ทั้ง 2 พรรค เหมือนปลาคนละน้ำ นักการเมืองคนละสปีชีส์ ที่ตอนนี้แม้จะเป็น “ฝ่ายค้าน” เช่นกัน แต่ก็มีเกมชิงไหวชิงพริบ ขับเคี่ยวกันตลอดเวลา
ออกอาการไม่สบอารมณ์ขั้นสุด เมื่อกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญศึกษาพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ในสัดส่วนของ “พรรคก้าวไกล” ดาหน้าสับแหลก กมธ.งบ 65 ในสัดส่วนของ “พรรคเพื่อไทย” กรณีโหวตอนุมัติงบฯ ที่ถูกปรับลดจากหน่วยงานต่างๆ 16,362 ล้านบาท ไปไว้ใน “งบกลาง”
ทั้งที่ “ก้าวไกล” ยืนกราน ค้านหัวชนฝา จนกลายเป็นศึกระหว่างพรรคฝ่ายค้านไปในที่สุดเนื่องจากกังวลว่าการใช้เงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ในงบกลางนั้น จะตรวจสอบได้ยาก จนถูกตั้งข้อสังเกตว่า เป็นการตีเช็คเปล่าให้ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ใช้อย่างไม่เหมาะสม เพราะนายกฯ มีสิทธิ์นำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่ออนุมัตินำไปใช้ได้ในขอบเขตที่กว้างขวาง
ก่อนหน้านี้ “ก้าวไกล” ถึงขนาดเคยออกมาดักคอว่า สามารถนำไปแจกลงพื้นที่ให้ ส.ส. หรือนำไปใช้ในเรื่องจำเป็นเร่งด่วน โดยไม่ต้องมีแผนการใช้เงิน รวมถึงตัวชี้วัดที่ชัดเจน ถึงขนาดตั้งข้อสังเกตด้วยว่า งบส่วนนี้จะเป็น “งบ ส.ส.แบบกลายพันธุ์”
แนวทางที่ก้าวไกลเสนอคือให้แปรงบส่วนนี้ไปยังหน่วยงานต่างๆ โดยตรง ซึ่ง“ศิริกัญญา ตันสกุล” ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้เสนอแปรไปยังกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อชดเชย รายได้ภาษีที่ดิน มูลค่า 13,200 ล้านบาท และในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและการศึกษา
ปฏิกิริยาของก้าวไกลสะท้อนชัดว่า นอกจากจะไม่ไว้ใจ “รัฐบาล” เป็นทุนเดิมแล้ว ยังไม่เห็นด้วยกับเกม “เพื่อไทย” ในการพิจารณางบประมาณ ปี 65 อย่างไม่ต้องสงสัย
ก่อนหน้านี้ ส.ส.ก้าวไกลเคยออกมาตั้งข้อสังเกตถึงความไม่ชอบมาพากลผ่านพฤติกรรมหลายอย่างที่เกิดขึ้นในห้องใหญ่ หรือห้อง กมธ.งบประมาณที่เปรียบเหมือนแดนสนธยา ประชาชนทั่วไปแทบไม่เคยรู้ความเคลื่อนไหวในนั้น
“สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ” ส.ส.บัญชีรายชื่อ ก้าวไกล เคยเปิดเผยเบื้องหลังถึงพฤติกรรมผิดปกติน่าเคลือบแคลงสงสัย เช่น การเข้าห้องเย็น หรือเรียกหัวหน้าหน่วยงานราชการมาเจรจาทางลับมีการขู่ตัดงบฯ 20-50% เมื่อเจอความเขี้ยวของนักการเมืองก็เกรงกลัว จนนำมาสู่การเรียกเคลียร์ หรือต่อรอง นอกจากนั้น ยังมีการขอทอนคืน หลังจากพิจารณาปรับลดงบฯ ได้แล้ว แต่กมธ. บางคนกลับเสนอไม่ต้องปรับลดเลย ก่อนใช้เสียงข้างมากโหวตผ่านไป
หรือกรณีล่าสุด “วาโย อัศวรุ่งเรือง” ส.ส.บัญชีรายชื่อ ก้าวไกล ออกมาแฉผ่านวงคลับเฮาส์ ที่มีการตีแผ่งบฯ 65 เมื่อคืนวันที่ 2 ส.ค.ว่า ในกมธ.งบฯ ก่อนลงมติ มีการไปจับกลุ่มคุยกันหลังห้องพรรคเราไม่มีใครเรียกไปคุย พอเขาคุยกันเสร็จกลับมาโหวต ก็โหวตเอางบที่ตัดได้ ไปให้งบกลางหมด
เรื่องนี้นักการเมืองอาชีพ หรือคนที่มีอาชีพเป็นนักการเมืองรู้กันเป็นอย่างดีว่า ในกมธ.งบประมาณถือเป็นห้องที่ใช้ตกลงประสานผลประโยชน์ระหว่างกันอย่างแท้จริง ในห้องนั้นถึงกมธ.แต่ละคนจะมาจากต่างพรรคการเมือง หรือบทบาททางการเมืองบนหน้าสื่อ หรือในสายตาประชาชนจะเป็นคู่ขัดแย้งกันสุดขั้ว แต่เมื่อเข้ามาอยู่ในห้องนี้ ทุกอย่างสามารถเดินเกมล็อบบี้ผลัดกันเกาหลังให้กันและกันได้หมด
จะมียกเว้นก็แต่ “ก้าวไกล” ที่มีวิธีการทำการเมืองแบบที่แตกต่างออกไป ออกจะสุดโต่ง ยอมหักไม่ยอมงอในสายตานักการเมืองด้วยกัน บทบาทเช่นนั้นในบริบทการเมืองไทย อาจต้องแลกกับการถูกเขม่น และไร้มิตรทางการเมือง
สิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้ “เพื่อไทย” ออกอาการไม่ปลื้มพฤติกรรม “ก้าวไกล” สุดขีด จากการถูกปรามาสว่า เกียะเซี๊ยะกับฟากรัฐบาล ทั้งที่แกนนำของ “เพื่อไทย” หลายคนยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า งบฯ 6,362 หมื่นล้าน มีความจำเป็นต้องใช้ในการแก้วิกฤติโควิด-19 ทำให้ต้องโหวตโยกงบส่วนนี้ไปอยู่ใน “งบกลาง”
เกมนี้ของ “ก้าวไกล” อาจเล็งเห็นผลในระยะสั้นและยาว คือเติมเชื้อไฟ ปลุกเร้าแนวร่วมให้ออกมาชุมนุมขับไล่รัฐบาลในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ และอาจมีผลในการเขย่าฐานเสียงของเพื่อไทยซึ่งต่อต้านรัฐบาล และ “พล.อ.ประยุทธ์” อย่างหนัก ที่ไม่ปลื้มกับพฤติกรรมดังกล่าวของเพื่อไทยตามที่ก้าวไกลออกมากระทุ้ง
รวมถึงเป็นการโหมโรงในจังหวะสำคัญของก้าวไกลก่อนศึก “อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล” มาถึงในอีกไม่นานจากนี้ กับเกมค่อยๆ เปิดแผล เลี้ยงกระแสไปจนถึงวันซักฟอก ที่ผลงานหลายครั้งของก้าวไกลมักมีไม้เด็ดเอามาเปิดเผยกลางสภาบ่อยๆ ชนิดที่ไม่ทำให้แฟนคลับผิดหวัง
ความไม่ลงรอยที่เกิดขึ้นใน กมธ.งบฯ ห้องใหญ่ เป็นรอยร้าวระหว่าง “ก้าวไกล” กับ “เพื่อไทย” ที่พร้อมขยายเป็นความขัดแย้ง และแตกหักได้ทุกเมื่อ ด้วยความที่ทั้ง 2 พรรค เหมือนปลาคนละน้ำ นักการเมืองคนละสปีชีส์ ที่ตอนนี้แม้จะเป็น “ฝ่ายค้าน” เช่นกัน แต่ก็มีเกมชิงไหวชิงพริบขับเคี่ยวกันตลอดเวลา
ศึกหนักของ“ก้าวไกล” ในการเลือกตั้งครั้งหน้า นอกจากจะต้องสู้กับพรรคที่มีอำนาจในขณะนี้แล้ว ยังต้องฟาดฟันกับ“เพื่อไทย” สถานการณ์ที่รอบทิศจึงพร้อมอยู่อย่างไร้มิตร พร้อมรบศัตรูทางการเมือง ทุกขั้ว ทุกพรรค เพราะมองเกมยาว ด้วยมั่นใจในฐานกองหนุนคนรุ่นใหม่ที่ยังเหนียวแน่น





