วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม 2569

Login
Login

"วิปรัฐบาล" ตั้ง "คณะทำงาน" เตรียมพร้อมแก้ "พ.ร.ป." ใช้เลือกตั้ง

"วิปรัฐบาล" ตั้ง "คณะทำงาน" เตรียมพร้อมแก้ "พ.ร.ป." ใช้เลือกตั้ง

"โกวิทย์" เผยวิปรัฐบาล สั่งตั้งคณะทำงานพิจารณาเนื้อหา ร่างกม.ลูก ให้สอดรับรธน.ฉบับแก้ไข พร้อมขอ "นายกฯ" ถกพรรคร่วม ทบทวนนโยบาย

        นายโกวิทย์ พวงงาม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไทย ฐานะกรรมการประสานงาน พรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) เปิดเผยถึงมติของประชุมวิปรัฐบาล เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน ให้ตั้งคณะทำงานเพื่อพิจารณาการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.)ให้สอดคล้องกับร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่...) พ.ศ.... ว่า ด้วยระบบเลือกตั้ง โดยมีตน, นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์, นายนริศ ขำนุรักษ์ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์, นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา, นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย เป็นต้น ร่วมเป็นคณะทำงาน และจะนัดหารือกันนัดแรกภายในสัปดาห์นี้ เพื่อเตรียมพร้อมเนื้อหารอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้

 

        เมื่อถามว่าอะไรคือเหตุผลที่วิปรัฐบาลต้องตั้งคณะทำงาน ทั้งที่ก่อนหน้านั้นแต่ละพรรคจะแยกกันเสนอ นายโกวิทย์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบ แต่ก่อนหน้านั้นที่พรรคพลังประชารัฐ จะเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ไม่ได้หารือกับพรรคร่วมรัฐบาล ทำให้เกิดประเด็น แต่พอกติกาเลือกตั้งปรับให้เป็นบัตรเลือกตั้ง2 ใบ ได้ขอหารือ ซึ่งตนมองว่าเป็นเรื่องปลายน้ำ แต่ยังดีกว่าที่ไม่ได้คุยกัน

 

        “ผมคาดว่าการแก้ไขกฎหมายลูกเพื่อใช้เลือกตั้งมีหลายประเด็นที่อาจเห็นไม่ตรงกัน โดยเฉพาะสูตรคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่ยังมีความเห็นที่หลากหลาย นอกจากนั้นอาจมีประเด็นที่ต้องพูดคุย ทั้งการใช้ระบบไพรมารี่โหวต การตั้งตัวแทนพรรคประจำจังหวัด หรือสาขาของพรรคการเมือง” นายโกวิทย์ กล่าว

 

        นายโกวิทย์ กล่าวถึงการขอให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ร่วมหารือนอกรอบกับสมาชิกพรรคร่วมรัฐบาล ว่า ตนได้หารือกับนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ฐานะประธานวิปรัฐบาล แต่ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน ส่วนตัวมองว่าแกนนำรัฐบาลควรเร่งดำเนินการและเพื่อมีเวทีแลกเปลี่ยนความเห็นร่วมกัน เพื่อทบทวนโยบายของรัฐบาลให้การทำงานเกิดประโยชน์กับประชาชน

 

        “การร่วมรัฐบาลตอนนี้ไม่เหมือน 1-2 ปีแรก ที่ข้าวใหม่ปลามัน แต่พอเข้าปีที่ 3 - 4 แล้ว รู้สึกว่าเหมือนมองทุกคนเป็นคู่แข่งทางการเมือง ทั้งที่ในช่วงปลายเทอมรัฐบาลควรทบทวนนโยบาย เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการทำงาน และประชาชน หรือนำนโยบายของพรรคร่วมรัฐบาลไปดำเนินการ เช่น นโยบายกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นที่ขณะที่พรรคเพื่อไทย และพรรคก้าวไกล ชูประเด็นดังกล่าวหาเสียงไว้แล้ว แต่รัฐบาลมีพรรคพลังท้องถิ่นไทอยู่ร่วม แต่ไม่พบการผลักดันนโยบายกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ซึ่งผมมองว่าอาจทำให้กลายเป็นประเด็นความเสียเปรียบได้”นายโกวิทย์ กล่าว.