"หมอชลน่าน" ซัด พรรคเล็ก ยุบรวมพรรคใหญ่ ฝืน เจตนารมณ์ ปชช. ไม่ให้เกียรติคนที่เลือกมา ส่งผลกลไกฝ่ายนิติบัญญัติบิดเบี้ยว ยืดคะแนนเสียงเพื่อประโยชน์ตัวเอง ชง สภา แก้กม.อุดช่องโหว่
นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีพรรคเล็กหลายพรรคเตรียมยุบพรรคตัวเองเพื่อรวมกับพรรคการเมืองใหญ่ว่า รูปแบบการเมืองหลังจากนี้ถ้ามองในมุมลบ ถือเป็นการฝืนเจตนารมณ์ของประชาชนที่มอบอำนาจให้ เพราะการมอบอำนาจให้พรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งนั้น เขาเต็มใจมอบอำนาจให้เพราะนโยบายคุณ แต่พอมีช่องว่างทางกฎหมายแล้วไปยุบรวมกันเช่นนี้ ถือเป็นการขัดเจตนารมณ์ประชาชน ไม่ให้เกียรติประชาชนที่เลือกตั้งมา
อ่านข่าว : "หมอวรงค์" เตือนพรรคการเมืองยึด"ไพบูลย์โมเดล" เสี่ยงซ้ำรอยระบอบทักษิณ
นพ.ชลน่าน กล่าวว่า การยุบรวมเช่นนี้จะทำให้กลไกของการทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญติบิดเบี้ยวสามารถใช้ความเป็นพรรคใหญ่ให้สิ่งแลกเปลี่ยนแรงจูงใจต่อพรรคเล็กให้มารวมกับตัวเองได้เหมือนเป็นการเพิ่มกลไกใช้เสียงในสภาให้เป็นไปตามที่ตัวเองมุ่งหวัง ถ้าประชาชนอยากให้พรรคพลังประชารัฐทำหน้าที่แทนเขา เขาก็เลือกแต่ต้น แต่ที่เขาเลือกพรรคเล็กแสดงว่าไม่เห็นด้วยกับพรรคพลังประชารัฐ เลยไม่เลือก ถือว่าเป็นการยึดอำนาจคะแนนเสียงประชาชนเพื่อประโยชน์ของพรรคตัวเอง
นพ.ชลน่าน กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นถือว่าขัดเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ แม้รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีส่วนไม่ดีเยอะ แต่ก็มีที่เป็นส่วนดี เช่น ต้องการให้พรรคการเมืองมีความยั่งยืน มีกระบวนการในการพัฒนาตัวเอง จึงมีเจตจำนงค์ไม่ให้มีการยุบรวมหรือควบรวมในระหว่างอายุสภาฯ แต่ในกฎหมายลูกว่าด้วยพรรคการเมือง มีบทบัญญติที่ย้อนแย้งกันเองระหว่าง ประเด็นการสิ้นสภาพของพรรคการเมือง ที่ให้การสิ้นสภาพของพรรคการเมืองตามข้อบังคับของพรรค ให้มีลักษณะเหมือนการยุบพรรคเพื่อคุ้มครองส.ส.ของพรรคการเมืองนั้นๆหาพรรคการเมืองสังกัดใหม่สังกัดได้ใน 60 วัน ส่วนการห้ามควบรวมพรรคระหว่างอายุสภา ที่ห้ามพรรคการเมืองหนึ่งไปควบรวมกับอีกพรรคการเมืองหนึ่ง หากจะควบรวมต้องรวมกันเป็นพรรคการเมืองใหม่เท่านั้น ไม่ใช่การยุบรวมตามที่เกิดขึ้น ประเด็นนี้ไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เนื่องจากเป็นการย้อนแย้งกันเองในกฎหมายเดียวกัน ดังนั้น จึงเป็นหน้าที่ของรัฐสภาที่ต้องแก้ไขกฎหมายที่มีความย้อนแย้งกันนี้เพื่อรักษาเจตจำนงค์ของประชาชนไว้ให้ได้



