วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

"ไทยสร้างไทย"เล็งผลักดัน"คลองไทย" เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษนานาชาติ

"โภคิน" นำคณะหารือ "สมาคมคลองไทยฯ" เห็นพ้องเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ ชี้ ควรยกระดับเป็น เขตเศรษฐกิจพิเศษนานาชาติ ดึงดูดนักลงทุน เชื่อ "คลองไทย" ตอบโจทย์ สร้างไทย กลับมายืนอย่างสง่างาม ย้ำ คนไทยต้องได้ผลประโยชน์อย่างทั่วถึง

พรรคไทยสร้างไทยนำโดย นายโภคิน พลกุล ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนประเทศ พร้อมด้วยนายอมฤทธิ์ ปั้นศิริ ประธานกรรมการยุทธศาสตร์ด้านโลจิสติกส์และการคมนาคมขนส่ง นายเทพฤทธิ์ สีน้ำเงิน ผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมข้อมูล และน.ส.ธิดารัตน์ ยิ่งเจริญ ผู้อำนวยการศูนย์นโยบาย เข้าร่วมประชุมกับสมาคมคลองไทยเพื่อการศึกษาและพัฒนานำโดย พล.อ.พงษ์เทพ เทศประทีป ที่มูลนิธิรัฐบุรุษ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์

โดยการหารือร่วมกันครั้งนี้เป็นการต่อยอดจากการศึกษาโครงการคลองไทยมาระยะหนึ่งแล้วโดยทั้งพรรคไทยสร้างไทยและสมาคมคลองไทยเพื่อการศึกษาและพัฒนา ต่างเห็นด้วยกันว่าคลองนี้และเขตเศรษฐกิจโดยรอบจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการพัฒนาประเทศและวิสัยทัศน์ของโครงการนี้ควรเป็น International Special Economic Zone หรือเขตเศรษฐกิจพิเศษนานาชาติ เพื่อให้นักลงทุนจากหลากหลายชาติเข้ามาลงทุนร่วมกับประเทศไทยและคนไทยทุกคนต้องมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของ เพื่อกระจายผลประโยชน์อย่างเท่าเทียมและทั่วถึง และเสนอให้เป็นที่ทดลองใช้ Sandbox ทางกฎหมายสำหรับการขออนุญาตประกอบกิจการต่างๆ ในรูปแบบOne stop service อย่างแท้จริง เพื่ออำนวยความสะดวกให้เกิดการพัฒนาอย่างเต็มที่

"ไทยสร้างไทย"เล็งผลักดัน"คลองไทย" เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษนานาชาติ

นอกจากนี้ พรรคไทยสร้างไทยยังตอกย้ำจุดยืนในการ Empower (ให้อำนาจ) และ Liberate (ปลดปล่อย) ประชาชนจากระบบรัฐราชการ เพื่อให้คนตัวเล็กทั้งหลายทำมาหากินได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการเสนอจัดตั้งกองทุน 5 กองทุน ได้แก่ กองทุน SMEs กองทุนสตาร์ทอัพกองทุนวิสาหกิจชุมชน กองทุนท่องเที่ยว และกองทุนเครดิตของประชาชน (กองทุนคนตัวเล็ก) รวมทั้งการสนับสนุนให้มีสภาประชาชนในระดับอำเภอทุกอำเภอเพื่อให้ข้อเสนอแนะและตรวจสอบการทำงานของรัฐราชการ 

“ฉากทัศน์ของโลกหลังโควิด-19 คือการฟื้นฟูเศรษฐกิจที่สอดคล้องกับเทรนด์ใหม่ๆ ที่เกิดจากการถูก Disrupt โครงการคลองไทยจะเป็นส่วนสำคัญในการตอบโจทย์การสร้างประเทศไทยให้สามารถลุกขึ้นมายืนอย่างสง่างามในภูมิภาคและโลกได้อีกครั้ง ทั้งนี้ ต้องสามารถนำนโยบายไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมเพื่อให้คนไทยทุกคนได้รับผลประโยชน์อย่างทั่วถึง” นายโภคิน กล่าว