สภาผู้แทนราษฎรใช้เวลาพิจารณา ร่างพ.ร.บ.งบฯ65 วาระสอง วันแรก ยาว 10 ชั่วโมง นัดประชุมต่อพรุ่งนี้ 09.30 น. พิจารณา งบ ก.คลัง
ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการประชุมสภาฯ วาระพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 วงเงิน 3.1ล้านล้านบาท ในวาระสอง วันแรก ได้ใช้เวลาพิจารณารวมทั้งสิ้น 10 ชั่วโมง โดยพิจารณาจนถึงมาตรา 8 งบของกระทรวงกลาโหม ซึ่งใช้เวลาอภิปรายและพิจารณานาน กว่า 3 ชั่วโมงก่อนจะลงมติเห็นด้วยกับกมธ.เสียงข้างมากที่ปรับแก้ไข ด้วยเสียง 226 เสียง ต่อ 123 เสียง ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่า คะแนนงดออกเสียงนั้นมีจำนวนมาก จากมาตราที่ผ่านมามีจำนวนหลักสิบเท่านั้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ กมธ.ฯเสียงข้างมากไม่สามารถชี้แจงและตอบคำถามของ ส.ส.พรรคฝ่ายค้านที่อภิปรายท้วงติงและตั้งคำถามต่อรายละเอียดของการเสนอของบประมาณของกระทรวงกลาโหม โดยเฉพาะงบจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์
ทั้งนี้ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ฐานะรองประธานกมธ.งบฯ ชี้แจงต่อประเด็นของนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ว่า กองทัพ ได้รับงบประมาณ 3.9 หมื่นล้านบาท ถูกปรับลด 1.4พันล้านบาท โดยมีรายละเอียดในเอกสารรายการปรับลด, กองทัพเรือ ได้รับงบฯ 1.8 หมื่นล้านบาท ปรับลด 996 ล้านบาท , กองทัพอากาศ 2.4หมื่นล้านบาท ปรับลดงบประมาณ 610 ล้านบาท
“กรณีที่ถามถึงการจัดซื้อโดรนของกองทัพเรือนั้น ผมเข้าใจถึงภารกิจของกองทัพเรือที่ใช้โดรนที่มีประสิทธิภาพสูง เพื่อรักษาน่านน้ำ เฝ้าระวังชายฝั่ง โดยเป็นโดรนขนาดใหญ่ สามารถตรวจสิ่งผิดกฎหมายในน่านน้ำทะเล ผมเป็นรมช.คลังดูแลกำกับกรมศุลกากร มีสิ่งผิดกฎหมายมาก ต้องอาศัยกองทัพเรือเพื่อตรวจสอบ การซื้อโดรนเสมือนมีคนขับ ควบคุมในเรือ” นายสันติ ชี้แจง
ขณะที่นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ส.ส.ชลบุรี พรรคพลังประชารัฐ ฐานะกมธ. ฯ เสียงข้างมาก ชี้แจงรายละเอียดว่า เอกสารของกองทัพเกี่ยวกับการจัดซื้อยุทโธปกรณ์เป็นเรื่องของความมั่นคง ทั้งนี้กองทัพเองก็ปรับตัวมาโดยตลอด กำลังพลจาก 100% ก็ปรับลดเหลือเพียง 75% อาวุธยุทโธกรณ์ก็ปรับลดมาตลอดและพยายามจะให้เหลือเพียง 33% วันนี้ทุกส่วนมีความสำคัญอำนาจในการต่อรองของประเทศก็มีความจำเป็นไม่น้อยกว่าด้านอื่น จากการพิจารณาในห้องงบประมาณจะเห็นว่างบประมาณล้วนเป็นเรื่องขีดความสามารถในการป้องกันประเทศ แต่สุดท้ายแล้วเมื่อพูดคุยกันด้วยเหตุผลก็มีการปรับลดถึง 1 พันล้านบาทที่สูงพอสมควรดังนั้นกมธ.สียงข้างมากขอยืนยันมาตรานี้ไว้เช่นเดิม
ทั้งนี้ในการประชุมฯ วันที่สอง วันที่ 19 สิงหาคม ได้นัดประชุมอีกครั้ง เวลา 09.30 น. โดยเริ่มต้นที่มาตรา 9 งบประมาณรายจ่าย กระทรวงการคลังและหน่วยงานในกำกับ จำนวน 10,948 ล้านบาท.


