง เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นข้อเท็จจริงและมีข้อกฎหมายมาเกี่ยวข้องด้วย แม้กฎหมายที่ไม่ผ่านจะไม่ใช่กฎหมายการเงิน ก็หมายความว่าคุณไม่มีความพร้อมที่จะทำหน้าที่ฝ่ายบริหาร ก็ควรจะต้องแสดงความรับผิดชอบต่อประชาชนใน 2 เรื่องคือ 1.นายกรัฐมนตรีลาออก 2.ยุบสภา ซึ่งฝ่ายค้านพร้อมถ้านายกฯ ยุบสภาฯ คืนอำนาจให้ประชาชนเพื่อตัดสินว่าควรมีเสียงข้างมากที่ดีกว่ามาทำหน้าที่บริหารประเทศ แต่ไม่ควรใช้วิธีการที่ 3 คือ การยึดอำนาจหรือรัฐประหาร เพราะมีกลิ่นออกมาว่าอาจจะออกแนวทางที่ 3 ซึ่งเราขอคัดค้าน และเรียกร้องผู้มีอำนาจ อย่าได้คิดเอาวิธีการนี้ เราไม่มีอำนาจไปยับยั้งที่ไม่ให้ใช้วิธีการนี้ แต่ประเทศจะล่มจม ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณจะทำบาปให้ประเทศ ประชาชนเขาเจ็บช้ำมามาก และการลุกฮือต่อต้านทำได้ตลอดเวลา

 

 

“ถ้ามีการยึดอำนาจรัฐประการเมื่อไหร่ สภาวะทุกอย่างที่ย่ำแย่จะแย่ไปกว่าเดิม คุณอาจจะหวังว่าเมื่อยึดอำนาจแล้วคุณจะกลับมาบริหารจัดการประเทศ ทำได้แต่จะเอาเงินที่ไหนมาบริหาร เพราะขณะนี้รัฐบาลถังแตกไม่มีเงินแล้ว เวลานี้มีทั้งเงินเฟ้อปนเงินฝืด เพราะรัฐบาลไม่สามารถจัดเก็บภาษีได้ หากยึดอำนาจอีกคุณจะเอาเงินที่ไหนมาบริหารประเทศทุกอย่างจะย่ำแย่และไม่มีทางแก้ได้ นั่นคือ วิกฤติความเสียหายต่อประเทศจะยิ่งใหญ่แน่นอน และความเสียหายต่อระบบจะลุกลาม ประชาชนขาดความเชื่อมั่น มีการลุกฮือต่อต้าน เกิดจลาจล และความวุ่นวายไปหมด และต่างประเทศไม่ยอมรับ ขาดความเชื่อมั่น ใครจะคบค้าสมาคมกับประเทศไทย ไปซาอุดีอาระเบีย โชว์ว่าเป็นผลงาน แต่ซาอุดีอาระเบียเขาต้องการเปิดประเทศของเขา เพราะเห็นช่องทางว่าถ้าปิดประเทศเขาไปไม่ได้ ขนาดซาอุดีอาระเบียเขายังคิดเป็นเลย คนขี่อูฐยังคิดเป็นเลย แต่คนขี่ควายคิดไม่เป็น ไม่รู้เอาสมองควายมาใส่หรือเปล่า ผมไม่แน่ใจ “นพ.ชาน กล่าว

เมื่อถามย้ำว่าปัจจัยใดที่จะไปสู่การรัฐประหาร นพ.ชลน่าน กล่าวว่า หากเกิดการรัฐประหารจะเป็นการสืบทอดอำนาจโดยเบ็ดเสร็จ วิธีการอื่นใช้ไม่ได้ เพราะยุบสภาฯ เขาก็ไม่กล้ายุบ เลือกตั้งแล้วประชาชนเป็นผู้ตัดสิน จะปรับครม.ก็อายไม่กล้า ประเภทยอมหักไม่ยอมงอ ตัวเองตาย ประเทศชาติตาย เขาทำแบบนี้ ดังนั้นโอกาสที่จะเกิดการประนีประนอมเป็นไปได้ยาก ฉะนั้น การยึดอำนาจคือ วิธีการเบ็ดเสร็จของเขา ส่วนมูลเหตุที่ใช้เป็นข้ออ้าง เขาสามารถบริหารจัดการและทำให้เกิดเหตุการณ์ได้ตลอดเวลา เพราะเขาทำมาตลอด ดังนั้นขอภาวนาและขอร้องอย่าได้คิดใช้วิธีการนี้ คืนอำนาจให้ประชาชนดีที่สุด เขาจะได้ตัดสินอนาคตของเขาได้ เราประกาศว่าเราเป็นประเทศประชาธิปไตยอย่าเป็นแต่เปลือก ต้องเป็นจริง อย่าคิดว่ามีอำนาจและจะให้บ้านเมืองดีได้ แต่ประชาชนเขามีอำนาจสามารถทำบ้านเมืองดีได้ด้วยตัวเขาเอง

 

พิสูจน์อักษร โดย....สุรีย์  ศิลาวงษ์