วันจันทร์ ที่ 18 พฤษภาคม 2569

Login
Login

กทม.เปิดชื่อ 10 กลุ่มเสี่ยงห้ามฉีดวัคซีน 'ซิโนเวค' ป้องกัน 'โควิด'

กทม.เปิดชื่อ 10 กลุ่มเสี่ยงห้ามฉีดวัคซีน 'ซิโนเวค' ป้องกัน 'โควิด'

กทม.ลุยฉีดวัคซีนป้องกัน "โควิด" วันแรก นำร่องบุคลากรทางการแพทย์ พร้อมเผยชื่อ 10 กลุ่มห้ามฉีดวัคซีน 'ซิโนเวค'

ที่ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า พล...โสภณ พิสุทธิวงษ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการการบริหารจัดการการให้วัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) กรุงเทพมหานครครั้งที่ 2/2564  โดยมีคณะอนุกรรมการทั้งหน่วยงานในสังกัด กทม.และหน่วยงานต่างสังกัด อาทิ ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข ผู้แทนโรงพยาบาลสังกัดกองทัพ ผู้แทนโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย ผู้แทนโรงพยาบาลเอกชน และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม

ทั้งนี้ ที่ประชุมรายงานความพร้อมของการให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งวันนี้เป็นวันแรกที่ กทม.กำหนดให้บริการฉีดวัคซีนแก่บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด่านหน้าทั้งภาครัฐและเอกชน ในพื้นที่เขตติดต่อกับจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งเป็นเขตที่มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 ระลอกใหม่จำนวนมาก จำนวน 6 เขต ได้แก่ เขตบางขุนเทียน เขตบางบอน เขตหนองแขม  เขตจอมทองเขตบางแค และเขตภาษีเจริญ โดยจากการตรวจเยี่ยมการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของผู้บริหาร กทม.เช้าวันนี้ (1 มี..) มั่นใจว่าโรงพยาบาลในสังกัด กทม.และโรงพยาบาลเอกชน 13 แห่ง ที่ร่วมให้บริการฉีดวัคซีน มีความพร้อมเกือบ 100 % แต่เนื่องจากเป็นวันแรกของการดำเนินงานจึงอาจมีอุปสรรคข้อขัดข้องบ้างเล็กน้อย ซึ่งจะสามารถแก้ไขได้ในเร็ววันนี้

161459690625

สำหรับวัคซีนโควิด-19 ที่ กทม.ได้รับจากรัฐบาลในระยะแรก มีจำนวน 66,000 โดส/เข็ม เป็นวัคซีนของบริษัท SINOVAC สามารถฉีดให้ประชาชนได้จำนวน 33,000 คน เนื่องจาก ต้องฉีดวัคซีนคนละ 2 โดส หรือ 2 เข็ม ในระยะเวลาห่างกันประมาณ 3 สัปดาห์ โดยกลุ่มเป้าหมายการให้วัคซีนโควิด-19 ระยะแรก ได้แก่ บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด่านหน้าทั้งภาครัฐและเอกชน กำหนดให้วัคซีนในสัปดาห์แรก เพื่อเฝ้าสังเกตอาการหากมีอาการไม่พึงประสงค์และสามารถให้การดูแลได้อย่างทันท่วงที

จากนั้นสัปดาห์ที่ 2 จะฉีดวัคซีนให้แก่ อาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร (อสส.) และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมโรคโควิด-19 ที่มีโอกาสสัมผัสผู้ป่วย ซึ่งเป็นผู้มีความรู้ด้านการพยาบาลพอสมควร ซึ่งหากเกิดอาการไม่พึงประสงค์จะสามารถดูแลตนเองได้ในระดับหนึ่ง

ส่วนกลุ่มสุดท้ายที่จะได้รับวัคซีนในระยะแรก ได้แก่ กลุ่มผู้ป่วยเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค ประกอบด้วย 1.โรคทางเดินหายใจเรื้อรังรุนแรง2.โรคหัวใจและหลอดเลือด 3.โรคหลอดเลือดสมอง 4.โรคไตเรื้อรัง 5.โรคมะเร็งทุกชนิด ที่อยู่ระหว่างเคมีบำบัด รังสีบำบัดและภูมิคุ้มกันบำบัด 6.โรคเบาหวาน 7.โรคอ้วน และประชาชนทั่วไปและแรงงาน (อายุ 18-59 ปี)

อย่างไรก็ตาม แต่ยังมีข้อจำกัดหรือข้อห้ามของบุคคลที่ไม่สามารถรับการฉีดวัคซีน SINOVAC ได้แก่ ห้ามฉีดแก่บุคคล ดังนี้

1.มีอายุต่ำกว่า 18 ปี และอายุมากกว่า 60 ปี

2.หญิงตั้งครรภ์ อยู่ระหว่างให้นมบุตรหรือหญิงที่วางแผนที่จะตั้งครรภ์ภายในระยะเวลาการฉีดวัคซีน

3.ผู้ที่เคยได้รับการถ่ายเลือด พลาสมา ผลิตภัณฑ์จากเลือด ส่วนประกอบของเลือด อิมมูโนโกลบุลิน ยาต้านไวรัส หรือแอนติบอดีสำหรับการรักษาโควิด-19 ภายใน 90 วันที่ผ่านมา

4.ผู้ที่มีอาการไม่คงที่ ไม่สามารถควบคุมอาการของโรคได้ เช่น เจ็บแน่นหน้าอก หอบเหนื่อย ใจสั่น

5.ผู้ที่มีอาการเกี่ยวกับสมองหรือระบบประสาทอื่นๆ

6.ตรวจพบเชื้อโควิด 19 ในช่วง 10 วันที่ผ่านมา

7.มีอาการเจ็บป่วยเฉียบพลัน หรือนอนรักษาตัวและออกจากโรงพยาบาลไม่เกิน 14 วัน

8.มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือได้รับยากดภูมิคุ้มกัน

9.มีภาวะเลือดออกง่ายหรือหยุดยาก เกร็ดเลือดต่ำการแข็งตัวของเลือดผิดปกติหรือได้รับยาต้านการแข็งตัวของเลือด

10.กำลังมีอาการป่วย เช่น มีไข้ หนาวสั่น หายใจลำบาก อ่อนเพลียกล้ามเนื้อ

สำหรับผู้ที่ได้รับวัคซีนแล้วขอให้สังเกตอาการตนเอง หากมีอาการ เช่น ไม่มีแรง แขนขาอ่อนแรงเฉียบพลัน มีไข้ หรือปวดศีรษะ ปวดบวมแดงร้อนบริเวณที่ฉีดวัคซีน ปวดเมื่อย อ่อนเพลีย คลื่นไส้ อาเจียน แน่นหน้าอก มีผื่นลมพิษ หรือมีอาการอื่นๆ เช่น ท้องเสียไม่ทราบสาเหตุ ให้รีบพบแพทย์ ที่สถานพยาบาลใกล้บ้าน หรือโทรปรึกษาสายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นต่อไป