5พรรคการเมือง ทั้งฝั่งรัฐบาล ฝั่งฝ่ายค้าน เสนอญัตติด่วน6ญัตติ ตั้งกมธ.ติดตามปัญหาแก้โควิด จี้ยุบ ศบค. "พิธา" เสนอขั้นเด็ดขาด ปรับ5รมว.
ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม ตัวแทนส.ส.จาก 5 พรรคการเมือง ได้แก่ พรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล พรรคภูมิใจไทย พรรคเสรีรวมไทย และพรรคประชาธิปัตย์ เสนอญัตติด่วนด้วยวาจาจำนวน 6 ญัตติ เพื่อให้สภาฯ พิจารณามาตรการและแนวทางแก้ไขปัญหาผลกระทบที่เกิดจากการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ระลอกที่ 3 และจากการบริหารของศบค.
ทั้งนี้ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย นำเสนอญัตติว่า สภาฯ ควรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อพิจารณาติดตามและเสนอแนะแก้ปัญหา เพราะที่ผ่านมาสภาฯ เสนอเรื่องให้รัฐบาลพิจารณาข้อเสนอแนะเพื่อแก้ปัญหา แต่รัฐบาลไม่ใส่ใจ อย่างไรก็ดีขณะนี้พบว่าประชาชนมีความทุกข์ยาก แต่คณะผู้นำหัวเราะเริงร่า จนมีเสียงวิจารณ์ว่ารัฐบาลเป็นคณะตลกบนซากศพประชาชน ทั้งนี้วิกฤตที่เกิดขึ้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ในฐานะผอ.ศบค.อย่าปฏิเสธความรับผิดชอบ
"ปัญหาทั้งหลายที่เอาไม่อยู่ สะท้อนว่าการบริหารงานของศบค. ล้มเหลว ทั้งตัวผอ.ศบค.และทีมงาน หากรู้ว่าเป็นตัวปัญหา ขอให้ยุบ ศบค. ขณะที่มาตรการทางการแพทย์และสาธารณสุข ควรต้องปรับการตรวจหาเชื้อ รวมถึงกักกันโรค นอกจากนั้นการใช้มาตรการล็อคดาวน์ต้องทำให้มีประสิทธิภาพ และใช้ความร่วมมือจากประชาชน ทั้งนี้หากใครไม่ติดเชื้อต้องให้ประกอบอาชีพได้ และอย่าเลือกที่รักมักที่ชัง” นพ.ชลน่าน อภิปราย
นพ.ชลน่าน อภิปรายด้วยว่า สิ่งที่จำเป็นที่สุด รัฐต้องประกาศให้วัคซีนที่มีประสิทธิภาพทุกตัว ที่เข้ามาอยู่ในเมืองไทย เป็นวัคซีนหลัก และให้ประชาชนได้รับวัคซีนฟรี ส่วนการบริหารวัคซีนรัฐบาลต้องให้ข้อเท็จจริงกับประชาชน
ขณะที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายด้วยว่า ตนเสนอให้ยุบศบค. เพื่อกลับมาสู่กลไกลปกติ ไม่ให้มีรัฐซ้อนรัฐ งบซ้อนงบ มีการสื่อสารสับสนอลหม่าน ตัดสินใจช้าสายเกินไปตลอด และนอกจากยุบศบค. แล้ว ขอให้ปรับครม.ด้วย โดยให้หารมว.ต่างประเทศมาติดต่อต่างประเทศหาวัคซีนเข้าประเทศ หารมว.มหาดไทยเก่งๆ หาวิธีตรึงคนในพื้นที่ ไม่ใช่กระจายความเสี่ยงจากกทม.ไปภูมิลำเนา หารมว.สาธารณสุขที่รู้เรื่องระบบสาธารณสุขจริง และหารมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และ รมว.แรงงาน ช่วยเรื่องเยียวยาประชาชนให้ครอบคลุมทุกกลุ่ม ถึงเวลาต้องเอาคนรุ่นใหม่มาทำงาน
นายพิธากล่าวว่า นอกจากนั้นต้องปัญหาคอขวด คือ ปรับระบบสาธารณสุข รวมถึงการเยียวยาต้องเยียวยาถ้วนหน้า เป็นเงินสด และต้องเร่งแก้ปัญหาคอขวดวัคซีน ขณะนี้ต้องเร่งหาวัคซีนmRNA 1-2แสนโดส ให้บุคลากรสาธารณสุขด่านหน้า ป้องกันไม่ให้ติดเชื้อ
"ถ้าไม่ยุบบศบค. ไม่ปรับครม. ก็ถึงเวลาต้องถอยให้คนรุ่นใหม่เข้ามาบริหาร ทุกคนรักครอบครัวตัวเอง ถ้าท่านรักครอบครัวของท่าน ให้กลับไปดูแลครอบครัวท่าน ให้คนรุ่นใหม่มาแก้ปัญหา น้ำตาคนไหลมาเป็นน้ำ แต่ถ้าตกถึงพื้นที่ก็ลุกเป็นไฟได้เช่นกัน" นายพิธา อภิปราย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเสนอรายละเอียดของญัตติ ตามที่ ส.ส. 6 พรรคเสนอ ได้แก่ นพ.ชลน่าน, นายพิธา, นายศิริพงษ์ อังคสกุลเกียรติ ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย, นพ.จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย, นพ.เรวัต วิศรุตเวช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย และ นพ.บัญญัติ เจตนจันทร์ ส.ส.ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อครบถ้วนแล้ว
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯ คนที่สอง ซึ่งทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม แจ้งว่า เมื่อผู้เสนอญัตติทั้ง 6 คนได้เสนอรายละเอียดและเหตุผลแล้ว มีส.ส.ที่เข้าชื่อขออภิปรายจำนวนมาก ถึง 33 คน ทั้งนี้การประชุมที่ใช้เวลาพอสมควรแล้ว จึงขอปิดประชุมและให้นำการอภิปรายไปไว้ในสัปดาห์ถัดไป
โดยไม่ฟังเสียงขอหารือจากนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ที่ร้องขอสิทธิ์พูดต่อที่ประชุม.





