มติรัฐสภาสูสี 366 ต่อ 316 ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความอำนาจรัฐสภา แก้ไขรัฐธรรมนูญ ไปศาลรัฐธรรมนูญ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมรัฐสภา ได้อภิปรายแสดงความเห็นต่อ ญัตติให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญตีความหน้าที่และอำนาจการแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐสภา กว่า 4 ชั่วโมง มีผู้ที่แสดงความเห็นทั้งคัดค้าน เพราะมองว่ารัฐสภามีอำนาจแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ จึงไม่ควรให้องค์กรอื่นตีความการทำหน้าที่อีกทั้งประเด็นที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความขัดแย้งทางกฎหมายที่หาทางออกไม่ได้ อีกทั้งเชื่อว่าญัตติดังกล่าว หากถูกส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญจะมีผลกระทบต่อระยะเวลาการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตามที่รัฐสภาอยู่ระหว่างการพิจารณาในวาระสอง ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ นี้
ทั้งนี้มีผู้อภิปรายสนับสนุนส่งญัตติดังกล่าว ซึ่งส่วนใหญ่เป็น ส.ว. ที่มองว่าควรให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเพื่อให้เกิดความชัดเจนต่อหน้าที่และอำนาจการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ
จากนั้นเวลา 14.00 น. นายสมชาย แสวงการ ส.ว. ฐานะผู้ร่วมเสนอญัตติ อภิปรายปิดตอนหนึ่ง ว่า ศาลรัฐธรรมนูญมีและทำหน้าที่ถ่วงดุลฝ่ายนิติบัญญัติไม่ให้ใช้อำนาจเกินรัฐธรรมนูญ ตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบกำหนด โดยปี 2563 - 2564 มีญัตติที่สภาฯ ส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญ รวม 11 คำร้อง แสดงว่าศาลรัฐธธรรมนูญมีหน้าที่พิจารณาญัตติของฝ่ายนิติบัญญัติ ดังนั้นญัตติดังกล่าวถือว่าชอบอย่างยิ่งที่จะให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะมีความเห็นทางข้อกฎหมายแตกต่างกันระหว่าง ส.ส. และ ส.ว. ทั้งนี้ตนไม่กลัวกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญและพร้อมน้อมรับคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัยถ่วงดุลการทำงาน
และเมื่อเวลา 14.20 น.ที่ประชุมรัฐสภา ได้ลงมติว่าจะส่งญัตติเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยหน้าที่และอำนาจของรัฐสภาต่อการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ด้วยกระบวนการให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ไปจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งฉบับหรือไม่ โดยผลการลงมติเสียงข้างมาก 366 เสียง เห็นด้วยที่จะส่งศาลรัฐธรรมนูญ ไม่เห็นด้วย 316 เสียง และงดออกเสียง 15 เสียง ทำให้ที่ประชุมรัฐสภาส่งญัตติดังกล่าวไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัย
จากนั้นนายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย อภิปรายเสนอให้ฝ่ายเลขาธิการรัฐสภา นำผลการลงมติดังกล่าวเผยแพร่ ทั้งทางเอกสารและทางอิเล็กทรอนิกส์โดยเร็ว.





