ธีรัจชัย เคารพคำวินิจฉัยศาล ไม่ฟัน "ธรรมนัส" พ้นส.ส.-รมช. ชี้ ศาลสร้างบรรทัดฐานใหม่ ให้คนต้องคดีต่างประเทศ เป็นนักการเมืองไทยได้
นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ปฏิเสธแสดงความเห็นต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ชี้ว่าสถานะของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา พรรคพลังประชารัฐ และรมช.เกษตรและสหกรณ์ ไม่ขัดหรือแย้งต่อการดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 98(10)และมาตรา 170 กำหนด พร้อมระบุว่าในคำวินิจฉัยดังกล่าวตนยอมรับเพราะตามกฎหมายระบุว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญถือเป็นที่สุดและมีผลผูกพันกับองค์กร อย่างไรก็ดีในความเห็นทางกฎหมายของตนฐานะผู้ที่ตรวจสอบเรื่องคุณสมบัติของ ร.อ.ธรรมนัส ในกรรมาธิการ (กมธ.) ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ขอยืนยันในความเห็นเดิม ตามเจตนารณ์ของรัฐธรรมนูญ มาตรา 98(10) เพื่อเป็นการประทับรับรองว่าบุคคลที่ถูกเลือกให้เข้ามาดำรงตำแหน่งทางการเมืองต้องไม่มีประวัติมัวหมอง หรือสงสัยว่าจะปฏิบัติเป็นปฏิปักษ์กับประโยชน์สาธารณะ
“กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญยกประเด็นอำนาจอธิปไตยขึ้นมาพิจารณา และะเป็นหนึ่งในเหตุที่ทำให้ ร.อ.ธรรมนัส ไม่พ้นจากความเป็นส.ส.นั้น ผมมองว่าเป็นคนละประเด็น และตามความเข้าใจของผมนั้นไม่น่าจะเกี่ยวกัน แต่ผมเคารพในคำตัดสิน ส่วนความเห็นอื่นๆ ต่อคำวินิจฉัย นั้น ผมเชื่อว่านักวิชาการ และประชาชนรวมถึงสื่อมวลชนสามารถมองออกได้” นายธีรัจชัย กล่าว
เมื่อถามว่า จะดำเนินการเรื่องดังกล่าวต่อหรือไม่ในแง่จริยธรรม นายธีรัจชัย กล่าวว่า ต้องพิจารณาอีกครั้ง แต่ในแง่ของกฎหมาย ตนยืนยันว่าตามรัฐธรรมนูญ คือเจตนาคัดกรองคน ที่จะเข้าสู่อำนาจให้เป็นบุคคลที่ซื่อสัตย์สุจริต การต้องโทษจำคุกไม่ว่าศาลใดหรือศาลต่างประเทศ ไม่เกี่ยวกับอำนาจอธิปไตย อีกทั้งสิ่งที่สำคัญ คือ ต้องทำให้เห็นความจริงว่า ร.อ.ธรรมนัส ต้องโทษจำคุกด้วยคดียาเสพติดจริงหรือไม่ และคดียาเสพติดนั้นถือเป็นประเด็นสำคัญ และเป็นหลักการที่ควรยึดไว้ แต่เมื่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแบบนั้น ต้องยึดหลัก แต่เชื่อว่าหลังจากนี้จะเกิดบรรทัดฐานที่ว่า บุคคลที่จะเข้าสู่ตำแหน่งทางการเมือง หากกระทำผิดที่ต่างประเทศและถูกพิพากษา เช่น ฆ่าคนตาย ข่มขืน ลักทรัพย์ เป็นอาชญากรข้ามชาติ และศาลต่างประเทศตัดสิน ไม่ถือเป็นลักษณะต้องห้ามของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองของไทย.


