วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ชลน่าน'ดักคอ'นายกฯ'นิรโทษฯ เหมาเข่งใช้คนด่านหน้า เป็นเครื่องมือล้างผิดตัวเอง

"ชลน่าน" ดักคอ "รัฐบาล" จ่อออก "พ.ร.ก.นิรโทษฯ เหมาเข่ง" ส่อขัดรธน. เหมือนการสารภาพผิด แก้ "โควิด" พลาด ชี้ "ประยุทธ์" ใช้คนด่านหน้า เป็นเครื่องมือล้างผิดให้ตัวเอง แนะ ควรออกเป็น พ.ร.บ. คุ้มครอง บุคลากรทางการแพทย์ หากถูกฟ้อง

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า กรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เตรียมออกร่างพ.ร.ก.จำกัดความรับผิดสำหรับบุคลากรสาธารณสุขในการรักษาพยาบาลผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 การออกพ.ร.ก.ดังกล่าว เหมือนการสารภาพผิด และยอมรับว่าการแก้ไขสถานการณ์ไวรัสโควิดผิดพลาดมาตั้งแต่ต้น ดังนั้นเจตนาของพล.อ.ประยุทธ์ มีวัตถุประสงค์ในการใช้บุคลากรทางสาธารณสุข และบุคลากรด่านหน้า ที่ทำงานหนักในการดูแลรักษาผู้ป่วยมาเป็นเครื่องมือในการล้างผิดให้กับตัวเอง

นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ทั้งนี้เมื่อมีความเสียหายเกิดขึ้น รัฐบาลกำลังโยนความผิดไปให้ฝ่ายข้าราชการประจำ รับผิดชอบความผิดแทนฝ่ายนโยบาย  ที่บริหารผิดพลาด โดยเฉพาะการบริหารวัคซีน ส่งผลให้แพทย์และพยาบาลต้องทำงานหนัก บางคนเจ็บป่วยและเสียชีวิต แม้จะได้รับวัคซีนครบทั้ง 2 โดสแล้วก็ตาม  ซึ่งการทำงานในภาวะไม่มีความพร้อม อาจจะสร้างความไม่พอใจให้กับผู้มารับบริการ อาจจะถึงขั้นมีการฟ้องร้องเจ้าหน้าที่ ซึ่งเรื่องนี้ควรออกพระราชบัญญัติคุ้มครองบุคลากรทางการแพทย์  ไม่ควรออกเป็นพระราชกำหนด

นพ.ชลน่าน กล่าวว่า การออกพ.ร.ก.ดังกล่าวอาจสุ่มเสี่ยงต่อการขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญมาตรา 172 วรรค 2  เพราะการให้ความคุ้มครองเรื่องการจำกัดความรับผิด ไม่เข้าข่ายเป็นกรณีฉุกเฉินจำเป็นเร่งด่วน และไม่เกี่ยวเนื่องกับประชาชน ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการบริการทางการแพทย์เกิดขึ้นได้ ทั้งจากกรณีที่มีผู้รับผิดและไม่มีผู้รับผิด เป็นหน้าที่ของรัฐที่จะต้องเยียวยา กรณีมีการฟ้องร้องความผิดฐานละเมิด ถ้าเป็นการกระทำโดยสุจริตไม่ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายและไม่เลือกปฎิบัติ เจ้าหน้าที่ไม่ต้องรับผิดชอบอยู่แล้ว ที่สำคัญอาศัยพ.ร.ก.บริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะ ผอ.ศบค.สามารถแต่งตั้ง แพทย์พยาบาลบุคลากรด่านหน้า เจ้าหน้าที่อาสาสมัครทางการแพทย์และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม.เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติทางการแพทย์ ซึ่งได้รับความคุ้มครองไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่ง อาญาและวินัย อาจเป็นเพราะไม่สามารถแต่งตั้งผู้บริหารวัคซีนโดยเฉพาะระดับนโยบาย เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ในการปฎิบัติด้านการรักษาพยาบาลได้ จึงเลือกที่จะออกพระราชกำหนดเพื่อคุ้มครอง โดยอาศัยบุคลากรด่านหน้ามาเป็นข้ออ้าง

"พล.อ.ประยุทธ์ ต้องไม่โยนบาปให้กับฝ่ายข้าราชการประจำมารับผิดแทน โดยเฉพาะการยกร่างพระราชกำหนดโดยอ้างว่าฝ่ายการเมืองไม่รู้เรื่อง เป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผล" นพ.ชลน่านกล่าว