"พรพิศ" เผยกำชับเข้มงวดมาตรการคัดกรองโควิด-19 ยันไม่ปิดบังข้อมูล ใครเสี่ยงติดเชื้อให้ตรวจหา-กักตัวทันที ปัดข่าวรัฐสภากลายเป็นคลัสเตอร์ระบาดใหม่
นางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ชี้แจง ต่อกรณีที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ขอให้ตรวจสอบช่องโหว่ของการคัดกรองบุคคลเข้าพื้นที่รัฐสภา หลังจากที่มีส.ส.ร้องเรียนช่วงหารือก่อนการประชุมสภาฯ โดยยืนยันว่ามีเจ้าหน้าที่ประจำจุดต่างๆ ทั้งนี้สภาฯ ใช้ระบบคัดกรองผ่านแพลตฟอร์มได้ส่วนหนึ่ง ขณะที่ทุกคนต้องปฏิบัติตามมาตรการเดียวกัน อย่างไรก็ดีหลังจากนี้จะกำชับให้ดำเนินการเข้มข้นมากขึ้น พร้อมขอความร่วมมือบุคคลที่จะเข้ามายังอาคารคัดกรองตนเองให้เข้มข้นเช่นกัน
เลขาธิการสภาฯ ชี้แจง ต่อกรณีที่พบแม่ค้าร้านโจ๊กป้าแขก ติดเชื้อโควิด-19 ว่าจากรายงานพบว่าแม่ค้ายังไม่ได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 เนื่องจากอยู่ระหว่างการฉีดยากันบาดทะยัก ทั้งนี้ตนสั่งการให้คนที่สัมผัสใกล้ชิดตรวจหาเชื้อ และสำรวจผู้เสี่ยงสัมผัสเพิ่มเติม ขณะที่ผู้ค้าจากร้านค้าต่างๆ หากยังไม่ได้รับวัคซีน จะห้ามเข้ามาจำหน่ายสินค้าในพื้นที่ พร้อมกั้นพื้นที่ชัดเจน เพื่อกันการสัมผัส
ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสที่พบว่ารัฐสภามีผู้ติดเชื้อกว่า 30 คน เลขาธิการสภาฯ กล่าวว่า ไม่เป็นความจริง และสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรไม่เคยปิดบังข้อมูล โดยล่าสุดพบเจ้าหน้าที่สำนักชวเลข ที่เข้าข่ายกลุ่มเสี่ยง เพราะสามีตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด-19 จึงให้เจ้าหน้าที่ตรวจหาเชื้อแล้ว และทราบผลเป็นลบ ส่วนบุคคลที่นั่งใกล้ชิดเจ้าหน้าที่ชวเลข ตนสั่งให้กักตัวและ ให้ปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุข และมีการสอบสวนโรค
เมื่อถามถึงกรณีที่นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ ระบุว่าสภาฯ ยอมให้คนงานเข้ามาก่อสร้างในพื้นที่รัฐสภา ทั้งที่มีคำสั่งปิดแคมป์คนงาน นางพรพิศ กล่าวว่า แรงงานที่เข้าทำงานเป็นคนไทย ไม่ได้มาจากแคมป์คนงานก่อสร้าง หรือไซต์งนาที่ถูกปิด ทั้งนี้บริษัทผู้รับจ้างได้ตรวจหาเชื้อคนงานทุก 15 วัน ซึ่งตนได้ทำความเข้าใจกับนายสิระ แล้ว และถือเป็นความเข้าใจผิด.





