วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'มงคลกิตติ์' แนะ 'รัฐบาล' เร่งมาตรการใช้เงิน ช่วยเหลือประชาชน ปัดบริจาคเงินเดือนส.ส.

"มงคลกิตติ์" เรียกร้องรัฐบาล จัดเงินสด ช่วยเหลือประชาชน เยียวยา เดือนละ 5,000 บาท ปฏิเสธบริจาคเงินเดือนร่วม ครม. เหตุอยากทำส่วนตัว ไม่อยากเกิดมาชาติหน้าเจอ "นายกฯ" อีก

        นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์  แถลงที่รัฐสภา เพื่อเรียกร้องให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรับมนตรีและรมว.กลาโหม  ฐานะ ผอ.ศบค. พิจารณามาตรการเยียวยาประชาชน หลังจากที่ประกาศมาตรการคุมเข้มใน 6 จังหวัด พื้นที่เสี่ยงระบาดของไวรัสโควิด-19 และประกาศเคอร์ฟิว ห้ามออกนอกเคหสถานตามเวลาที่กำหนด  ซึ่งเชื่อว่าจะมีประชาชนได้รับผลกระทบ กว่า 16 ล้านคน ด้วยการจายเงินเยียวยา เดือนละ 5,000 บาท เป็นเงินสด ซึ่งจะใช้งบประมาณ ประมาณ 7.5 หมื่นล้านบาท และชดเชยเยียวยาด้านอื่นๆ อีก 1.5 แสนล้านบาท รวมถึงสั่งการไปยังกระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร และท้องถิ่น  ตั้งโรงทานให้ประชาชนรับอาหารไปรับประทานที่บ้าน ระหว่างที่รอเงินเยียวยาจากรัฐบาล

        นายมงคลกิตติ์ แถลงด้วยว่า นอกจากนั้นรัฐบาลควรมีมาตรการให้สถาบันการเงินพักการชำระหนี้ผ่อนบ้าน ผ่อนรถ เป็นเวลา 3 เดือน รวมถึงช่วยเหลือค่าสาธารณูปโภค, ส่วนผู้ประกันตนตามมาตรา 33 มาตรา 39 และมาตรา 40 ควรหยุดจ่ายเงินสมทบ 3 เดือน ขณะที่ธุรกิจเอสเอ็มอีให้ธนาคารพักชำระหนี้ 3 เดือน และคิดอัตราดอกเบี้ยขั้นต่ำ

       "ขณะนี้มีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก และเสียชีวิตกว่า 2,500 คน มากกว่าสงครามปราบคอมมิวนิสต์ ทั้งที่พวกเขาน่าจะได้ใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวอีกหลายปี หลายครอบครัวพ่อ แม่ ต้องเสียชีวิตจากโควิด – 19 ตนจึงขอเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ไปบวชไม่สึกจนกว่าจะสิ้นลมหายใจ เพื่อชดใช้ให้ประชาชนที่ตายก่อยวัยอันควร บาปกรรมจะได้ลดทอนไม่ติดไปจนถึงชาติหน้า" นายมงคลกิตติ์ แถลง


          นายมงคลกิตต์ กล่าวตอบคำถามถึงการสละเงินเดือนส.ส.เพื่อช่วยประชาชน ว่า การระบาดของโควิด-19 รอบที่ผ่านมา ตนบริจาคเงินเดือนเข้าระบบ 4 เดือน เป็นเงิน 4 แสนบาท และเงินเดือน  3 เดือน กว่า 3 แสนบาท เพื่อซื้อของบริจาค  อีกทั้งส่วนตัวยังตั้งศูนย์ช่วยเหลือประชาชน และบริจาคสิ่งของทุกสัปดาห์ สัปดาห์ละ 2 ครั้ง เพราะถือเป็นหน้าที่ ส.ส. ส่วนที่ นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี บริจาคเงินเดือนของตนเอง ตนไม่ต้องการบริจาคร่วมกับนายกฯ เพราะไม่ต้องการเกิดมาชาติหน้าแล้วต้องเจอกันอีก.