ชาติไทยพัฒนา รอฟัง "ประชาชน" เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก่อนเคาะมติพรรคโหวตทิศทางใด "นิกร" ชี้ เนื้อหายังมีปัญหา
นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงทิศทางการลงมติของพรรคชาติไทยพัฒนา ต่อร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่...) พ.ศ.... ฉบับที่เสนอโดย นายพริษฐ์ วัชรสินธุ แกนนำกลุ่มรีโซลูชั่น กับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน 1.35แสนรายชื่อ ว่า ส.ส.ของพรรคจะนัดหารือกันในช่วงเช้าวันที่ 17 พฤศจิกายน ก่อนการลงมติ เนื่องจากต้องรับฟังผู้นำเสนอร่างแก้ไขที่จะชี้แจงต่อรัฐสภา ในวันที่ 16 พฤศจิกายนก่อน ส่วนกรณีที่วุฒิสภา ระบุให้จับตาการลงมติของ ส.ส. นั้น ยอมรับว่า เสียงที่ใช้ลงมติขั้นรับหลักการต้องใช้เกินกึ่งหนึ่งและในจำนวนดังกล่าวต้อง มีส.ว. ลงมติร่วมด้วยไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 หรือ ประมาณ 84 เสียง
นายนิกร กล่าวด้วยว่าจากการศึกษารายละเอียดของเนื้อหาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของภาคประชาชน พบปัญหาสำคัญ คือ 1.เสนอประเด็นที่แก้ไขที่รวมเป็นฉบับเดียว และต้องลงมติรับหรือไม่รับทั้งฉบับ แม้มีประเด็นที่เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย , 2.ข้อเสนอของสภาผู้แทนราษฎร ให้มาจากการเลือกตั้ง 350 เขต และมาจากบัญชีรายชื่อ 150 คน เนื่องจากก่อนหน้านี้ รัฐสภา ได้ลงมติเห็นชอบให้แก้ไขที่มา ของส.ส. เป็น เลือกตั้งแบบเขตเลือกตั้ง 400 เขต และ มาจากบัญชีรายชื่อ 100 คน และใช้บัตรเลือกตั้งสองใบ หากส.ส. และ ส.ว. ลงมติรับเนื้อหา อาจขัดกับการลงมติเห็นชอบร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าด้วยระบบเลือกตั้ง ที่รอการประกาศใช้ และ 3.เนื้อหาที่แก้ไขว่าด้วยอำนาจและองค์ประกอบขององค์กรอิสระที่ตามรัฐธรรมนูญกำหนดให้นำไปออกเสียงประชามติหลังจากที่รัฐสภาแก้ไขแล้วเสร็จ
“เชื่อว่าหากนำไปทำประชามติ จะไม่ทันใช้ได้ทันในสภาฯ ชุดปัจจุบัน อีกทั้งการทำประชามมติที่ใช้งบประมาณจำนวนมาก ในสถานการณ์ปัจจุบันอาจไม่เหมาะสม อีกทั้งในเนื้อหายังพบการตัดอำนาจของส.ว. ที่ร่วมลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ จึงเชื่อว่า ส.ว. จะลงมติไม่ผ่านให้เพราะกระทบต่อส.ว.” นายนิกร กล่าว.





