อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีครั้งนี้ ฝ่ายค้านพุ่งเป้าไปที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยมีข้อกล่าวหาคือ การบริหารผิดพลาด ทุจริต ละเลยหน้าที่ในการควบคุมการแพร่ระบาด และการป้องกันโรคให้ประชาชน
การประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดพิเศษ อภิปรายทั่วไป เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล เริ่มขึ้นแล้วเมื่อวานนี้ (31 ส.ค.) กำหนดระยะเวลา 31 ส.ค. ถึงวันที่ 4 ก.ย. 2564
เนื้อหาของการอภิปรายครั้งนี้ ไม่อาจหลีกเลี่ยงที่จะหยิบยกประเด็น โควิด-19 เพราะโควิดวันนี้ไม่เพียงมีอิทธิพลทั่วโลก ยังส่งผลกระทบทุกภาคส่วน ไม่เว้นเวทีการเมือง หลายประเทศผู้นำจำใจลาออก เพราะพ่ายแพ้ในสงครามโควิด บางประเทศเป็นความผิดส่วนตัวของผู้นำ มีทั้งทนต่อแรงกดดันไม่ไหว และมีทั้งแสดงสปิริต ลาออกไป
ที่ประเทศไทยการอภิปรายในวันแรก นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร อภิปรายเปิดญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี 6 ราย โดยพุ่งเป้าพฤติการณ์ไปที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม
โดยข้อกล่าวหาเรื่องโควิด คือ การบริหารผิดพลาด ทุจริต ละเลยหน้าที่ในการควบคุมการแพร่ระบาด และการป้องกันโรคให้ประชาชน ตั้งแต่ขั้นตอนจัดหาวัคซีนทางเลือก การจัดหาวัคซีนที่มีประสิทธิภาพ และการจัดหาเครื่องมือตรวจเชื้อที่มีมาตรฐาน
การระบาดของโควิดในไทย อุบัติขึ้นเมื่อเดือน ม.ค.2563 ในช่วงแรก จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นช้าๆ กระทั่งต่อมากลางเดือน มี.ค. เพิ่มเป็นหลักร้อยและลดลงต่อเนื่อง จบการแพร่ระบาดรอบแรก มาถึงปลายปี 2563 ต่อต้นปี 2564 ไทยกลับมาเผชิญการระบาดรอบที่ 2 คลัสเตอร์ตลาดกลางกุ้งจังหวัดสมุทรสาครเป็นเหตุ
จากยอดผู้ติดเชื้อ 500 กว่ารายต่อวัน พุ่งเป็นเกือบ 2 พันรายต่อวัน ช่วงปลายเดือน ม.ค.2564 ก่อนลดลงและมีแนวโน้มจะควบคุมได้ มีการผ่อนคลาย ต่อมาเกิดเหตุคลัสเตอร์ทองหล่อโดยสายพันธุ์เดลตา ประกอบกับช่วงวันหยุดยาวสงกรานต์ ยอดติดเชื้อใหม่จึงพุ่งจากต้นเดือน เม.ย. ไม่ถึงวันละ 200 ราย ผ่านกลางเดือนพุ่งไปแตะ 1 พันกว่าคน กระจายไปต่างจังหวัด
ก่อนที่สายพันธุ์เดลตาจะยกระดับความรุนแรงในการแพร่ระบาด เกิดคลัสเตอร์แคมป์คนงาน เรียกได้ว่าเป็นระลอกที่ 4 ยอดติดเชื้อขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 1-2 หมื่นรายต่อวัน
ล่าสุดวันที่ 31 ส.ค. พบผู้ติดเชื้อใหม่ 14,666 ราย เสียชีวิต 190 ราย ภาพรวมตัวเลขผู้ป่วยใหม่หักหัวลงติดต่อกันเกือบสัปดาห์ และเป็นยอดติดเชื้อที่ต่ำกว่า 1.5 หมื่นรายในรอบ 30 วัน ทว่าเราเห็นว่ายังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากพบข้อมูลการตรวจเฉลี่ยย้อนหลัง 7 วัน มีจำนวนที่ลดลง จึงมีความเป็นไปได้ที่ยอดติดเชื้อลดลงในช่วงนี้ เกิดจากการตรวจต่อวันที่ลดลง
นับว่า อันตรายอย่างยิ่ง การส่งสัญญาณที่ผิดพลาดอาจทำให้แผนการใช้ชีวิต แผนธุรกิจและการใช้เม็ดเงินเยียวยาเกิดความเสียหายมหาศาล ต้องยอมรับ ไม่ว่าล็อกดาวน์หรือคลายล็อก มีผลต่อประชาชนและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
เราเห็นว่าการลดลงของตัวเลขผู้ติดเชื้อ หากผิดพลาดตามธรรมชาติของการทำงานยังให้อภัยกันได้ แต่หากตัวเลขดังกล่าวเกิดจากการจงใจสั่งให้มีการตรวจน้อยลง เพื่อผลประโยชน์ของบุคคล คณะบุคคล หรือบางหน่วยงานที่เอาใจผู้มีอำนาจ เพื่อความได้เปรียบในสภา หวังคะแนนนิยมทางการเมืองในช่วงอภิปรายไม่ไว้วางใจ ถือเป็นความผิดอันร้ายแรง ประชาชนจะไม่ยอม





