"เพื่อไทย" เตรียมยื่นซักฟอกรัฐบาล ล้มเหลวแก้วิกฤติ "โควิด" ชี้ล็อกดาวน์กระทบ ศก.เสียหาย 2.6 แสนล้านต่อเดือน จี้เร่งเยียวยา ปชช. จัดระบบส่งผู้ป่วยโรงพยาบาล
วันที่ 10 ก.ค. นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย นพ.ชลน่าน ศรีแก้วส .ส.น่าน พรรคเพื่อไทย พร้อมแกนนำพรรค ร่วมกันแถลงข่าวจากกรณีรัฐบาลประกาศมาตรการควบคุมโควิด โดยพรรคเพื่อไทยได้ออกข้อคิดเห็นของพรรคเพื่อไทย หัวข้อ "ต่อการแก้วิกฤติการณ์ของรัฐบาลในสถานการณ์ปัจจุบัน" ดังนี้
1.พรรคเพื่อไทยเห็นว่า สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 อยู่ในภาวะวิกฤต ทั้งในมิติของจำนวนผู้ติดเชื้อ อัตราการแพร่เชื้อ อัตราการป่วยหนัก ศักยภาพในระบบสาธารณสุข และความพร้อมของวัคซีนของประเทศไทย จะเห็นได้ว่าเรากำลังเข้าสู่วิกฤตในทุกมิติ ซึ่งเกิดจากการบริหารที่ล้มเหลวของรัฐบาลตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา
2.การล็อคดาวน์ที่เกิดขึ้นจากการบริหารที่ล้มเหลวของรัฐบาลนั้น ถึงแม้เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก แต่ก็จะสร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนอย่างแสนสาหัส ซึ่งเป็นหน้าที่โดยตรงของรัฐบาล ที่จะต้องเยียวยาผู้ได้รับความเดือดร้อนอย่างตรงจุด ตรงกลุ่มเป้าหมาย โดยรัฐบาลยังคงมีวงเงินเหลือจาก พ.ร.ก. กู้เงิน 5 แสนล้าน
3.พึงระลึกไว้เสมอว่า การล็อกดาวน์เข้มข้นในลักษณะนี้ มีต้นทุนที่สูงมากต่อระบบเศรษฐกิจ เพราะความเสียหายจะอยู่ที่ประมาณ 260,000 ล้านบาทต่อเดือน หรือเกือบ 9,000 ล้านบาทต่อวัน ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่ากังวลเป็นอย่างยิ่ง ฉะนั้นทุกวินาทีที่ล็อกดาวน์ มีความหมาย คือ “ความทุกข์ร้อนของพี่น้องประชาชน”
4.การล็อกดาวน์จะไร้ซึ่งประโยชน์ หากรัฐบาลขาดยุทธวิธีรองรับในห้วงเวลาของการล็อกดาวน์ ซึ่งประกอบด้วย
1.การตรวจเชิงรุกแบบปูพรม เต็มอัตรา และการแยกผู้ป่วยออกจากผู้ไม่ป่วย โดยเร็วที่สุด คู่ขนานกับการตรวจแบบ Rapid Test
2.การหาแหล่งพักพิงให้ผู้ป่วยที่ไม่สามารถเข้าสู่ระบบสาธารณสุข ไม่ไห้ปะปนกับผู้ไม่ป่วย
3.การจัดระบบกระจายและขนส่งผู้ป่วย ไปโรงพยาบาลหรือสถานพักผู้ป่วยที่มีศักยภาพเหลือพอ เพื่อลดคอขวดทางสาธารณสุข
4.การจัดยารักษาอย่างรวดเร็วและทันท่วงที ไม่ปล่อยให้ผู้ป่วยเบากลายเป็นผู้ป่วยหนัก เพราะได้รับยาไม่ทันท่วงที
5.การระดมฉีดวัคซีนในจังหวัดระบาดสูงเต็มอัตรา เต็มพิกัดทันที
6.จัดหาวัคซีนที่มีประสิทธิภาพสูง และหลากหลาย อย่างทันที ปลดพันธนาการข้อจำกัดและขั้นตอนการได้มาซึ่งวัคซีนทันที
5.ทั้งนี้สมควรแก่เวลาที่รัฐบาลจำต้องยอมรับความจริงแล้วว่า ตนเองล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง จนทำให้ประเทศไทยมาสู่จุดนี้ จุดที่ประเทศไทยเป็นผู้แพ้ ทั้งในแง่เศรษฐกิจและชีวิตของประชาชน ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องรับผิดชอบ พรรคเพื่อไทยเห็นว่า ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลต้องพิจารณาตนเอง ให้ผู้ที่มีศักยภาพจริงเข้ามาบริหารประเทศในห้วงเวลาวิกฤตนี้
6.พรรคเพื่อไทยไม่ไว้วางใจให้รัฐบาลชุดนี้บริหารประเทศต่อไป เพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศเสียหายลึกไปมากกว่านี้ ชีวิตของพี่น้องประชาชนถูกพรากไปมากกว่านี้ โดยผู้บริหารของพรรคเพื่อไทยมีมติว่า จะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 เพื่อเปิดโปงความล้มเหลว ความผิดพลาด การทุจริตเอื้อประโยชน์บนความตายของประชาชน โดยจะนำมตินี้เข้าหารือกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคในวันอังคารที่ 13 ก.ค.2564 และจะหารือกับพรรคร่วมฝ่ายค้านต่อไป ก่อนการยื่นญัตติในช่วงปลายเดือน ก.ค.นี้





