วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'รมช.กห.'แจงสภาฯ ไม่มีส่วนต่าง ซื้อเครื่องบินเอนกประสงค์

พล.อ.ชัยชาญ แจง งบจัดซื้อเครื่องบินเอนกประสงค์ไม่มีเงินส่วนต่าง พร้อมเผยปรับโครงการซื้อรถ เป็นซ่อม เพื่อยืดอายุการใช้งาน

       พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม ชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระอภิปรายไม่ไว้วางใจต่อเนื่องวันที่สาม ถึงข้อกล่าวหาฝ่ายค้านต่อพฤติกรรมที่ส่อความไม่โปร่งใสต่อการจัดซื้อจัดจ้างอาวุธยุทโธปกรณ์ โดยยืนยันต่อการจัดหาเครื่องบินเอนกประสงค์ที่ใช้หลากหลายภารกิจ มูลค่า 1,272 ล้านบาท ไม่มีส่วนต่าง เพราะกรอบงบประมาณที่ได้รับอนุมัติคือวงเงินจำนวนเท่ากัน ขณะที่โครงการซ่อมรถยนต์ M35 กองทัพบกพิจารณาแล้วเห็นว่ารถที่มี 2,600 คัน นั้นชำรุด  1,000คัน แม้เดิมจะจัดหา แต่ต้องมีระยะเวลาดำเนินการเพราะต้องคัดเลือกแบบ แต่สถานการณ์ขณะนี้ไม่เอื้ออำนวย จึงปรับปรุงรถที่มีอยู่เพื่อให้ใช้งานได้ 10 ปี ทั้งนี้การปรับปรุงได้มอบหมายให้หน่วยสรรพาวุธดำเนินการ คันละ 2 ล้านบาท 

       “ที่ผ่านมากองทัพจัดทำรถต้นแบบมาตรฐาน 100 คัน และกรรมการกองทัพบกทดลองใช้ในภูมิประเทศต่างๆ สามารถใช้ได้ดี จึงมีแนวความคิดปรับปรุงเพื่อยืดอายุการใช้งาน โครงการเดิมคือจะจัดหาเพิ่มเติม 169 คัน  แต่หากปรับปรุงจะทำได้  259 คัน ส่วนรถ Unimog  นั้น หากจัดซื้อราคาปัจจุบันอยู่ที่ 8.2 ล้านบาท  จึงคิดว่าหากปรับปรุง 201 คัน ทำให้ได้รถที่สามารถปฏิบัติการในภูมิประเทศที่ยาากลำบากและตอบสนองได้มากกว่ารถที่ถูกยกมาเปรียบเทียบ ทั้งนี้การทำงาน นายกรัฐมนตรีกำชับให้กองทัพบกคำนึงถึงกฎหมาย ระเบียบที่เกี่ยวข้อง และทำให้มีประสิทธิภาพ”  พล.อ.ชัยชาญ ชี้แจง
 

       พล.อ.ชัยชาญ ชี้แจงต่อการจัดซื้อเรือดำน้ำที่ถูกยกสัญญาแบบรัฐต่อรัฐเปรียบเทียบว่า มีฉบับที่เสียภาษี กับไม่เสียภาษี ว่า โรงงานวัตถุระเบิดต้องเสียภาษีเช่นกัน ทั้งนี้การจัดซื้อแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) เป็นวิธีจัดซื้อจัดจ้าง มีรัฐเป็นคู่สัญญา และรับประกันความสำเร็จ อย่างไรก็ดีการจัดซื้อต้องเสียภาษีตามประมวลกฎหมายรัษฎากร โดยที่ผ่านมากองทัพเรือได้ปฏิบัติตามแนวทางที่กระทรวงการคลังมีหนังสือชี้แจงแนวทาง เมื่อ 28 ตุลาคม 2538 อย่างไรก็ดีบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในประเทศ กองทัพเรือได้หักภาษี 7% เพื่อส่งคืนคลัง.