วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'พท.'หนุนไอเดีย'ผู้ว่าฯธปท.'กู้เพิ่ม 1ล้านล้านกระตุ้นศก. แต่ต้องไม่ใช่'ประยุทธ์'

"กฤษฎา" เผย เศรษฐกิจไทย ปี 64 มีโอกาสติดลบ "ประยุทธ์" ยังตอบไม่ได้ ต้องล็อกดาวน์อีกกี่เดือน วัคซีนคุณภาพมาเมื่อไหร่ ต้องยอมรับตัวเองหมดสภาพ บริหารด้วยการด่า เห็นพ้อง "ผู้ว่าฯธปท." กู้อีก1ล้านล้าน แต่ไม่ใช่นายกฯ คนนี้

นายกฤษฎา ตันเทอดทิตย์ ส.ส. หนองคาย และคณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย กล่าวว่าเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2 ของปีนี้ขยายตัวได้ 7.5% แม้จะดูเหมือนว่าจะดี แต่ความจริงคือ ปีที่แล้วเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2 ทรุดหนักติดลบหนักที่สุดโดยติดลบถึง -12.2% การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในไตรมาส 2 ปีนี้ จึงมีความสำคัญมาก แต่รัฐบาลก็ไม่สามารถฟื้นเศรษฐกิจได้เท่าที่ควร หลังจากที่ไตรมาสแรกติดลบไปแล้วถึง -2.6% ดังนั้น เศรษฐกิจไทยในปี 2564 นี้ยังคงมีโอกาสที่จะติดลบอยู่ เพราะในไตรมาส 3 นี้ยังคงจะได้รับผลกระทบอย่างมากจากการล็อกดาวน์และอาจจะต้องล็อกดาวน์ยาวไปถึงไตรมาส 4 เลยก็ได้ ตามที่คณะทำงานเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทยได้เตือนไว้ก่อนหน้าแล้ว แม้ สภาพัฒน์จะคาดการณ์ว่าอาจจะขยายได้ 0.7-1.2%  แต่ในภาคเอกชน นักวิชาการ ตลอดจนนักลงทุนต่างประเทศ เห็นว่ามีโอกาสจะติดลบได้สูง โดย คณะกรรมร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) คาดเศรษฐกิจไทยจะติดลบได้ถึง -1.5% และ นักลงทุนต่างประเทศ 70 % คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะติดลบ

อีกทั้ง มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยคาดเศรษฐกิจไทยจะติดลบ - 2% และ อาจจะติดลบถึง -  4% ได้ถ้ายังต้องล็อกดาวน์ต่อไป หากเศรษฐกิจไทยจะต้องติดลบสองปีติดกัน หลังจากที่ปีที่แล้วที่ติดลบ -6.1% จะทำให้ประชาชนมีความลำบากอย่างมาก ธุรกิจจะเจ๊งและล้มละลายกันมาก คนตกงานจะพุ่งสูง คนจะฆ่าตัวตายจากพิษเศรษฐกิจกันมาก ถ้าไม่ตายด้วยไวรัสโควิดเสียก่อน

ดังนั้น ความล้มเหลวในการบริหารประเทศของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทั้งความล้มเหลวในการควบคุมการระบาดโควิด ความผิดพลาดในการบริหารวัคซีน ความล้มเหลวในการบริหารเศรษฐกิจมาตลอด 7 ปี โดยต้องเปลี่ยนทีมเศรษฐกิจหลายชุดแต่ก็ไม่ดีขึ้น จะส่งผลให้ประเทศไทยเสื่อมถอยและล้มเหลวจนกลายเป็นประเทศที่จะฟื้นตัวช้าที่สุดจากการจัดอันดับของสื่อหลักญี่ปุ่น นิเคอิ เอเชีย

โดยปัจจุบันพล.อ.ประยุทธ์ ยังตอบไม่ได้เลยว่าจะต้องล็อกดาวน์อีกกี่เดือน วัคซีนคุณภาพจะมาเมื่อไหร่ เศรษฐกิจจะทรุดหนักขนาดไหน ประชาชนจะทนอยู่ในสภาวะเช่นนี้ได้อย่างไร เหมือนประเทศไทยไม่มีทิศทาง และไม่มีผู้นำแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ ต้องยอมรับตัวเองว่าหมดสภาพการนำประเทศนี้แล้ว ทุกอย่างมีแต่จะแย่ลง

โดยล่าสุด ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)  ได้ออกมาเสนอให้รัฐบาลกู้เงินอีก 1 ล้านล้านบาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติการณ์ไวรัสโควิดมานานกว่า 1 ปีโดยประชาชนขาดรายได้ไปกว่า 2.6 ล้านล้านบาท และ หนี้ครัวเรือนได้พุ่งขึ้นสูง ทั้งนี้ คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย เห็นด้วยกับแนวคิดว่าควรจะต้องมีการกู้เงินเพิ่มเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ในภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่เช่นนี้ แต่คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย ไม่เชื่อว่าพล.อ.ประยุทธ์ และหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ จะมีความรู้ความสามารถเพียงพอที่จะใช้เงินดังกล่าวให้เกิดประโยชน์ได้

 

ทั้งนี้ เพราะเมื่อพิจารณาย้อนหลังจากการใช้เงินกู้ 1 ล้านล้านบาทเมื่อปีที่แล้ว ที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาและกระตุ้นเศรษฐกิจได้เลย พล.อ.ประยุทธ์ ยังติดวิธีคิดเดิมๆ ที่บริหารด้วยการโดนด่า ถูกด่าก่อนถึงจะคิดทำ โดยไม่มีการคิดและวางแผนล่วงหน้า บริหารแบบรอวันเจ๊ง แบบปล่อยให้ประเทศและประชาชนเป็นไปตามยถากรรม ไม่มีทิศทางและขาดวิสัยทัศน์ และไม่สามารถเรียงลำดับความสำคัญของเรื่องที่ทำได้เลย กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท แต่กลับไม่นำไปซื้อวัคซีนที่มีคุณภาพเข้ามาฉีดให้ประชาชนอย่างทั่วถึง จนเกิดการระบาดรอบใหม่ ทำให้คนเจ็บคนตาย และ เศรษฐกิจพังพินาศ ขนาดทุกอย่างเละเทะแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะรมว. กลาโหม ยังปล่อยให้กองทัพเรือเสนอซื้อเรือดำน้ำเข้ามาได้ แม้ต่อมาจะถอนเรื่องออกไปก็ตามแค่เรื่องเท่านี้ก็พอรู้ได้แล้วว่า ถ้าให้พล.อ.ประยุทธ์ กู้มาอีกก็จะไม่เกิดประโยชน์ ประเทศไทยจะมีหนี้สาธารณะมากขึ้น แต่เศรษฐกิจจะไม่ฟื้น

พล.อ.ประยุทธ์ น่าจะต้องเริ่มต้นจากการลดงบประมาณที่ไม่จำเป็นทั้งหมด งบทหาร การเกณฑ์ทหาร และงบซื้ออาวุธต้องลด ต้องยกเลิกไปเลย กล้าหรือไม่ ก่อนที่จะคิดกู้เพิ่ม  เริ่มฝึกใช้เงินให้มีประสิทธิภาพก่อนจะดีไหม ถ้าจะกู้มั่วๆ แล้วถึงตอนนั้นจะไปขึ้นภาษีแวตเป็น 10% จะถูกประชาชนด่ากันทั้งเมือง และคงจะขึ้นภาษีแวตไม่ได้แน่ เพราะประชาชนจะไม่มีปัญญาจ่าย ดังนั้น จึงอยากให้ผู้ว่าการ ธปท. ได้ศึกษาการทำงานของพล.อ.ประยุทธ์ ก่อนที่จะแนะนำ เพราะแม้แนวคิดจะดี แต่ถ้าคนทำไม่มีความรู้ความสามารถ ไม่มีประสิทธิภาพ ก็ไม่เกิดประโยชน์ จะเสียหายเพิ่มขึ้นเปล่าๆ โดยหากมีการเปลี่ยนแปลงได้รัฐบาลใหม่ที่มีคนที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาบริหาร จึงควรจะเร่งกู้เพื่อเร่งแก้ปัญหา

ในภาวะเช่นนี้ ประเทศต้องการผู้นำที่เชื่อถือได้ มีหลักคิดดี มีวิสัยทัศน์ที่ก้าวไกล ที่จะนำพาประเทศไทยให้รอดพ้นวิกฤตและพัฒนาต่อไปได้ ผู้นำที่พิสูจน์แล้วว่าไร้ความสามารถไม่มีทางที่จะแก้ปัญหาได้ และจะยิ่งเพิ่มปัญหา หมดเวลาสำหรับผู้นำที่หมดสภาพแล้ว และพล.อ.ประยุทธ์จะต้องรู้ตัวเองได้แล้ว