Politics
จับตา ถก 'ร่างพ.ร.บ.งบฯ65' วาระสอง 'สภาฯ' จองกฐิน 'กลาโหม-มหาดไทย-เกษตรฯ'

สภาฯ นัดพิจารณา ร่างพ.ร.งบฯ65 วาระสองและสาม วันที่ 18 - 20 สิงหาคม พบ "กมธ.-ส.ส." รวม 160คน จองอภิปราย งบ "กลาโหม" พบข้อเสนอแนะ "กมธ." ถึงหน่วยงานให้พร้อมรับมือ-ช่วยแก้โควิด-19
ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า คณะกรรมาธิการ(กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ที่มีนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง เป็นประธานกมธ.ฯ ได้เสนอรายงานให้ สภาฯ พิจารณาในวาระสองและวาระสาม ระหว่างวันที่ 18 - 20 สิงหาคม ซึ่งมีสาระสำคัญ คือ งบประมาณที่ตั้งไว้ 3.1 ล้านล้านบาท ถูกปรับลดจากหน่วยงานต่างๆ จำนว 16,362 ล้านบาท และได้จัดสรรไว้ในงบกลางทั้งหมด
ทั้งนี้มี กมธ.ที่สงวนความเห็นทั้งสิ้น 30 คน และมีส.ส. สงวนคำแปรญัตติ ทั้งสิ้น 167 คน แบ่งเป็น พรรคเพื่อไทย จำนวน71 คน, พรรคก้าวไกล จำนวน 29 คน, พรรคประชาธิปัตย์ จำนวน 22 คน, พรรคพลังประชารัฐ จำนวน 16 คน, พรรคภูมิใจไทย จำนวน 16 คน, พรรคประชาชาติ จำนวน 5 คน , พรรคชาติไทยพัฒนา จำนวน 2 คน, พรรคเสรีรวมไทย จำนวน 2 คน, พรรคพลังปวงชนไทย, พรรคพลังท้องถิ่นไทย,พรรคชาติพัฒนาและ พรรคเพื่อชาติ พรรคละ 1 คน
สำหรับคำแปรญัตติของส.ส. ที่น่าสนใจ อาทิ ในส่วนของงบกลาง ที่ตั้งไว้ 587,409 ล้านบาท พบว่ามีข้อเสนอให้ปรับลด 0.1- 100% โดยนายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล เพียงคนเดียวที่เสนอให้ปรับลดงบกลางจำนวน 100%
ขณะที่ในส่วนของงบประมาณของสำนักนายกรัฐมนตรี พบในคำสงวนความเห็นของนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ กมธ.ฯ โควต้าพรรคพลังประชารัฐ ที่เสนอให้ปรับลดงบประมาณของหลายหน่วยงานภายใต้สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี อาทิ ปรับลดงบประมารของสำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความปรองดอง ในแผนงาน ค่าใช้จ่ายการสร้างความรับรู้ให้เกิดความสามัคคีปรองดองของคนในชาติ ที่ได้รับ 4,999,800 บาท ออกทั้งหมด, แผนยุทธศาสตร์พัฒนากฎหมายและกระบวนยุติธรรมส่วนค่าใช้จ่ายสัมมนาและฝึกอบรม ที่ได้รับ 961,700 บาท ออกทั้งหมด, แผนงานยุทธศาสตร์เพื่อสนรับสนุนการปรับสมดุล และพัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐ ค่าใช้จ่ายติดตามสถานะ ร่างพ.ร.บ., กระทู้ถาม และข้อปรึกษาของส.ส., ส.ว. ที่ได้รับจัดสรร 10ล้านบาท ออกทั้งหมด เป็นต้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการอภิปรายงบประมาณของหน่วยงานที่ต้องจับตา คือ มาตราว่าด้วยงบของกระทรวงกลาโหมและหน่วยงานในกำกับ ที่ได้รับจัดสรร 92,753 ล้านบาท ที่พบว่ามีผู้สงวนความเห็นและคำแปรญัตติจำนวนมาก ถึง 160 คน, กระทรวงมหาดไทยที่มีผู้สงวนความเห็นและเสนอคำแปรญัตติปรับลดโดยเฉพาะค่างานก่อสร้างของบ้านพักผู้ว่าราชการจังหวัด, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต่อประเด็นค่าปรับปรุงอาคาร, จัดสัมมนาและอบรม เป็นต้น
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า กมธ.ยังให้ข้อสังเกตต่อการจัดสรรงบประมาณของหน่วงานต่างๆ แนบท้าย โดยพบมีข้อเสนอแนะที่เกี่ยวเนื่องกับการแก้ปัญหาระบาดของไวรัสโควิด-19 ไว้ด้วย อาทิ กระทรวงกลาโหมและกองทัพ ควรเปิดพื้นที่ราชการของกองทัพเพื่อตั้งโรงพยาบาลสนามหรือใช้เป็นพื้นที่เพื่อช่วยเหลือประชาชน, กระทรวงการคลัง ควรเร่งหาทางแก้ปัญหาหนี้นอกระบบให้ชัดเจน, ธนาคารออมสินควรมีโครงการปล่อยสินเชื่อรายวัน และสินเชื่อที่ไม่มีหลักประะกัน , ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ควรกำหนดแผนระยะยาวเพื่อให้ประชาชนผู้ประกอบการรายย่อยเข้าถึงแหล่งทุน โดยเฉพาะผู้ประกอบการร้านอาหาร เป็นต้น
กระทรวงการต่างประเทศ เตรียมพร้อมสำหรับวัคซีนพาสปอร์ต เพื่อใช้เป็นเครื่องมือคัดกรองและลดอุปสรรคในการเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ, กระทรวงคมนาคม ควรมีโครงการช่วยเหลือผู้ประกอบการรถร่วม ที่ได้รับผลกระทบโดยบูรณาการกับหน่วยงานอื่น เช่น ลดค่าเชื้อเพลิง, ลดภาษีอากร เป็นต้น
กระทรวงพาณิชย์ ให้กำกับดูแลปัญหาการขึ้นราคาสินค้าจำเป็นเพื่อป้องกันไวรัสโควิด-19, กระทรวงมหาดไทย ควรมีบทลงโทษก้บบ่อนการพนันหรือสถานที่ที่ทำให้เกิดการระบาดของโควิด-19, ควรให้ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือสาธารณสุขจังหวัดมีอำนาจใช้เงินทดรองราชการ เพื่อสนับสนุนโรงพยาบาลแต่ละจังหวัดเพื่อแก้ปัญหาโควิด-19, จังหวัดและกลุ่มจังหวัด ควรเปลี่ยนแปลงงบประมารก่อสร้างในจังหวัดต่างๆ 20% เพื่อนำไปช่วยเหลือประชาชน เป็นต้น.







