กทม.เปิดยอด "แคมป์คนงาน" 50 เขตทั่วกรุง พบ "บางรัก" มากที่สุด 28 จุด กำชับมาตรการห้ามรวมกลุ่มสังสรรค์
วันที่ 24 พ.ค. สำนักประชาสัมพันธ์ กรุงเทพมหานคร(กทม.) เปิดเผยข้อมูลแคมป์คนงานในพื้นที่กรุงเทพฯ 50 เขตจำนวน 447 แห่งจากข้อมูล ณ วันที่ 23 พ.ค. แบ่งเป็นดังนี้
1.พระนคร 8 แห่ง
2.ดุสิต 1 แห่ง
3.ป้อมปราบฯ ไม่มี
4.สัมพันธวงศ์ 2 แห่ง
5.พญาไท 11 แห่ง
6.ห้วยขวาง 22 แห่ง
7.ดินแดง 3 แห่ง
8.ราชเทวี 12 แห่ง
9.วังทองหลาง 8 แห่ง
10.หนองจอก 17 แห่ง
11.บางกะปิ 18 แห่ง
12.มีนบุรี 4 แห่ง
13.ลาดกระบัง 10 แห่ง
14.บึงกุ่ม 9 แห่ง
15.ประเวศ 17 แห่ง
16.คันนายาว 6 แห่ง
17.สะพานสูง 12 แห่ง
18.คลองสามวา 7 แห่ง
19.บางรัก 28 แห่ง
20.ปทุมวัน 5 แห่ง
21.พระโขนง 4 แห่ง
22.ยานนาวา 12 แห่ง
23.สาทร 6 แห่ง
24.บางคอแหลม 6 แห่ง
25.คลองเตย 7 แห่ง
26.สวนหลวง 10 แห่ง
27.วัฒนา 15 แห่ง
28.บางนา 8 แห่ง
29.บางเขน 12 แห่ง
30.บางซื่อ 6 แห่ง
31.จตุจักร 10 แห่ง
32.ลาดพร้าว 22 แห่ง
33.ดอนเมือง 11 แห่ง
34.หลักสี่ 6 แห่ง
35.สายไหม 12 แห่ง
36.บางขุนเทียน 9 แห่ง
37.ภาษีเจริญ 6 แห่ง
38.หนองแขม 8 แห่ง
39.ราษฎร์บูรณะ 2 แห่ง
40.บางแค 5 แห่ง
41.ทุ่งครุ 15 แห่ง
42.บางบอน 4 แห่ง
43.ธนบุรี 6 แห่ง
44.บางกอกใหญ่ 3 แห่ง
45.คลองสาน 4 แห่ง
46.ตลิ่งชัน 9 แห่ง
47.บางกอกน้อย 6 แห่ง
48.บางพลัด 8 แห่ง
49.จอมทอง 7 แห่ง
50.ทวีวัฒนา 8 แห่ง
นอกจากนี้ กทม.ได้กำหนดแนวทางป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ในแคมป์คนงานก่อสร้าง โดยผู้ประกอบการควรจัดให้มีการคัดกรองเบื้องต้น ด้วยการสังเกตผู้ที่มีอาการเจ็บป่วย เช่น มีไข้ ไอ จาม มีน้ำมูก ให้หยุดปฏิบัติงานและพาไปพบแพทย์ จัดหาหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย จัดให้มีที่ล้างมือพร้อมสบู่ หรือจุดบริการเจลแอลกอฮอล์สำหรับคนงานอย่างเพียงพอ ทั้งในพื้นที่ก่อสร้างและที่พักคนงาน จัดที่นั่งรับประทานอาหารในสถานที่ก่อสร้าง ให้มีระยะห่างระหว่างบุคคล1-2 เมตร โดยเฉพาะให้งดกิจกรรมสังสรรค์ที่มีการรวมกลุ่ม งดการดื่ม ในช่วงเวลาหลังเลิกงานหรือวันหยุด
สำหรับการรับ-ส่งพนักงาน ควรจำกัดจำนวนคนในรถไม่ให้เกิดความแออัด ไม่ให้นั่งหันหน้าเข้าหากัน หลีกเลี่ยงการพูดคุยไม่ควรแวะระหว่างทาง และไม่ควรรับประทานอาหารระหว่างเดินทาง ให้จัดหาสื่อให้ความรู้และข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการป้องกันโรคโควิดเพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจให้แก่พนักงาน รวมทั้งให้เตรียมวางแผนการปฏิบัติ และทำความเข้าใจกับคนงาน
แต่กรณีมีผู้ป่วยยืนยัน เช่น การห้ามโยกย้าย การใช้พื้นที่ในการแยกผู้ป่วย ผู้สัมผัสเสี่ยงสูง หรือผู้สัมผัสเสี่ยงออกจากครอบครัว การสนับสนุนการดำรงชีวิตประจำวันในระหว่างกักตัว การจำกัดการเดินทางเข้าออกที่พัก การปิดพื้นที่พัก การอพยพโยกย้ายคนงานที่ไม่ป่วยกรณีมีการแพร่กระจายมาก การจัดการผู้ป่วยที่หายแล้วกลับมาทำงาน การประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ทันทีเพื่อรับทราบและปฏิบัติตามคำแนะนำ





