วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘ราเมศ’เผยเลขาฯปชป.รวบรวมหลักฐาน3ส.ส.โหวตสวนมติพรรค-เรียกแจงอังคารนี้

‘ราเมศ’เผยเลขาฯปชป.รวบรวมหลักฐาน3ส.ส.โหวตสวนมติพรรค-เรียกแจงอังคารนี้ ยันยังมีเอกภาพ มีปัญหาเฉพาะคน

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แถลงข่าวว่า กรณี ส.ส. ของพรรค 3 คน คือ นายพนิต วิกิตเศรษฐ์, นายอภิชัย เตชะอุบล และ นายอันวาร์ สาและ โหวตลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยงดออกเสียงให้นายจุรินทร์ ลักษณะวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรค รองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พรรคดำเนินการอย่างไร ว่า เรื่องดังกล่าวเป็นกระบวนการจัดการภายในพรรคประชาธิปัตย์ และมีเรื่องภายในหลายเรื่องที่ไม่สามารถออกสื่อมวลชนได้ว่ากระบวนการที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร

ต้องยอมรับก่อนว่าส.ส. ของพรรคประชาธิปัตย์ที่ได้ลงมติงดออกเสียงที่เป็นประเด็นปัญหานี้ มีอยู่ 3 คน โดยจะมีกระบวนการกลไกในการบริหารงานของพรรค หัวหน้าพรรคได้มอบให้เลขาธิการพรรคดำเนินการตามขั้นตอน

โดยทั้งสามคนจะต้องมาตอบคำถามว่าเหตุใดจึงได้งดออกเสียง ในส่วนของหัวหน้าและรัฐมนตรีของพรรค และถึงแม้ว่าจะอ้างรัฐธรรมนูญ อ้างสิทธิส่วนบุคคล ก็แล้วแต่ แต่ในเมื่อทุกคนอยู่ในพรรคการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งพรรคประชาธิปัตย์ยึดถือเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ

ดังนั้นเลขาธิการพรรคจึงได้สั่งการให้วิปของพรรคประชาธิปัตย์ ทำรายงานเกี่ยวกับการลงคะแนนเสียงในการลงมติให้กับนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีรวม 10 คน เพื่อรายงานให้เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ทราบและจะได้มีการดำเนินการตามข้อบังคับพรรคต่อไป

“ส.ส.ทั้ง 3 คน ต้องมาตอบว่าเหตุผลใดจึงงดออกเสียง เหตุผลใดที่เห็นว่าไว้วางใจรัฐมนตรีของพรรคอื่นแต่งดออกเสียงกับรัฐมนตรีพรรคของตัวเอง มีการตั้งต้นดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจังแน่นอน ซึ่งสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ได้บอกกันว่า เมื่อหัวหน้าพรรคมอบเลขาธิการพรรคแล้วให้ดำเนินการตามขั้นตอนของข้อบังคับพักก่อน และมีสมาชิกพรรคอีกหลายคนทำหนังสือถึงเลขาธิการพรรค เพื่อให้มีการไต่สวนหาความจริงในเรื่องนี้ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร

โดยในวันอังคารที่ 23 กุมภาพันธ์นี้ จะมีการหยิบยกเรื่องดังกล่าวขึ้นหารือกันในที่ประชุมส.ส.พรรค และเชื่อว่าเมื่อเลขาธิการพรรครวบรวมข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าวแล้ว จะได้นำเข้าสู่คณะกรรมการบริหารพรรคในวาระต่อไป”

แต่ก็มีอีกคนหนึ่งกรณีของ น.ส. วชิราภรณ์ กาญจนะ ส.ส. สุราษฎร์ธานี ที่มีการกดคะแนนแต่คะแนนไม่ขึ้น แต่แสดงผลเป็นการไม่ลงคะแนนให้กับ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ซึ่งเครื่องอาจจะมีปัญหา และได้ทำบันทึกถึงประธานสภาผู้แทนราษฎรตามระเบียบของรัฐสภาต่อไป

ผู้สื่อข่าวถามว่ามีการทำความเข้าใจกับนายอันวาร์ สาและ อย่างไรหรือไม่ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ทำความเข้าใจกันหลายรอบแล้ว ก่อนหน้านี้ที่มีความคิดแตกต่างไปจากทิศทางของที่ประชุมพรรคประชาธิปัตย์ก็ได้มีการพูดคุยกันมาตลอดเวลา โดยเลขาธิการพรรคได้พูดคุยอยู่ตลอดแต่ในครั้งนี้เมื่อผิดไปจากทิศทางของพรรคที่ทุกคนเห็นพ้องต้องกัน ตามที่ได้มีการพูดคุยก่อนลงมติในสภา

"ได้สอบถามกันแล้วว่ามีความเห็นอย่างไรบ้างที่ 10 รัฐมนตรีได้ชี้แจง ซึ่งทุกคนก็เห็นพ้องต้องกันว่ารัฐมนตรีทั้ง 10 คนก็ได้ชี้แจงชัดเจนแล้ว เชื่อว่าสมาชิกหลายคนได้พูดคุยกับนายอันวาร์แล้ว แต่นายอันวาร์ มีลักษณะแบบนี้ปรากฏต่อสื่อมวลชนอยู่บ่อยครั้ง ในฐานะโฆษกพรรคขอบอกแบบตรงไปตรงมาว่าขอพี่เถอะครับ มีเรื่องอะไรมาพูดกันในพรรค ถ้าพูดผ่านสื่อทำให้พรรคเสียหายได้"

เมื่อถามว่าพูดคุยกับพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ยังไม่ได้พูดคุย แต่มีการรวบรวมข้อมูลเพื่อให้เลขาธิการพรรคไปพูดคุยกับพรรคร่วมรัฐบาลไว้แล้ว ว่าทิศทางการลงคะแนนเป็นอย่างไร

เมื่อถามย้ำว่าจนถึงขณะนี้ยอมรับหรือไม่ว่าภายในพรรคประชาธิปัตย์มีปัญหา นายราเมศ กล่าวว่า เป็นปัญหาเฉพาะคนมากกว่าเพราะโดยภาพรวม และโดยหลักการของทุกคนในพรรคประชาธิปัตย์ 51 คน ถ้าจะเอาปัญหาของคนๆเดียวแล้วมาบอกว่าพรรคไม่เป็นเอกภาพคงไม่ใช่ ทุกคนมีความรักในความเป็นพรรคประชาธิปัตย์และไม่มีสิ่งใดที่จะถูกใจใครไปทั้งหมด

"แต่เมื่อใครไม่ถูกใจในบางสิ่งบางอย่างสิ่งที่ควรทำถ้าปากบอกว่ารักพรรค เราก็ต้องมีเหตุผลมีทิศทางในการฟังซึ่งกันและกันเพื่อประคับประคองให้พรรคเดินต่อไปข้างหน้าได้ เราพร้อมทำงานให้กับประชาชนผ่านกระบวนการการทำงานเพื่อให้เห็นผลงานว่า เราเข้ามาร่วมรัฐบาล ไม่ได้เข้ามาร่วมพบใครอยากเป็นรัฐมนตรี ไม่ได้เข้ามาร่วมเพราะอยากเป็นรัฐบาล แต่เข้ามาร่วมเพราะมีเงื่อนไขที่สำคัญคือการแก้ปัญหาให้กับประชาชน เกษตรกร และผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างเต็มที่"

เมื่อถามถึงข้อบังคับพรรคประชาธิปัตย์ในส่วนของบทลงโทษส.ส. โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ของพรรคประชาธิปัตย์ก็เหมือนกับพรรคการเมืองทั่วไปแต่ค่อนข้างมีรายละเอียดมากกว่า มีการระบุถึงบทลงโทษสมาชิก แต่ขนาดนี้ยังอยู่ในขั้นตอนแรกที่เลขาธิการพรรคกำลังรวบรวมข้อเท็จจริงตามคำสั่งของหัวหน้าพรรค ดังนั้นอย่าเพิ่งไปไกลถึงบทลงโทษ