วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

นายกฯเชื่อไม่มีใครอยากหนีแคมป์กลับบ้าน แจงห้ามนั่งกิน เหตุคนไม่อยากออกมาซื้อ

"นายกฯ" เผย เตรียมงบ 7.5 พันล้าน 6จว. ถูกสั่งปิดเชื่อ ไม่มีใครอยากหนีแคมป์กลับบ้าน เหตุถูกกักตัว ไม่มีงาน ชี้ คนไม่อยากออกมาซื้อของ จึงขอความร่วมมือ ร้านอาหาร รับ มีคนไม่พอใจ แต่ต้องบริหารเป็นระบบ โอด เดือดร้อนไม่น้อยกว่าท่าน แจง ยอดติดเชื้อสูง จากตรวจเชิงรุก เสียใจ หลายค

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ในฐานะผอ.ศบค. แถลงภายหลังประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านเศรษฐกิจ ถึงการหามาตรการดูแลผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด ตามประกาศ ฉบับที่ 25 ว่า วันนี้มีการหารือกันทั้งในส่วนของภาครัฐกระทรวงที่เกี่ยวข้องที่ต้องดำเนินการ รวมถึงแพทย์ ว่าหลักเกณฑ์ในวันนี้เราสามารถดำเนินการได้หรือไม่อย่างไร ในด้านมาตรฐานทางสุขภาพ รัฐบาลและครม. รวมถึงหน่วยงานต่างๆรับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วน ก่อนนำมาพิจารณาในวันนี้ ทุกครั้งไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม รัฐบาลฟังความคิดเห็นประชาชนทุกภาคส่วน วันนี้ก็ต้องทำความเข้าใจกันว่า สิ่งที่เดือดร้อนในวันนี้เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาด ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เราทำไมถึงต้องให้ความสำคัญกับคลัสตอร์แรงงาน เพราะฉะนั้นจึงต้องมีผลกระทบใน 6 จังหวัด ที่ประกาศออกไป เราจึงต้องมาแก้ปัญหาตรงนี้ก่อน

นายกฯ กล่าวว่า ส่วนมาตรการอื่นๆก็จะดำเนินการต่อไปเช่นเดียวกัน ให้ทั่วถึงในหลายกิจกรรม ซึ่งเป็นแนวทางเดียวกับที่เราได้เคยทำมาแล้ว หรืออาจจะมีมาตรการใหม่ๆ ออกมาอีกเช่น วันนี้ เราทำคนละครึ่ง , ยิ่งใช้ยิ่งได้ อะไรทำนองนี้ มันก็จะออกมาตามกำหนดการเดิม เป็นมาตรกาการเยียวยา แต่วันนี้เราจะเน้นในเรื่องของการลดผลกระทบ ในช่วงเวลาหนึ่งเดือนจากนี้ ใน6จังหวัดก่อน

"วันนี้เรามีงบประมาณเตรียมไว้แล้ว ทั้งในส่วนของรัฐบาลและเงินจากกองทุนประกันสังคม รวมแล้ว 7,500 ล้านบาท ในเฉพาะหนึ่งเดือนนี้ จะต้องเร่งดำเนินการให้ได้ ส่วนกิจการใน6จังหวัด3หมวดประกอบด้วย ก่อสร้าง ที่พักแรม บริการด้านอาหาร ศิลปะบันเทิง และนันทนาการ ซึ่งมีผลกระทบมากพอสมควร วันนี้รัฐบาลก็จ่ายเพิ่มเติมให้ลูกจ้างในระบบประกันสังคม ตัวเลขประมาณ 2พัน จ่ายนายจ้างระบบประกันสังคมตามจำนวนลูกจ้าง 3 พันบาทต่อหัว ไม่เกิน 2 พันคน" นายกฯ กล่าว

นายกฯ กล่าวว่า สรุปว่าดูทุกกลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรงในขณะนี้ ในเวลาหนึ่งเดือนเมื่อประกาศปิดไปแล้ว ทำไมต้องปิดคลัสเตอร์แรงงาน เพราะมีการแพร่ระบาดตรงนั้นเยอะ เลยทำให้เกิดผลกระทบตรงอื่นไปด้วย ส่วนในเรื่องของแรงงานที่ทยอยหนีกลับบ้าน ก็ต้องดูข้อมูลของเราด้วย ที่ผ่านมาก็ห่วงเรื่องนี้เป็นพิเศษอยู่แล้ว จะเห็นได้ว่าตั้งแต่เช้าวันเสาร์ที่ผ่านมา ได้สั่งการทหาร ตำรวจ พลเรือน ลงไปปฎิบัติหน้าที่ได้เลย เพื่อป้องกันการเคลื่อนย้ายกลับบ้านระมัดระวังไม่ให้ไปแพร่เชื้อที่อื่น ซึ่งประชาชนก็ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น ทหารหลายคนก็ได้รับความเสี่ยงสูง เมื่อสั่งการเขาก็ปฏิบัติให้ ตนก็ดูแลในเรื่องของวัคซีนให้เขา ในส่วนของคนที่อยู่หน้างาน ซึ่งต้องใกล้ชิดกับคลัสตอร์ต่างๆเหล่านี้

"ในส่วนของการที่จะกลับไปบ้านผมคิดว่าตอนนี้ไม่มีใครอยากกลับหรอก เพราะกลับไปก็ต้องถูกพื้นที่เขาควบคุม กักตัว ให้อยู่ในพื้นที่ที่กำหนด แล้วก็ไม่มีงาน แต่วันนี้อยู่ในคลัสเตอร์ที่เราควบคุมได้ มีการจ่ายของกระทรวงแรงงานอยู่แล้ว 50% ค่าแรง อาหารการกินก็มีคนมาสนับสนุนช่วยเหลือดูแลตั้งเยอะแยะ และสิ่งที่ส่งผลกระทบผมก็เป็นห่วงก็คือ ร้านอาหารรายย่อยพวกนี้ โดยปกติแล้วตอนนี้คนก็ค่อนข้างระมัดระวัง จากโควิดระบาดก็ไม่ค่อยออกไปนอกบ้าน ไม่ค่อยออกมาซื้อ ผมก็ขอความร่วมมือกลุ่มก่อสร้างกับผู้ประกอบการร้านอาหาร ว่าจะทำอย่างไรถึงจะประกอบอาหารเพื่อให้มีรายได้จากการจัดส่งให้แคมป์คนงานต่างๆ เป็นทางเลือกของเขาปกติเขาก็ทำอยู่แล้ว แต่วันนี้เราต้องเป็นทางเลือกเขา หลายคนก็เคยชินกับการซื้อข้างนอก" นายกฯ กล่าว

นายกฯ กล่าวว่า แน่นอนต้องมีคนไม่สบายใจ หรือยังไม่พอใจ แต่ก็ต้องเข้าใจว่าเราต้องบริหารงานให้เป็นระบบให้ได้ ไม่เช่นนั้นแล้วก็จะเกิดปัญหาพันกันยุ่งเหยิงต่อไปในอนาคต รัฐบาลต้องดำเนินการให้รอบคอบรัดกุม สิ่งที่หารือกันวันนี้ ที่ประชุมเห็นชอบร่วมกัน และจะนำเข้าที่ประชุมครม. ในวันที่ 29 มิถุนายนนี้ สิ่งที่เราดูแลนอกจากลูกจ้างยังมีนายจ้างอีก

"สำหรับนายจ้างที่รายได้ขาดไปหรือลงทุนอะไรต่างๆเหล่านี้ รัฐจะไปชดเชยในตรงอื่น ตามจำนวนลูกจ้างที่มีอยู่ เพราะฉะนั้นมันมีรายละเอียดปลีกย่อยเยอะพอสมควร ทั้งพิจารณารายหัวลูกจ้าง ผู้ประกอบการก็ได้ไปด้วยจากจำนวนรายหัวของลูกจ้าง ใช้เงินมหาศาลเหมือนกันนะตอนนี้" นายกฯ กล่าว และว่า ในส่วนของโครงการคนละครึ่งเฟส 3 ไม่เลื่อนเป็นไปตามกำหนด

เมื่อถามว่า ผู้ประกอบการร้านอาหาร ระบุว่า ถ้าไม่ให้นั่งกินที่ร้านเขาได้รับผลกระทบและเจ็บหนักมากเกินไป อาจจะเปิดให้นั่ง 25% ได้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า "เดี๋ยวดู ขอเวลาดูก่อนสิ รัฐบาลมีเยียวยาให้ในช่วงหนึ่งเดือนนี้ได้หมด เราถึงบอกขอดูหนึ่งเดือน และในหนึ่งเดือนจะดู15 วันด้วย เพื่อประมาณการ ถ้าดีขึ้นจะทำอย่างไร วันนี้ก่อสร้างก็เดือดร้อน แต่ผมก็พิจารณาเป็นกรณีไป กรณีใดที่หยุดชะงักได้ชั่วคราวตรงนี้ขอให้หยุดไปก่อน ส่วนตรงไหนที่ต้องก่อสร้างในทางเทคนิคเช่นอุโมงค์หรือก่อสร้างขึ้นชั้นไปแล้วซึ่งมีเวลาของการเซ็ตตัว ก็ขออนุมัติขึ้นมาแล้วกัน ศบค. กำลังพิจารณาอยู่ ก็รู้แหละเดือดร้อน ก็เดือดร้อนไปทั้งหมด พวกเราก็เดือดร้อนไปไม่น้อยกว่าท่าน มากกว่าท่านด้วย เพราะจะทำอย่างไรให้ทุกคนสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ในช่วงนี้ หลายประเทศก็เดือดร้อนยิ่งกว่าเราอีกเยอะ"

เมื่อถามว่า มีการประเมินหรือไม่ว่าจำนวนตัวเลขผู้ติดเชื้อจะลดลงเมื่อใด นายกฯ กล่าวว่า ตัวเลขที่ขึ้นเราก็ต้องยอมรับในหลักการ ถ้าเราไม่ค้นหาเชิงรุก ตัวเลขมันก็ไม่ขึ้น เมื่อมีการค้นหาเชิงรุกมันก็ต้องเจอ เพราะบอกไปแล้วว่าติดเชื้อแต่ไม่มีอาการ คนบางส่วนแข็งแรงแต่เชื้อจะแพร่คนอื่น เพราะฉะนั้นการตรวจเชื้อเชิงรุกเราต้องยอมรับตัวเลขตรงนี้ เมื่อขึ้นมาแล้วเราก็ต้องดูว่าผู้รักษาหายแต่ละวันจำนวนเท่าไหร่ เช่นวันนี้ ติดเชื้อ5พัน รักษาหาย 3 พันกว่า เราก็ต้องบริหารจัดการว่าจะทำอย่างไร จังหวัดไหนมีการแพร่ระบาดก็จะพิจารณาในเรื่องของวัคซีนเพราะฉะนั้นต้องปรับตัวเลขเหล่านี้ตลอดเวลา ไม่ได้ทำงานรายวัน ต้องทำงานที่เป็นระบบประกอบด้วยหลายส่วนมาก ถ้าหากว่าคิดคนเดียว อาจจะถูกก็ได้แต่ทำไม่ได้

"ต้องเห็นใจนะ รัฐบาลนี้ยืนยัน ว่าผมดูแลเต็มที่ รับฟังความเห็นของทุกคน ไม่ว่าชอบไม่ชอบผมก็ฟังและดูทั้งหมด แต่ผมดูว่าอันไหนที่ทำได้ผมก็รับมา แต่ถ้าไม่เป็นประโยชน์ผมก็ไม่อยากจะดูถ้ามันในเชิงสร้างความเกลียดชัง สร้างความขัดแย้งมากๆ มันไม่เกิดประโยชน์ เวลานี้บ้านเมืองมันต้องเป็นอย่างนี้นะ ผมไม่รังเกียจใครเลยนะ เพราะผมถือว่าทุกคนเป็นคนไทย หลายอย่างผมก็เสียใจอยู่เหมือนกันที่หลายคนใช้วาจากิริยาไม่สุภาพ มันควรหรือไม่ในประเทศไทยวันนี้ ผมก็ไม่อยากจะพูด แต่ผมก็อดทนอยู่แล้ว โอเคนะจ๊ะ" นายกฯ กล่าว

นายกฯ กล่าวว่า ส่วนภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ไม่มีปัญหาอะไรวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ เปิดยืนยัน ตนก็จะเดินทางไปตามกำหนดการเดิม ทุกคนต้องช่วยกัน ต่อให้นายกฯ ประกาศอะไรออกไปแล้วถ้าทุกคนไม่ร่วมมือมันก็ไม่ได้ทั้งนั้น ตนต้องเชื่อฟังทางหมอ ซึ่งยืนยันถ้าเราฉีดวัคซีนที่ภูเก็ตได้ตามเป้า คนที่เดินทางมาก็ได้รับวัคซีนครบ แล้วอยู่ในพื้นที่ที่เป็นเกาะ เราก็ควบคุมตรงนั้นได้ ถ้าทำตรงนั้นได้เราก็จะทำต่อไปในแผ่นดินใหญ่ ต้องทยอยทำ ถ้าทำทีเดียวก็เกิดปัญหา ที่ผ่านมาเราก็รับฟังความคิดเห็นทุกคนเดือดร้อน ขอผ่อนคลาย ก็ผ่อนคลายให้ แต่เมื่อผ่อนคลายแล้วมันเกิดปัญหาก็ต้องร่วมมือกันแก้ปัญหา

นายกฯ กล่าวว่า เช่นร้านอาหารจะเปิดตนก็ให้ 25% 50% ก็ให้ แต่พอมันเกิดปัญหาจะทำอย่างไร วันนี้เห็นหรือไม่ตำรวจทหารไปตรวจทุกที่ ก็จับกลุ่มได้ทุกวัน มีคนที่ไม่ค่อยร่วมมืออยู่ นี่แหละสำคัญจึงทำให้คนอื่นเดือดร้อน