วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ส.ว.'โชว์จุดยืน ไม่รับ 'ร่างรธน.ฉบับ พปชร.' เหตุแก้ปมปราบโกงนักการเมือง จี้ ให้ถอน

การอภิปรายของรัฐสภา วาระแก้รัฐธรรมนูญ ช่วงท้ายการอภิปรายเป็นคิวของส.ว. ซึ่งผู้อภิปรายแสดงจุดยืนจะไม่รับเนื้อหาและขอให้ถอนวาระออกจากการประชุม

       ผู้สื่อข่าวรายงาน ถึงการประชุมร่วมรัฐสภา วาระพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ จำนวน 13 ฉบับ ต่อเนื่องเป็นวันที่สอง ในช่วงบ่าย สมาชิกรัฐสภา ยังอภิปรายย้ำในความเห็นตามจุดยืนของพรรคที่สังกัด  โดยมีเนื้อหาที่น่าสนใจ
       นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย อภิปรายสนับสนุนต่อการแก้ไขระบบเลือกตั้ง ให้กลับไปใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ มีส.ส. จำนวน 500 คน แบ่งเป็นส.ส.เขต  400 คน และส.ส.บัญชีราชื่อ 100 คน ทั้งนี้ที่หลายฝ่ายมองว่า การแก้ระบบเลือกตั้งจะทำให้พรรคการเมืองบางพรรคชนะเลือกตั้งนั้น ตนมองว่าหากยังไม่ได้หลับ อย่าเพิ่งฝัน เพราะจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้ง ปี 2550  ปี 2554 และ ปี 2560 พบว่าฝั่งของพรรคเพื่อไทย พรรคพลังประชาชน เป็นฝ่ายชนะเลือกตั้ง รวมถึงครั้งล่าสุดที่พรรคเพื่อไทยได้รับเลือกเป็นอันดับหนึ่ง แต่พรรคพลังประชารัฐเป็นฝ่ายที่รวบรวมเสียงข้างมากได้ก่อน
       "บัตรเลือกตั้งใบเดียวนั้นปิดกั้นเสรีภาพประชาชน ทำให้เจอปัญหาบัตรเขย่งและส.ส.ปัดเศษ   การเปลี่ยนให้มีบัตรเลือกตั้งสองใบ พรรคเล็กยังไม่ได้นอนก็อย่าคิดว่าจะฝันร้าย พรรคเล็กอาจได้คะแนนมากขึ้น และเป็นการเปิดทางเลือกให้กับประชาชน  และ ผลการแข่งขันยังมาไม่ถึง ไม่มีใครได้ใครเสีย เพราะเรายังไม่รู้อนาคตเป็นอย่างไร” นายจิรายุ อภิปราย 
162451927194
       ขณะที่ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล เรียกร้องให้รัฐสภาลงมติไม่รับหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคพลังประชารัฐ และขอให้ใช้ช่องทางของการออกเสียงประชามติ เพื่อให้ประชาชนได้ตัดสินใจและมีส่วนร่วมต่อการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่  นอกจากนั้นขอให้ลงมติรับหลักการร่างแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา 272 เพื่อปิดสวิตซ์ส.ว. ร่วมเลือกนายกรัฐมนตรี เพราะหากไม่สามารถปิดสวิตซ์ส.ว.ได้ การแก้รัฐธรรมนูญจะหมดความหมาย 
       “ผมขออวยพรผ่านไปยังผู้มีอำนาจทุกท่าน ที่เชื่อว่าตัวเองจะเหนี่ยวรั้งเข็มนาฬิกาไว้ได้ ขอท่านอายุยืนเพียงพอที่จะเห็นความพยายามของท่านล่มสลายไม่มีชิ้นดี เห็นความต้องการของท่านถูกบดขยี้ด้วยกงล้อของเวลาที่เดินหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง และได้มีโอกาสรับรู้ด้วยตา ด้วยหู ของท่านเอง ว่าผู้คนและยุคสมัยจะตราหน้าพวกท่าน ว่าอย่างไรไว้ในประวัติศาสตร์ของชาติเรา” นายพิธา อภิปราย
162451927115
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการอภิปรายของรัฐสภา พบว่าช่วงท้ายเป็นส่วนของวุฒิสมาชิก เพราะยังมีเวลาเหลือกว่า 1 ชั่วโมง ซึ่งส.ว.ที่ได้ลำดับการอภิปราย นั้น ยังย้ำจุดยืนที่ไม่เห็นด้วยต่อการแก้ไขกลไกที่สกัดการทุจริต คอร์รัปชั่นของนักการเมือง และเรียกร้องให้ถอนเนื้อหาออกจากวาระพิจารณา โดยนายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ ส.ว. อภิปรายว่า ส.ว.ชุดปัจจุบันเป็นตัวของตัวเองสูง และสิ่งที่เป็นเรื่องประชาชน จะยืนหยัดเพื่อประชาชน แต่การแสดงออกจะแตกต่างกัน เพราะส.ว.ไม่ถนัดที่จะใช้คารม แต่ถนัดใช้การกระทำ ทั้งนี้ตนยืนยันรับไม่ได้ที่จะะแก้ไข มาตรา 144 และมาตรา 185 ดังนั้นขอ ให้ถอนร่างแก้ไข หากไม่ถอนจะเกิดปรากฎการณ์พิเศษว่าไม่ผ่านการพิจารณา และตนไม่เชื่อว่าจะไปแก้ทีหลัง
 
       ขณะที่ นายสมชาย แสวงการ ส.ว. อภิปรายว่า ไม่ต้องคิดแก้มาตรา 272  เพื่อปิดสวิตซ์ ขอให้การเลือกตั้งครั้งหน้าส.ส. รวมคะแนน 270-300 เสียง ส.ว.ไม่มีปัญญาจะลงมติคัดค้าน คนที่สภาฯ เห็นว่าสมควรเป็นนายกรัฐมนตรี  และตนมองว่าไม่จำเป็นต้องแก้มาตรา 144 เพราะ ส.ว. ไม่เคยไปยุ่งเกี่ยวกับงบประมาณอยู่แล้ว ขณะที่มาตรา 185 การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ ส.ว.ไม่เดือดร้อนเลย จึงเห็นว่าร่างของพลังประชารัฐไปต่อลำบากจริงๆ ส่วนเรื่องระบบเลือกตั้ง ไม่ว่าเปลี่ยนบัตรเลือกตั้งหรือกติกาอย่างไร มีคนได้ คนเสียเสมอ ท้ายสุดจะนำไปสู่วงจรอุบาทว์หรือไม่ ให้คำตอบกับตนได้หรือไม่ว่าบัตรเลือกตั้งที่ท่านจะแก้ไขกลับไปเป็นบัตร 2 ใบ จะทำให้สภาแห่งนี้ได้ ส.ส.ที่สง่างาม ไม่มีการซื้อสิทธิขายเสียง และไม่กลับไปสู่วงจรอุบาทว์อีก.