จากปัญหาความขัดแย้งภายในกระทรวง บวก“ข้อมูลเอ็กคลูซีฟ” ที่จะเล่นงาน"ศักดิ์สยาม" บางส่วนหลุดไปถึงมือฝ่ายค้าน สังเวียนซักฟอกรอบนี้ ฝ่ายค้านอาจไม่น่ากลัวเท่าฝ่ายรัฐบาลด้วยกันเอง
การอภิปรายไม่ไว้วางใจ 10 รัฐมนตรี ที่กำลังจะมีขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า นอกเหนือจากฝ่ายค้านจะล็อกเป้าไปที่ “พี่น้อง 3 ป” รวมถึงรัฐมนตรีในสัดส่วนพลังประชารัฐ ซึ่งถือเป็นเป้าหลักแล้ว “สังเวียนซักฟอก” รอบนี้ ยังล็อกเป้าไปที่บรรดารัฐมนตรีสังกัดพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งมีชื่อของ “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” รมว.คมนาคม และเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ติดโผ 1 ใน 10 รัฐมนตรีด้วย
ถือเป็นครั้งที่สองของ “ศักดิ์สยาม” ที่ต้องเผชิญศึกซักฟอก โดยครั้งแรกของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2563 “ศักดิ์สยาม” ก็ติดโผฝ่ายค้าน เรื่องโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน สนามบินดอนเมือง สุวรรณภูมิ และอู่ตะเภา และโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก EEC ด้วยข้อกล่าวหาทำสัญญาล่าช้า เอื้อประโยชน์ให้เอกชน
อีกทั้งยังเจอข่าวปล่อย กรณีมีคนในฝ่ายค้านเจรจาของานในโครงการกระทรวงคมนาคมเพื่อแลกกับการดึงชื่อออกจากบัญชีซักฟอกรอบที่แล้ว... เรียกได้ว่า “ศักดิ์สยาม” เป็นรัฐมนตรีที่มีกระแสเล่นงานหนักหน่วง แต่ครั้งนั้นก็เอาตัวรอด ผ่านสถานการณ์มาได้
สำหรับครั้งนี้ ฝ่ายค้านระบุไว้ในญัตติซักฟอกไว้กว้างๆ ถึงพฤติการณ์ว่า “บริหารราชการแผ่นดินโดยเห็นแก่ผลประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง ไม่คำนึงถึงผลเสียหายที่เกิดกับประเทศชาติและประชาชน เอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนผูกขาด เพื่อให้มีสิทธิดำเนินงานในกิจการของรัฐ โดยไม่รักษาผลประโยชน์ของรัฐ”
“ทุจริตต่อหน้าที่ และปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตในหน่วยงานที่กำกับดูแล สมคบกันเพื่อปิดบังการทุจริต ไม่ยึดถือและปฏิบัติตามหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ฝ่าฝืนและไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง”
หากล้วงลึกลงไปในรายละเอียด อันเป็นต้นตอของการลาก “ศักดิ์สยาม” ขึ้นสังเวียนซักฟอกรอบนี้ น่าจะอยู่ที่ประเด็นการเอื้อประโยชน์ในการประกอบธุรกิจให้กับบริษัทที่ประกอบ “ธุรกิจดิวตี้ฟรี”
และประเด็นความไม่ชอบมาพากลเกี่ยวกับการ “เปลี่ยนแปลงเงื่อนไขทีโออาร์” ในการประมูล “โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม” หรือแม้แต่กรณีที่กระทรวงคมนาคมมีความเห็น “คัดค้านการต่อสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว” โดยต้องการให้อายุสัมปทานหมดลงก่อน แล้วค่อยประมูลกันใหม่ ทั้งที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงทั้งกรุงเทพมหานคร และกระทรวงมหาดไทย ได้พิจารณาแล้ว จนกลายเป็นศึกข้ามกระทรวง ข้ามหน่วยงาน ระหว่างคมนาคม มหาดไทย และกทม.
และอาจถูกรวบตึงไปถึง การก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิส่วนต่อขยาย ที่คาดว่าฝ่ายค้านคงไม่ปล่อยให้ “ศักดิ์สยาม” รอดประเด็นนี้ไปได้เช่นกัน
ขณะที่พรรคภูมิใจไทย ได้ตั้งทีมองครักษ์พิทักษ์ “ศักดิ์สยาม” ในฐานะเลขาธิการพรรค พร้อมด้วยหัวหน้าพรรค อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข ที่ถูกขึ้นบัญชีซักฟอกเที่ยวนี้เช่นกัน โดยทีมดังกล่าว ประกอบด้วย “8 ส.ส.” ศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ส.ส.ศรีสะเกษ ภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง กรวีร์ ปริศนานันทกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ เพชรดาว โต๊ะมีนา ส.ส.บัญชีรายชื่อ ปกรณ์ มุ่งเจริญพร ส.ส.สุรินทร์ และสนอง เทพอักษรณรงค์ ส.ส.บุรีรัมย์
นาทีนี้ แม้ทางฝั่งรัฐบาล รวมทั้งพรรคภูมิใจไทยในฐานะต้นสังกัดพยายามยกเหตุผลเรื่องการรักษาผลประโยชน์ของประเทศ และมั่นอกมั่นใจว่าประเด็นที่ฝ่ายค้านหยิบมาอภิปรายไม่น่าจะมีน้ำหนัก เป็นเพียงเกมที่หวังดิสเครดิตรัฐบาลเท่านั้น และจากเอกสารหลักฐานที่มี สามารถชี้แจงได้
แต่ว่ากันว่า “ข้อมูลเอ็กคลูซีฟ” ที่จะเล่นงานศักดิ์สยาม บางส่วนหลุดไปถึงมือฝ่ายค้าน เพราะปัญหาความขัดแย้งภายในกระทรวง ทั้งความไม่พอใจเรื่องการโยกย้ายข้าราชการ การล้วงลูก ไม่แจกงาน
งานนี้ ฝ่ายค้านอาจไม่น่ากลัวเท่าฝ่ายรัฐบาลด้วยกันเอง จึงต้องลุ้นกันว่า คนในพรรคร่วมรัฐบาลจะโหวตให้ “ศักดิ์สยาม” อย่างไร





