"ยุทธพงศ์"บุก'ไทยเบฟ'จี้'เจ้าสัวเจริญ' ซื้อที่ดินแม่ตัวเอง 600 ล้าน

"ยุทธพงศ์"บุก'ไทยเบฟ'จี้'เจ้าสัวเจริญ' ซื้อที่ดินแม่ตัวเอง 600 ล้าน

“ยุทธพงศ์" เสนอ "เจ้าสัวเจริญ" ซื้อที่ดินมารดาตน 100 ไร่ 600 ล้าน เพื่อนำไปช่วย ปชช.สู้โควิด อ้างบุญคุณ "โกเมน" เคย ช่วยเจ้าสัวไว้ แซะ ที่ดินบ่อตกปลาบิดานายกฯ 600 ล้าน ซื้อได้ เรืองไกร โผล่จนปะทะคารม แซวไม่ค่อยเห็นภรรยา ถามจะยื่นฟ้องเมื่อไหร่

เมื่อช่วงเช้าวันที่  5 .. นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ..มหาสารคาม และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) เดินทางมายังบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ถนนวิภาวดีรังสิต เพื่อยื่นหนังสือต่อนายเจริญ สิริวัฒนภักดี ประธานคณะกรรมการบริหารไทยเบฟเวอเรจ ให้ช่วยซื้อที่ดินของมารดาตนเอง เนื้อที่ 100 ไร่ เฉลี่ยไร่ละ 6 ล้านบาท รวม 600 ล้านบาท เพื่อนำไปช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 แต่ปรากฏว่าบริษัทได้ปิดทำการ ตามมาตรการ Work Form Home ของรัฐบาล จึงได้ยื่นได้หนังสือไว้กับหัวหน้าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย

นายยุทธพงศ์ กล่าวว่า ตนเป็นลูกเขยของนายโกเมน ตันติวิวัฒนพันธ์ ผู้ถือหุ้นบริษัทไทยเบฟฯอันดับสอง แม้ว่าจะเสียชีวิตไปแล้วแต่ก็ยังถือหุ้นอยู่ ดังนั้นจึงมาขอความช่วยเหลือจากนายเจริญใน ทั้งนี้นายยุทธพงศ์ ได้ยกกรณีการช่วยเหลือ พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ของนายเจริญที่รับซื้อที่ดินบ่อตกปลาของบิดา พล..ประยุทธ์ ในราคา 600 ล้านบาท ทั้งที่ไม่ได้เป็นอะไรกัน โดยหวังว่านายเจริญจะช่วยซื้อที่ดินของมารดาตนในครั้งนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ นายยุทธพงศ์ ได้นัดหมายนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ เดินทางมารับทราบการยื่นหนังสือถึงนายเจริญด้วยนั้น นายยุทธพงศ์ ระบุว่า เนื่องจากต้องการให้นายเรืองไกร รับทราบเหตุการณ์ในวันนี้ จะได้ไม่ต้องไปพูดพร่ำเพรื่อว่าตนเอาเงินจากไหนมาช่วยเหลือประชาชนที่ได้ผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19

162814590444

สำหรับเรื่องการตรวจสอบนายเรืองไกร กรณีรถเบนซ์หรูที่อ้างว่าผู้ใหญ่ใจดีมอบให้นั้น นายยุทธพงศ์ กล่าวว่า ตนได้ทำหนังสือเตรียมร้องคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (...) และสำนักงานป้องกันและปราบปราบการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อให้ตรวจสอบนายเรืองไกรเรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่ได้ยื่นให้กับทั้งสองหน่วยงาน เนื่องจากหน่วยงานดังกล่าวอยู่ระหว่างมาตรการเวิร์กฟอร์มโฮม

ส่วนกรณีที่นายเรืองไกร ยื่นคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ร้องว่าการกระทำของตนเข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายพรรคการเมือง อาจทำให้ต้องพ้นจากตำแหน่ง เนื่องจากบิดเบือนข้อมูลเรื่องซื้อรถเบนซ์หรูนั้น เป็นสิทธิที่นายเรืองไกรจะยื่นฟ้องร้องได้ แต่สิ่งที่นายเรืองไกรต้องเปิดเผยว่าผู้ใหญ่ใจดีที่ซื้อรถเบนซ์หรูให้ คือใคร ไม่ใช่มาไล่ฟ้องร้องคนอื่นกลับแบบนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลาต่อมานายเรืองไกร ได้เดินทางมาถึงหน้าบริษัทไทยเบฟเวอเรจ ตามที่นายยุทธพงศ์นัดหมายไว้ โดยจอดรถไว้บริเวณหน้าบริษัท ริมถนนวิภาวดีรังสิต เนื่องจากเกรงจะเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมาย หากเข้าไปภายในโดยไม่ได้นัดหมาย

ทันทีที่นายยุทธพงศ์ยื่นหนังสือเสร็จสิ้น ได้เดินออกมาหานายเรืองไกร และพยายามบอกให้นายเรืองไกรหันหน้าเข้ามายังบริษัทไทยเบฟเวอเรจ เพื่อแสดงให้รู้ว่าเดินทางมาถึงที่นี่แล้ว แต่นายเรืองไกรได้ถามนายยุทธพงศ์ว่าภรรยามาด้วยหรือไม่ และช่วงนี้ไม่ค่อยเห็นภรรยานายยุทธพงศ์ ทำให้นายยุทธพงศ์ถามกลับว่าจะดูทะเบียนสมรสหรือไม่ ถ้าจะดูจะเอาให้ดู ก่อนจะนำสำเนาทะเบียนสมรสออกมาให้นายเรืองไกรดู

จากนั้น จึงได้เกิดการโต้เถียงกันในประเด็นการยื่นเรื่องฟ้องต่อ ...และ ปปง.ซึ่งนายเรืองไกรทวงถามว่าเมื่อไหร่จะยื่น นายยุทธพงศ์จึงกล่าวว่าสำนักงานทั้ง 2 แห่งยังเวิร์กฟอร์มโฮม  นายเรืองไกรจึงระบุว่าสามารถส่งทางไปรษณีย์ได้ นายยุทธพงศ์จึงตอบโต้ว่าผมน่ะคนจริงต้องเดินทางไปจริง" จากนั้นทั้งสองฝ่ายได้แยกย้ายกันกลับ