"ปชป."เผยพิจารณาร่างแก้รธน.ฉบับปชช. ไม่เอาประโยชน์ใครคนหนึ่งเป็นที่ตั้ง

"ปชป."เผยพิจารณาร่างแก้รธน.ฉบับปชช. ไม่เอาประโยชน์ใครคนหนึ่งเป็นที่ตั้ง

"องอาจ" นัด ประชุมส.ส.ปชป. 15พ.ย.นี้ ถก ร่างแก้รธน. ฉบับปชช. ก่อนเข้าสภาพิจารณา พบชง รื้อหลายหมวด ยกเลิกบางมาตรา โยน เสียงข้างมาก ชี้ขาด โหวตทิศทางไหน ย้ำ พรรคพิจารณารอบคอบ เพื่อประโยชน์โดยรวม ไม่เอาประโยชน์ใครคนหนึ่งเป็นที่ตั้ง

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค และประธาน ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติมของภาคประชาชนว่า ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ตนได้นัดประชุม ส.ส. ในวันจันทร์ที่ 15 พ.ย. นี้ เวลา 16.30 น. เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่นายพริษฐ์ วัชรสินธุ กับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน 135,247 คนเป็นผู้เสนอ

นายองอาจ กล่าวว่า ในร่างที่เสนอมานี้มีการแก้ไขหลายหมวดหลายมาตรา และมีการยกเลิกบางมาตราด้วย ซึ่งที่ประชุมจะเปิดโอกาสให้ ส.ส. ได้แสดงความคิดเห็นกันอย่างเต็มที่ว่ามีความคิดเห็นอย่างไรในแต่ละเรื่องที่เสนอมา ส่วนการจะลงมติอย่างไรนั้นก็ขึ้นอยู่กับเสียงข้างมากในที่ประชุมจะมีความคิดเห็นอย่างไร 

นายองอาจ กล่าวว่า ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ จะพิจารณาเรื่องนี้ด้วยความละเอียดรอบคอบ ดูให้ครบองค์รวมทุกมิติ คำนึงถึงผลดีผลเสียของการแก้ไขแต่ละเรื่องอย่างจริงจังด้วยเหตุด้วยผล บนพื้นฐานเพื่อประโยชน์ของประชาชน ประเทศชาติ และสังคมโดยรวม โดยไม่เอาประโยชน์ของคนใดคนหนึ่ง หรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเป็นที่ตั้ง 

"การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงทั้งทางเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง จึงนับเป็นเรื่องน่ายินดีที่ประชาชนกว่าแสนคน ได้แสดงออกถึงการมีส่วนร่วมทางการเมืองด้วยการร่วมลงชื่อเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ส่วนผลจะออกมาอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับสมาชิกรัฐสภาส่วนมากจะลงมติอย่างไร ขณะเดียวกันการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะสำเร็จได้ก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายส่วน สมาชิกรัฐสภาทั้ง ส.ว. ส.ส. ฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้านต้องมีความเห็นพ้องต้องกันตามเงื่อนไขรัฐธรรมนูญที่ใช้อยู่ขณะนี้" นายองอาจ กล่าว

นายองอาจ กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้สมาชิกรัฐสภาพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของภาคประชาชนบนพื้นฐานของการเคารพสิทธิ เสรีภาพและความคิดเห็นที่แตกต่างโดยปราศจากอคติทั้งปวง คำนึงถึงประโยชน์ของส่วนรวมเป็นที่ตั้ง ก็เชื่อว่าจะทำให้บ้านเมืองเดินหน้าไปได้ภายใต้การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอย่างแน่นอน