'ชวน' แจ้ง "ธณิกานต์" ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ หลังศาลฏีการับคำร้อง ป.ป.ช. กรณีผิดจริยธรรมรร้ายแรง เหลือ ส.ส.ในสภา 482 คน
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร แจ้งต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ถึงจำนวน ส.ส. ที่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ มี 482 คน หลังจากที่ศาลฎีกามีคำสั่งรับคำร้อง คดีหมายเลขดำที่ คมจ. 2/2564 ระหว่าง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)ผู้ร้อง ระหว่าง น.ส.ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ ฐานะผู้คัดค้าน กรณีฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ไว้พิจารณา เป็นผลให้น.ส.ธณิกานต์ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.จนกว่าจะมีคำพิพากษา ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 235
ผู้สื่อข่าวรายงาน ถึงกรณีดังกล่าว เกิดจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติชี้มูลความผิด ส.ส. ฝ่ายรัฐบาล 4 ราย แบ่งเป็น พรรคภูมิใจไทย 3 ราย นายฉลอง เทอดวีระพงศ์ นายภูมิศิษฏ์ คงมี นางนาที รัชกิจประการ (ปัจจุบันเป็นอดีต ส.ส.) และพรรคพลังประชารัฐ 1 ราย นางธนิกานต์ พรพงษาโรจน์ กรณีถูกกล่าวหาว่ามีพฤติการณ์เสียบบัตรลงคะแนนแทนกัน ระหว่างการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 วงเงิน 3.2 ล้านล้านบาท
โดย ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลทั้ง 4 ราย ถูกชี้มูลในความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172 ที่ระบุว่า เจ้าพนักงานของรัฐผู้ใดปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-20 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 บาท-200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมถึงชี้มูลผิดมาตรฐานจริยธรรมฯอย่างร้ายแรง ซึ่งต้องส่งสำนวนให้ศาลฎีกาพิจารณาด้วย
ส่วน ส.ส. อีก 2 ราย คือ น.ส.ภริม พูลเจริญ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ และนายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ คณะกรรมการ ป.ป.ช. เห็นว่า กระทำผิดเฉพาะข้อบังคับที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร จึงส่งเรื่องไปยังประธานสภาผู้แทนราษฎรดำเนินการ มิได้มีมูลความผิดทางอาญา ส่วน นายสมบูรณ์ ซารัมย์ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย และนายโกวิทย์ พวงงาม ส.ส.พรรคพลังท้องถิ่นไท คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติให้ข้อกล่าวหาตกไป เนื่องจากพยานหลักฐานไม่เพียงพอ.





