วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘ชัยชนะ’ ซัดพรรคแกนนำรัฐบาลไม่จริงใจแก้รัฐธรรมนูญ เย้ยขายผ้าเอาหน้ารอด

"ชัยชนะ" ย้ำจุดยืน "ประชาธิปัตย์" เร่งแก้รัฐธรรมนูญ ซัด พรรคแกนนำรัฐบาลไม่มีความจริงใจ เย้ยขายผ้าเอาหน้ารอด

วันที่ 19 มี.ค. นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช และรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) กล่าวถึงผลการลงมติในการแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระ 3 ในการประชุมร่วมรัฐสภาเมื่อวันที่ 17 มี.ค.ว่า ตนได้ใช้สิทธิลงคะแนนเพื่อเห็นชอบในร่างรัฐธรรมนูญเพราะเป็นการย้ำให้เห็นว่า พรรคประชาธิปัตย์ยังยืนยันจุดเดิมที่มองว่า รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน มีข้อบกพร่องหลายประการที่สมควรแก้ไขเช่น สิทธิเสรีภาพของประชาชนที่ยังมีข้อจำกัด การดำเนินการในการปราบปรามการทุจริตที่ไม่สมเหตุสมผล กระบวนการได้มาซึ่งส.ส. ตามวิธีการในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันพบว่า ได้บุคคลที่ขาดวุฒิภาวะ แต่กลับมีความใกล้ชิดผู้ที่มีอำนาจในพรรค สามารถดำรงตำแหน่ง ส.ส.ได้ ทำให้ประชาชนเกิดความเอือมระอาถึงบุคคลประเภทนี้ว่า ทำงานไม่สมกับที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชน

"นอกจากนี้ บางพรรค มีส.ส.คนเดียวเกือบ 20 พรรค เนื่องจากอานิสงส์ของรัฐธรรมนูญที่ไม่ได้กำหนดเกณฑ์ขั้นต่ำของคะแนนเสียงไว้ทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่มีพรรคร่วมรัฐบาลมากกว่า 10 พรรค และยังมีปัญหาเรื่องลิงกินกล้วยให้ประชาชนกระแหนะกระแหนอยู่เสมอ" นายชัยชนะ กล่าว

นายชัยชนะ กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันประชาชนสงสัยในท่าทีของพรรคแกนนำรัฐบาลว่า ไม่มีความจริงใจที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตั้งแต่แรก ทำเหมือนกับสำนวนที่ว่า "ขายผ้าเอาหน้ารอด" เช่น บรรจุเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญไว้ในคำแถลงนโยบายของรัฐบาล เมื่อคราวการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา แต่เมื่อพรรคที่ร่วมรัฐบาลเริ่มทวงถามประกอบกับมีมวลชนมากดดันเรื่องนี้ ทำให้ฝืนกระแสไม่ได้ จึงต้องตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาหลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ซึ่งเหมือนจะจบด้วยดี เพราะมีการพิจารณาไปถึงขั้นตอนที่จะลงมติในวาระ 3 แล้ว แต่ปรากฏว่า มี ส.ส. และ ส.ว.บางคน ไปยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ตรวจสอบ และทำให้มีคำวินิจฉัยที่สร้างความอิหลักอิเหลื่อให้กับสมาชิกว่า จะทำอย่างไรถึงจะถูกต้องตามกฎหมายและไม่เป็นปัญหาให้กับหลายๆ ฝ่ายในอนาคต

นายชัยชนะ กล่าวอีกว่า จากนั้นปรากฏว่า มี ส.ส.บางพรรคหลายคนเลือกที่จะนั่งอยู่เฉยๆ ไม่กล้าออกเสียงเพื่อตัดสินใจในกรณีนี้ ตนเคารพคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ แต่ในเมื่อผลการลงมติออกมาเป็นแบบนี้ ถือว่ากระบวนการทั้งหมด จำเป็นต้องกลับไปถามประชาชนตั้งแต่แรกโดยทำประชามติว่า สมควรให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่หรือไม่ ดังนั้นเหตุการณ์ที่ผ่านมาพอจะประมวลได้ว่าพรรคแกนนำรัฐบาลไม่ปฏิบัติตามคำแถลงนโยบายของรัฐต่อสภา และยังยอมที่จะให้เกิดคำครหาว่า "รัฐธรรมนูญนี้ออกแบบมาเพื่อพวกเรา" ติดตัวกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ โดยที่ไม่ยอมให้เกิดการแก้ไขเพิ่มเติมใดๆ ทั้งสิ้น

"ผมลงมติให้ผ่านในวาระ 3 และคิดต่อไปว่า จะเอาร่างที่ผ่านการลงมติในวาระ 3 นี้ ไปให้ประชาชนทำประชามติก่อน เพื่อยืนยันหลักการที่ว่า ประชาชนเป็นผู้สถาปนารัฐธรรมนูญ ซึ่งผลประชามติออกมาอย่างไร ผมก็พร้อมน้อมรับอยู่แล้ว ขณะเดียวกันความจริงใจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยเพื่อประโยชน์ส่วนรวมนั้น เป็นเรื่องที่ทุกพรรคการเมืองต้องทำให้ประชาชนเห็น สิ่งที่เกิดขึ้นในการประชุมร่วมฯ เมื่อวันที่ 17 มี.ค. คนที่ต้องตอบคำถามกับประชาชนคือคนที่แสดงท่าทีที่นอกเหนือจากการลงมติ เช่น การอยู่เฉยๆ ในห้องเมื่อถึงคราวที่ถูกเรียกชื่อ"นายชัยชนะกล่าว