ล่าสุดมีการถ่ายโอนอำนาจกฎหมาย 31 ฉบับให้นายกรัฐมนตรี เพื่อให้การแก้ไขโควิด-19 เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อเป็นอำนาจแบบเบ็ดเสร็จบูรณาการแล้ว ผนวกกับการนำข้อเสนอจากเอกชนระดับซีอีโอไปปฏิบัติ น่าจะทำให้การแก้วิกฤติโควิดครั้งนี้ของไทยสำเร็จไปได้
ในยุคที่ปัญหาโควิด-19 กลาย เป็นวิกฤติชาติ “กรุงเทพธุรกิจ” ได้ทำหน้าที่ของการมีส่วนร่วมมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้ทำการสำรวจความคิดเห็น 200 ซีอีโอ จากองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ เพื่อสะท้อนปัญหาและหาทางออกร่วมกัน มีเนื้อหามุมมองที่น่าสนใจ ที่สำคัญมาจากซีอีโอที่หลากหลายครอบคลุมภาคการผลิต เกษตร พลังงาน อสังหาริมทรัพย์ ส่งออก การเงิน ค้าปลีก ท่องเที่ยว รถยนต์ และไอทีดิจิทัล ผลสำรวจพบว่าซีอีโอส่วนใหญ่ต้องการเห็นการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) และให้ดึงผู้มีความรู้ความสามารถเข้าร่วม โดยกระทรวงที่อยากให้ปรับ ครม.มากที่สุด 79.3% คือกระทรวงสาธารณสุข
ซีอีโอส่วนใหญ่ได้ให้คะแนนทีมเศรษฐกิจสอบตก เป็นคะแนนที่ต่ำมาก และจากการบริหารจัดการที่มองว่าล้มเหลว ซีอีโอส่วนหนึ่งอยากให้รัฐบาลลาออก แต่ก็มีไม่น้อยที่อยากให้เป็นรัฐบาลชุดเดิม เพียงแค่ขอให้มีมาตรการแก้ปัญหาแบบเชิงรุก และวัดผลได้ ยังมีแนวทางแก้ปัญหาที่ตรงประเด็นและตรงใจคนส่วนใหญ่ คือต้องการให้เร่งการฉีดวัคซีนให้เร็วที่สุด จัดโรงพยาบาล เตียงและสถานที่ฉีดให้เพียงพอ นอกจากนี้มีการเสนอให้รัฐบาลผ่อนผันกฎเกณฑ์การทำธุรกิจ
เราเห็นด้วยกับผลสำรวจที่ออกมา นับเป็นกระจกอย่างดีให้รัฐบาลส่อง เพื่อใช้เป็นแนวทางแก้ไขในการบริหารราชการแผ่นดินหลังจากนี้ เรายังเห็นว่าสอดคล้องกับที่ประชุม ครม.วานนี้ (27 เม.ย.) ซึ่งมีการถ่ายโอนอำนาจกฎหมายจำนวน 31 ฉบับให้นายกรัฐมนตรี เพื่อให้การแก้ไขโควิด เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ต้องแบ่งแยกอำนาจกระทรวงตามรัฐมนตรี เป็นมติเห็นชอบร่างประกาศ เรื่อง การกำหนดอำนาจหน้าที่ของรัฐมนตรีตามกฎหมายเป็นอำนาจหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี (ฉบับที่ 3)
สาระสำคัญ อำนาจหน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงตามกฎหมายหรือที่เป็นผู้รักษาการตามกฎหมายหรือที่มีอยู่ตามกฎหมายโอนมาเป็นอำนาจหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีเป็นการชั่วคราวเฉพาะ ในส่วนที่เกี่ยวกับการอนุญาต อนุมัติ สั่งการบังคับบัญชา หรือช่วยในการป้องกัน แก้ไข ปราบปราม ระงับยับยั้งในสถานการณ์ฉุกเฉินหรือฟื้นฟู ช่วยเหลือประชาชน ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงอำนาจการทำงานที่ให้อำนาจแบบเบ็ดเสร็จกับผู้นำ
แม้จะเป็นความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นหลังจากสถานการณ์โควิด ระลอกที่ 3 ในประเทศอยู่ในขั้นโคม่า ยอดผู้ติดเชื้อรายวันทะลุกว่า 2 พันราย ทำให้มียอดผู้ป่วยยืนยันสะสมอยู่ที่ 59,687 ราย ล่าสุดวันที่ 27 เม.ย.ที่ผ่านมา อยู่ที่ 2,179 ราย ผู้เสียชีวิต 15 ราย ทุบสถิติเป็นประวัติการณ์ หากยอมรับสิ่งที่ผิดพลาดในอดีต ก็ยังไม่สายเกินไป หวังว่าปัญหาที่เกิดจากการแชร์อำนาจ เพื่อรักษาเสถียรภาพรัฐบาล ซึ่งทำให้รัฐบาลแก้ไขตามหลังปัญหามาตลอด จะหมดสิ้นไป เรายังเห็นว่าหากผู้นำใช้อำนาจแบบเบ็ดเสร็จบูรณาการผนวกกับนำข้อเสนอจากเอกชนระดับซีอีโอ ความหวังในการแก้วิกฤติโควิดครั้งนี้ จะสำเร็จลุล่วงไปได้





