ธุรกิจ "ร้านอาหาร" เป็นธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 อย่างหนักทั้ง 3 ระลอก มาถึงครั้งนี้ การประกาศห้ามนั่งรับประทานอาหารในร้าน อาจเป็นการตัดลมหายใจสุดท้ายของผู้ประกอบการ
คำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ฉบับที่ 6/2564 และข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 25) มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 28 มิ.ย.2564
โดยกำหนดให้หลายกิจการที่อยู่ใน 6 จังหวัด คือ กรุงเทพฯ นครปฐม นนทบุรี นราธิวาส ปทุมธานี สมุทรปราการ และสมุทรสาคร ต้องอยู่ในการควบคุม เช่น ธุรกิจร้านอาหาร แคมป์คนงานก่อสร้าง ธุรกิจที่พัก
ธุรกิจร้านอาหารและโรงแรมที่พักเป็นธุรกิจกลุ่มแรกที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 หลังจากพบการติดเชื้อครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อเดือน ม.ค.2563 รวมการระบาดในประเทศไทยถึงปัจจุบัน 3 ระลอก ซึ่งในรอบ 1 ปีครึ่งที่ผ่านมา ร้านอาหารต้องเปิด-ปิดหลายรอบ
จากที่เปิดขายแบบนั่งรับประทานในร้านเพียงอย่างเดียว ได้มีการปรับตัวขายและดิลิเวอรี่ผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ และปฏิเสธไม่ได้ว่าการประกาศห้ามนั่งรับประทานอาหารในร้านครั้งนี้ อาจเป็นการตัดลมหายใจสุดท้ายของผู้ประกอบการบางราย
ทันทีที่มีการประกาศคำสั่งออกมาและมีผลใช้บังคับ ได้มีการประชุมเพื่อกำหนดมาตรการเยียวยาแรงงานและผู้ประกอบการ 4 กลุ่ม คือ
- 1.ก่อสร้าง
- 2.ที่พักและบริการอาหาร
- 3.การบริการอื่นๆ เช่น สปา
- 4.ศิลปะ ความบันเทิง และนันทนาการ
ซึ่งเป็นการเยียวยาแรงงานและผู้ประกอบการทั้งในระบบและนอกระบบ ซึ่งการที่แรงงานและผู้ประกอบการอยู่ในระบบ ย่อมเป็นเครื่องยืนยันถึงการได้รับความช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินและได้รับสวัสดิการตามที่กฎหมายกำหนด
การช่วยเหลือและเยียวยาแรงงานและผู้ประกอบการ ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เป็นการแก้ปัญหาที่ "ปลายเหตุ" แต่ก็ขาดไม่ได้
ในขณะที่การแก้ปัญหา "ต้นเหตุ" จะต้องควบคุมการระบาดระลอกที่ 3 ให้เร็วที่สุด เพราะต้องไม่ลืมว่าการระบาดระลอกนี้กินเวลา 3 เดือนแล้ว นับตั้งแต่การพบคลัสเตอร์วีไอพีที่ไร้ความรับผิดชอบต่อสังคมจากสถานบันเทิงย่านทองหล่อ ซึ่งเป็นคลัสเตอร์กลุ่มลำดับต้นของการระบาดระลอกปัจจุบัน ที่สร้างผลกระทบอย่างรุนแรงต่อประเทศไทย
ปัจจุบันประเทศไทยดำเนินการฉีดวัคซีนถึงวันที่ 27 มิ.ย. 2564 ได้ 9.14 ล้านโดส แบ่งเป็นการฉีดเข็มที่ 1 จำนวน 6.53 ล้านราย และการฉีดเข็มที่ 2 จำนวน 2.60 ล้านราย ซึ่งการรับมอบวัคซีนได้ทยอยอย่างต่อเนื่อง หลังจากประเทศไทยได้รับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าครบ 6 ล้านโดส ภายในสัปดาห์นี้
โดยในสถานการณ์ที่จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ต่อวันพุ่งขึ้นไปเกิน 5,000 ราย การระบาดระดับรุนแรงที่ลากยาวมา 3 เดือน และจำนวนเตียงที่ว่างมีจำนวนลดลง เป็นเรื่องที่ต้องรีบสกัดการระบาดให้เร็วที่สุด เพื่อให้สายป่านของทุกคนอยู่พ้นระลอกนี้ไปได้


