"ประเสริฐ" แจง "กมธ.งบฯ65" ปรับลด 1.6 หมื่นล้าน ไปไว้ใน "งบกลาง" เพื่อแก้ "โควิด" ย้ำ วัตุประสงค์ชัดเจน ปชช.ได้ประโยชน์สูงสุด ไม่เกี่ยวกับการยอมรับในตัวนายกฯ ซัด "ก้าวไกล" สื่อสารให้เข้าใจผิด "ภูมิธรรม" เตือน ให้ร้ายกัน บั่นทอนการทำงานโดยไม่จำเป็น
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส. นครราชสีมา และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาร่างพ.ร.บ.งบประมาณประจำปีงบประมาณ2565 กล่าวถึงกรณี กมธ. มีมติให้นำเงินงบประมาณที่ปรับลดจำนวน 16,362 ล้านบาทไปไว้ที่งบกลางว่า สถานการณ์ระบาดของโควิด-19 ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น และสร้างผลกระทบกับประชาชนอย่างหนัก กมธ.งบประมาณส่วนใหญ่จึงมีความเห็นตรงกันว่า การขอเพิ่มงบประมาณตามที่คณะรัฐมนตรีเสนอมานั้นควรนำมาตั้งไว้ในส่วนของงบกลาง ซึ่งมีวัตถุประสงค์ชัดเจนว่าเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการบรรเทาแก้ไขปัญหาและเยียวยา ผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของผู้ติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนสูงสุด
นายประเสริฐ กล่าวว่า นอกจากนี้รัฐธรรมนูญมาตรา 144 กำหนดว่า ในการพิจารณางบประมาณ การเสนอ การแปรญัตติ หรือการกระทำใดๆ ของ กมธ. มีส่วนไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมในการใช้งบประมาณรายจ่าย จะกระทำมิได้ โดย กมธ.งบประมาณในส่วนของพรรคเพื่อไทย เห็นตรงกับผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ กังวล และเห็นว่าการนำงบประมาณส่วนนี้ไปไว้ในงบกลาง จะตัดข้อสงสัยว่า ส.ส.หรือ กมธ.งบประมาณ มีส่วนร่วมในการใช้งบประมาณไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม
“การตัดสินใจของ กมธ.งบประมาณ ในส่วนของพรรคเพื่อไทย ไม่เกี่ยวกับสถานภาพ หรือการยอมรับในตัวนายกรัฐมนตรี และรัฐบาลชุดนี้ ที่พรรคเพื่อไทยเห็นว่าไร้ประสิทธิภาพ ไร้ความสามารถในการบริหารราชการแผ่นดิน และกำลังจะยื่นญัตติเพื่ออภิปรายไม่ไว้วางใจในเร็ววันนี้ อีกทั้งเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องการกลัวจนเกินเหตุเหมือนที่ กมธ.งบประมาณในส่วนของพรรคก้าวไกลกล่าวอ้าง แต่พรรคเพื่อไทยซึ่งผ่านการรัฐประหาร ผ่านการยุบพรรคและผ่านการต่อสู้ทางการเมืองมามากว่า 20 ปี ให้เกียรติ ส.ส. ในการตัดสินใจประเมินความเสี่ยงทางการเมือง” เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าว
นายประเสริฐ กล่าวอีกว่า กมธ.งบประมาณในส่วนของพรรคเพื่อไทย ได้ตั้งข้อสังเกตในการใช้งบกลางก้อนนี้ที่จะต้องใช้ตรงตามวัตถุประสงค์ คือเป็นการใช้สำหรับการแก้ไขปัญหา เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 โดยพรรคเพื่อไทยจะดำเนินการตรวจสอบการใช้งบประมาณแผ่นดินอย่างเข้มข้น ไม่ว่าจะเป็น งบกลาง หรือ งบประมาณรายจ่ายด้านอื่นๆเพื่อให้เกิดความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ โดยนายไชยา พรหมา ส.ส.หนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณสภาผู้แทนราษฎร อยู่จะติดตามตรวจสอบอย่างเข้มข้น
“พรรคเพื่อไทยขอเรียนให้พี่น้องประชาชนทราบว่า พรรคมีความอดทนอดกลั้นมาตลอดในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน ที่ต้องการรักษาเอกภาพและบรรยากาศทำงานร่วมกันของพรรคร่วมฝ่ายค้านไว้ให้ดีที่สุด ความคิดเห็นที่แตกต่างกันในกระบวนการทำงานเป็นสิทธิและความเห็นที่พรรคให้เกียรติพรรคร่วมฝ่ายค้านมาโดยตลอด แต่อย่างไรก็ตาม พรรคเพื่อไทยเห็นว่าการไม่พูดข้อเท็จจริงให้รอบด้าน การพูดในที่ประชุมอย่างหนึ่งแล้วสื่อสารในโซเชียลมีเดียอีกอย่างหนึ่ง เป็นการสร้างความสับสน สร้างความเข้าใจผิดให้กับประชาชน อาจส่งผลต่อความหวังของพี่น้องประชาชนที่ต้องการเห็นพรรคร่วมฝ่ายค้านทำงานร่วมกัน เพื่อยุติการสืบทอดอำนาจของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้สำเร็จ” เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าว
ขณะที่ นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขานุการผู้นำฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎร และที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้โพสต์ทวิตเตอร์ ระบุว่า
การแสดงความเห็นวิจารณ์การตัดคืนงบประมาณไปสู่งบกลาง เพื่อให้รัฐบาลหรือผู้มีอำนาจหน้าที่ ไปใช้ เพื่อแก้"วิกฤติโควิด"ที่กำลังรุนแรง กลับถูกมองด้วยความแคลงใจจากบางส่วน
อยากเสนออีกแง่มุมมองให้พิจารณา มากกว่าโยนข้อหา กล่าวหาให้ร้ายกัน เพราะจะเป็นการบั่นทอนการ
ทำงานร่วมกันโดยไม่จำเป็น
วิกฤติที่สุดวันนี้คือ "วิกฤติโควิด" ชีวิตและความทุกข์ประชาชสวันนี้สุดจะกล่าว การเสนอรวมทรัพยากรไปให้ผู้มีหน้าที่แก้ปัญหาให้ประชาชนมิใช่เรื่องผิด ถ้ามีปัญหาเราคงต้องมาเล่นงานคนที่บกพร่องกันอีกครั้ง
ไม่อยากให้เอาการเมืองมาใช้จน เป็นอุปสรรคที่ขวางความพยายามช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาให้ประชาชน
ขอเสนอข้อคิดให้...ผู้หวังดีต่อบ้านเมือง...
มีกันไม่มากนัก พยายามสงวน ข้อแตกต่าง และร่วมมือกันให้มากขึ้น น่าจะเป็นปย.ต่อส่วนรวมมากกว่า
อย่าให้ความยึดมั่นของตน เป็นอุปสรรค ทำลายความร่วมมือกันของภาคประชาชนเลย เพราะหนทางข้างหน้า ยังอีกยาวไกล
ผมคิดอย่างนี้จริงๆ


