จับทาง“รัฐบาล-ฝ่ายค้าน” มิตรเทียม - ศัตรูไม่ถาวร

จับทาง“รัฐบาล-ฝ่ายค้าน”  มิตรเทียม - ศัตรูไม่ถาวร

3ปมร้าว ของ 2ขั้ว "รัฐบาล" - "ฝ่ายค้าน" กำลังถูกจับตา ว่า จะถูกขยาย และขยี้ ในเวทีซักฟอก ช่วงเดือนกันยายน นี้หรือไม่ เหตุของเรื่องที่เกิด และความแคลงใจของมิตรร่วมรบ อาจเป็นเครื่องพิสูจน์คำพูดที่ว่า "การเมือง" ไม่มีมิตรแท้ และศัตรูถาวร

        สภาผู้แทนราษฎรในยามนี้มีสภาพไม่แตกต่างจากแก้วที่มีแต่รอยร้าว รอวันปริแตก ทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล

        “ฝ่ายค้าน” มี 2 ชนวนปัญหาขัดแย้ง คือ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ว่าด้วย “งบกลาง” ที่ “เพื่อไทย” สนับสนุน “ฝั่งรัฐบาล” โยกงบที่ปรับลดจากหน่วยงานต่างๆ 16,362 ล้านบาท ไปจัดสรรไว้ในงบกลางตามที่ “คณะรัฐมนตรี” เสนอทั้งหมด

        ขณะที่มิตรร่วมรบ “พรรคก้าวไกล” เห็นว่า ทำแบบนี้เข้าข่ายฮั้วกันทางการเมือง ไม่ปกป้องงบประมาณแผ่นดินที่ควรนำไปใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง เช่น จัดสรรให้ “องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” เพื่อชดเชยรายงานที่หายไปจากการเก็บภาษีที่ดิน หรือจัดสรรให้กับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา เพื่อช่วยนักเรียนให้เข้าถึงระบบการศึกษาของประเทศ

        เปรียบเสมือน "ตีเช็คเปล่า” ให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ใช้โดยตรวจสอบรายละเอียดไม่ได้

162870315763

        อีกชนวนคือ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ (ฉบับที่...) พ.ศ.... แก้ไขมาตรา 83 และมาตรา 91 ว่าด้วย“ระบบเลือกตั้ง” ที่ “ก้าวไกล” งัดข้อกับ “เพื่อไทย” ที่มองว่าเป็นการร่วมมือกับ “พลังประชารัฐ” สนับสนุนการปรับเนื้อหา ซึ่ง กมธ.ก้าวไกลตั้งข้อสังเกตว่าเป็นไปเพื่อประโยชน์ของพรรคการเมืองใหญ่ หาใช่เพื่อประชาชน

        และได้รับเสียงสนับสนุนเงียบๆ จากพรรคร่วมฝ่ายค้าน ทั้งเสรีรวมไทย ประชาชาติ เพื่อชาติ  ไทยศรีวิไลย์

       

        “ฝ่ายรัฐบาล” มี 2 ปมปัญหาเช่นเดียวกัน ซึ่งเกิดขึ้นระหว่าง “คนภูมิใจไทย” กับ การทำหน้าที่บริหารรัฐบาล แก้ไขสถานการณ์โควิด-19

        ปมแรก คือประเด็น “ร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) จำกัดความรับผิดสำหรับบุคลากรสาธารณสุขในการรักษาผู่ป่วยโควิด-19 พ.ศ....” ที่กระทรวงสาธารณสุข ของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข กำลังพิจารณา

        “อนุทิน” ยอมรับว่าให้การสนับสนุนกฎหมายคุ้มครอง ปกป้อง คนทำงาน ที่ปฏิบัติหน้าที่

162870307413

        วันถัดมา “วิษณุ เครืองาม” รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย ให้ความเห็น เพื่อแตะเบรกความคิดว่า “ยังไม่ใช่เวลา สถานการณ์ตอนนี้ไม่มีความจำเป็น ขอให้กระทรวงสาธารณสุขกลับไปคิดให้ดี”

        หลังฟังเสียงสะท้อนของสังคม-ฝ่ายกฎหมายแล้ว กลายเป็นหอกย้อนกลับ พุ่งเป้า “พล.อ.ประยุทธ์” ฐานะ ผอ.ศบค.

        ปมที่สอง คือ "การแก้ไขรัฐธรรมนูญ” ล่าสุด “ศุภชัย ใจสมุทร” แกนนำพรรคภูมิใจไทย แถลงท่าทีชัดเจนว่า ที่ไม่เห็นด้วยต่อการแก้ไขระบบเลือกตั้งทั้งที่ก่อนหน้านั้น “คนภูมิใจไทย” สงวนท่าที แม้กระทั่งต่อลงมติรับหลักการยังประนีประนอมผ่าน “งดออกเสียง”

        ถ้อยแถลงที่ย้ำชัด คือการอ้างเหตุผลที่ กมธ.พิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับที่... พ.ศ... ที่ “ไพบูลย์ นิติตะวัน" ส.ส.บัญชีรายชื่อ พปชร. เป็นประธาน ปรับแก้เนื้อหาว่าด้วยระบบเลือกตั้งที่ไม่ชอบด้วยกระบวนกฎหมาย พิจารณาเกินคำขอแก้ไข และสอดไส้ยกอำนาจออกกฎหมายให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยเกินอำนาจ และส่อขัดรัฐธรรมนูญ

        พร้อมย้ำคำพูดว่า “สถานการณ์ขณะนี้ไม่เหมาะที่จะเสนอแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อประโยชน์ของพรรคการเมือง”

162870277646

        ต้องยอมรับว่า ประเด็นแก้รัฐธรรมนูญนั้นแนวทางของ “ภูมิใจไทย” ตรงกับ “ก้าวไกล-พรรคเล็กฝ่ายค้าน” รวมถึง "พรรคเล็กร่วมรัฐบาล” เนื่องจากมองว่าพรรคใหญ่อย่าง “เพื่อไทย-พลังประชารัฐ-ประชาธิปัตย์” เท่านั้นที่ได้ประโยชน์

        เมื่อทั้ง 2 ฝั่งต่างมีรอยร้าว สิ่งที่กำลังถูกพูดถึง และจับตาคือ “ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ” ที่ “ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน” เตรียมยื่นญัตติวันที่ 16 สิงหาคม

        หลายฝ่ายจับตาว่าจะ "ดุเดือด” ขนาดไหน มีใครที่แอบส่งข้อสอบ - บอกโจทย์การบ้าน ให้อีกฝ่าย เพื่อล็อกคอรัฐมนตรี-ถล่มรัฐบาลหรือไม่

        ยิ่งใกล้วันรัฐบาลหมดอำนาจ ถนนทุกสายมุ่งสู่สนามเลือกตั้ง “มิตรแท้”อาจไม่มี เช่นเดียวกับ “ศัตรูถาวร"ที่อาจผันเปลี่ยนตามจังหวะที่สามารถชิงความได้เปรียบทางการเมือง การเมืองแบบไทยๆ อะไรก็ย่อมเกิดขึ้นได้.