“หมอวรงค์” อัดรัฐสภาลักไก่ ไม่รอบคอบผ่านร่างรธน.แก้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบขัดหลักการ พร้อมเชิญชวนประชาชนร่วมยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ 28 ก.ย.นี้
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม รักษาการหัวหน้าพรคไทยภักดี และสมาชิกพรรค ร่วมกันแถลงเรื่อง “การร้องศาลรัฐธรรมนูญของประชาชน” กรณีอ้างว่ารัฐสภาลักไก่ครั้งใหญ่ของประเทศ ใช้กระบวนการฉ้อฉล เร่งรีบ ไม่รอบคอบในการแก้ไขรัฐธรรมนูญจากบัตร1ใบไปเป็นบัตร2ใบ
และแก้มาตรา 86 เกินกว่าที่รัฐสภารับหลักการในวาระแรก คือมาตรา 83 กับมาตรา 91 ซึ่งเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ พร้อมเชิญประชาชนร่วมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตีความในวันอังคารที่ 28 กันยายนนี้เวลา 09:30 นาฬิกา
และชี้ว่าการแก้ไขนั้นเป็นการจำกัดสิทธิประชาชน ที่รัฐธรรมนูญกำหนดเจตนารมณ์ระบบจัดสรรปันส่วน มุ่งเน้นให้ทุกคะแนนประชาชนมีความหมาย ที่คะแนนเลือกทุกพรรคการเมืองต้องถูกนำมาคิดคำนวณจัดสรรที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรไม่สูญเปล่า โดยเห็นว่าการแก้ไขของรัฐสภาครั้งนี้ นำไปสู่ปัญหาผู้ชนะกินรวบทางการเมือง โดยไม่ได้สนใจและไม่กลัวว่าระบบเลือกตั้งบัตรสองใบพรรคไทยภักดีจะเสียเปรียบในการเลือกตั้ง
ทั้งนี้ได้รับการแนะนำจากผู้ใหญ่ทางการเมือง ซึ่งเป็นนักกฎหมายได้ให้ข้อมูลการยื่นร้อง และยอมรับว่าเพิ่งทราบเรื่องของปัญหาในข้อกฎหมายและสิทธิ์ของประชาชนในการยื่นร้องไม่จำกัดเวลาต่างจาก ของรัฐสภาหรือของนายกรัฐมนตรี ขณะเดียวกันก็คาดหวังว่านายกรัฐมนตรีจะพิจารณาที่จะชะลอการนำร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย
โดยเห็นด้วยกับนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพปชร.ที่ยื่นร้องต่อศาลเช่นว่า ด้วยเหตุผลที่อ้างว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้เป็นแบบสุกเอาเผากิน ซึ่งการแก้ไขและธรรมนูญผิดตั้งแต่เริ่มต้นพี่แก้ไขเพียง 2 มาตราทั้งที่มีมาตราที่เกี่ยวข้องกับระบบเลือกตั้งมากกว่านี้ และเรียกร้องให้สมาชิกรัฐสภาเข้าชื่อยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญตีความวินิจฉัย
ทั้งนี้รักษาการหัวหน้าพรรคไทยภักดีเปิดเผยว่า มองไม่เห็นถึงช่องทางหรือปัญหาการแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้ จะนำไปสู่การทำรัฐประหาร และยอมรับว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ในอดีตที่ผ่านมาเป็นการแก้เพื่อประโยชน์ของฝ่ายการเมือง อย่างที่เคยเกิดขึ้นเรื่องของสภาผัวเมีย
ทำให้ประชาชนไม่พอใจ พร้อมโดยอ้างอิงช่องทางการยื่นร้องต่อศาลตามรัฐธรรมนูญมาตร 50 ที่กำหนดไว้ว่าบุคคลมีหน้าที่พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และมาตรา 213 ที่บัญญัติว่าบุคคลซึ่งถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญคุ้มครองไว้มีสิทธิ์ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อมีคำวินิจฉัยว่าการกระทำนั้นขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ตามหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกฎหมายลูกว่าด้วยการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ





