วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

จับตา “รวมพล” นอกสภาฯ เกมการเมือง วัดใจ “นักเลือกตั้ง”

แนวรุก "ฝ่ายค้าน" ทั้ง "ใน และ นอกสภาฯ" ยังเป็นปรากฎการณ์ที่ต้องจับตา เพราะยิ่งใกล้วัน "ดี-เดย์" สู่โหมดเลือกตั้ง เกมเขย่าฐานอำนาจ และ วัดใจ "นักเลือกตั้ง" ยิ่งโหมนักมากขึ้น

        การอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม และ รัฐมนตรี อีก 5 คน ตาม ญัตติของ “พรรคร่วมฝ่ายค้าน” แม้ยังเหลือวันอภิปรายอีก 2 วัน ก่อนถึงวันลงมติ วันที่ 4 กันยายน

        มีความแจ่มชัดในทีว่า “ส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้าน” เสียงไม่พอ "เขี่ยรัฐมนตรี” คนใดให้พ้นจากตำแหน่ง ผ่าน “มติไม่ไว้วางใจ”

        ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 วรรคสอง กำหนดเกณฑ์ รัฐมนตรีต้องพ้นตำแหน่ง เพราะผลลงมติไม่ไว้วางใจ ต้องได้เสียงมากกว่ากึ่งหนึ่ง ส.ส.ที่มีอยู่ ปัจจุบัน มีส.ส. ที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ 482 คน ดังนั้นเสียงเกินกึ่งหนึ่ง จะเท่ากับจำนวน 242 คน

        ปัจจุบัน จำนวน ของ ส.ส. นับตามการสังกัดของพรรคฝ่ายค้าน มียอดรวม 212 คน ขณะที่ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล มี 270 คน นี่ยังไม่นับ “ส.ส.งูเห่า” ที่เลือกข้างรัฐบาล แต่ยังแฝงสังกัด “พรรคฝ่ายค้าน" ประมาณ 20 เสียง

163054477628

        แม้ตอนนี้ “พลังประชารัฐ” จะเจอ อิทธิฤทธิ์คนในเขย่าอำนาจ แต่ด้วยพลังของ "พี่น้อง3ป.” เชื่อว่า จะสยบ “คนและความเคลื่อนไหว" ให้ราบคาบได้ในนาทีสุดท้าย

        เมื่อเกมในสภาฯ บทบาทของ “ฝ่ายค้าน” ทำได้มากสุด คือ ด้อยค่ารัฐบาล ลดศรัทธา “ผู้นำ" ด้วยการฉายภาพพฤติกรรมที่ส่อทุจริต ละเลย การดูแลประชาชน ผ่านปมใหญ่ คือ วัคซีนโควิด เพราะเมื่อเทียบเสียงแล้ว ไม่พอล้มรัฐบาลได้

163054432494

        จึงเกิดเกมนนอกสภาฯ ของแนวร่วม “ฝ่ายค้าน” และเป็นเวทีที่ถูกจับจ้อง ทั้ง เวทีหน้าสภาฯ ที่เริ่มแล้ว คือ “ไทยไม่ทนสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย” และ เครือข่าย ตั้งเวทีซักฟอกรัฐบาล จากประชาชน

        ต่อด้วย วันที่ 2 กันยายน “กลุ่มคาร์ม็อบ” นำโดย “ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช.” และ “สมบัติ บุญงามอนงค์” ที่ประกาศปักหลักปราศรัย “แยกอโศก” ตั้งแต่เวลา 16.00 - 20.00 น. เพื่อแสดงพลัง ไล่ “พล.อ.ประยุทธ์”

        โดยขอแรง "คนหนุ่ม-สาว, พี่น้องคนเสื้อแดง, คน กปปส.” ร่วมการเคลื่อนไหว “ดี-เดย์”

        สำหรับ กิจกรรมของ “ณัฐวุฒิ-สมบัติ” นัดรวมพล ติดต่อกัน จนถึงวันที่สภาฯ ลงมติไม่ไว้วางใจ

        แน่นอนว่า การประกาศรวมพลังคน ไม่เอา “ประยุทธ์” มีความหมายสำคัญ คือ สะท้อนพลังประชาชนจากจำนวนคนที่เข้าร่วม ไปยัง “ส.ส.” ในสภาฯ ให้ตระหนักต่อการลงมติไว้วางใจ บุคคลเพียงคนเดียว กับ การแลกคะแนนนิยมทางการเมือง เมื่อถึงคราวเลือกตั้ง

        ดังนั้นการเลือกทำเล ชุมนุม “ดีเดย์-คาร์ม็อบไล่ประยุทธ์” ครั้งนี้จึงเลือกจุดที่ประชาชนเดินทางเข้าถึงจุดรวมพลได้โดยสะดวก ทั้งรถไฟฟ้าบีทีเอส และรถไฟฟ้าใต้ดิน เมื่อยิ่งสะดวก คนยิ่งเข้าถึงได้ง่าย และจำนวนอาจเพิ่มมากขึ้นด้วย

163054494921


        อีกความเคลื่อนไหวที่สอดรับ คือ การปลุกแนวร่วม ประชาชนไม่ไว้วางใจรัฐบาล ของ “โทนี่ วู้ดซัม” หรือ ทักษิณ ชินวัตร ที่กล่าวผ่านเวทีแคร์ คิด เคลื่อนไทย เมื่อวันก่อน ตอนหนึ่งว่า “วิธีที่จะให้พล.อ.ประยุทธ์ออก ประชาชนทุกเขตเลือกตั้ง เดินไปบอก ส.ส. ว่า อย่ายกมือไว้วางใจ ประยุทธ์ ถ้าไว้วางใจ ครั้งหน้าไม่เลือกแน่นอน”

        การเมือง นอกสภาฯ รอบนี้ วางหมาก เล่นเกม ขยี้หัวใจ “นักเลือกตั้ง” เหมือนกับว่า ไม่มีอะไรจะเสีย พร้อมกับประเมินทิศทางว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจรอบนี้ คือ รอบสุดท้าย ก่อนการเลือกตั้ง ส.ส.ทั่วไป จะเกิดขึ้น

      ตามคาดการณ์ หลังแก้รัฐธรรมนูญ ว่าด้วย ระบบเลือกตั้งได้สำเร็จ แก้กฎหมายลูกสำเร็จ กฎหมายงบประมาณ65 ประกาศใช้ จะเข้าสู่นาทีตัดสินใจ “ถอย” ของรัฐบาลให้จัดการเลือกตั้งใหม่ ภายใน ต้นปี 2565

163054498063

        เมื่อนักเลือกตั้งลงพื้นที่หาเสียง เพื่อขอคะแนนจากประชาชน ผลคะแนนในวัน “ไว้วางใจ” พล.อ.ประยุทธ์ จะเป็นประเด็นที่ถูกหยิบยก เป็นปัจจัยชี้วัดว่า “ประชาชน” จะกาคะแนน-เลือกให้เป็นตัวแทนราษฎรในสภาฯ ต่อหรือไม่

        ดังนั้น แม้ขณะนี้เสียงฝั่งรัฐบาล จะเป็นต่อ แต่นักเลือกตั้ง ถือว่า ประชาชนคือเสียงสวรรค์ หากถูกคู่แข่ง ขุดประเด็นสนับสนุน "เผด็จการ- พล.อ.ประยุทธ์” ขึ้นมาโจมตี อาจสร้างความเหนื่อยเป็นทวีคูณ ในยามที่ “ชาติ” โหยหา ความเป็น “ประชาธิปไตย แบบ100%”.